ล่าโจรแสบ ลักกระเป๋าชาวนา ขณะออกเกี่ยวข้าว ได้เงินสด-ทอง เฉียด2แสน
คนร้ายอาศัยจังหวะ ครอบครัวชาวนาออกเกี่ยวข้าว ขึ้นไปลักกระเป๋าบนกระท่อม สูญเงินสด 1 แสนบาท พร้อมสร้อยคอทองคำ 2 เส้น ขอสาปแช่งให้ฉิบหายวายวอด
เมื่อวันที่ 23 พ.ย. 2563 รายงานข่าวแจ้งว่าเมื่อวันที่ 21 พ.ย. 2563 พ.ต.ท.ไพเราะ พุ่มคำ สว.(สอบสวน)สภ.สีชมพู จ.ขอนแก่น รับแจ้งเหตุคนร้ายลักทรัพย์ภายในบ้านได้เงินสดจำนวน 1 แสนบาท และสร้อยคอทองคำเส้นละ 2 บาท 1 เส้น เส้นละ 1 สลึง 1 เส้น เหตุเกิดที่บ้านนาเจริญ ต.นาจาน อ.สีชมพู จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน
ที่เกิดเหตุเป็นกระท่อมนา สร้างด้วยไม้และสังกะสี ผู้เสียหายคือนางหนูหลิ่ง อ่างชิน อายุ 55 ปี ให้การว่า ตนกับสามีเป็นคนประหยัด ทำมาหากินในทุกอาชีพที่ได้เงิน รับจ้างทำงานทุกชนิด รวมทั้งเก็บของเก่าขายและรวบรวมเงินใส่กระเป๋าติดตัวไว้ เมื่อเสร็จจากการเก็บเกี่ยว ตัดอ้อย ก็จะนำไปฝากธนาคาร 1 ครั้งทำเช่นนี้ติดต่อกันมาร่วม 20 ปีแล้ว จนมีเงินซื้อที่นา ทำนา ปลูกอ้อย และเลี้ยงลูกหลาน
เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด
นางหนูหลิ่ง กล่าวต่อว่า ก่อนเกิดเหตุช่วงนี้เกี่ยวข้าวจึงชวนสามีมานอนเฝ้านาและวันเสาร์นัดรถมาสีข้าว จึงเปิดประตูทางเข้าเอาไว้ หลังรับประทานอาหารเช้าเสร็จจึงพร้อมด้วยสามีและหลานชายลงไปยังทุ่งนา ห่างจากกระท่อมประมาณ 100 เมตร โดยได้วางกระเป๋าเรียงกันไว้ที่กระท่อมนา จากนั้นได้ร่วมกันเก็บฟ่อนข้าว รอรถสีข้าว ประมาณ 1 ชม. จึงขึ้นมาพัก
นางหนูหลิ่ง กล่าวต่อว่า หลานชายจึงถามหากระเป๋าแต่หาไม่เจอ จากนั้นทุกคนต่างก็หากระเป๋าของตัวเองแต่หาไม่เจอ จึงรู้ว่ามีคนร้ายเข้ามาขโมยเอากระเป๋าที่ใส่เงินสด ซึ่งเป็นธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท ฉบับละ 100 และ20 บาท มัดรวมกันไว้ในกระเป๋ารวมแล้ว 100,000 บาท พร้อมสร้อยคอทองคำเส้นละ 2 บาท 1 เส้น เส้นละ 1 สลึงอีก 1 เส้น และเอกสารสำคัญหลายอย่าง รวมถึงบัตรสวัสดิของรัฐด้วย เมื่อแน่ใจแล้วว่ากระเป๋าเงินหาย จึงให้หลานชายโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.สีชมพูทันที
บริเวณที่วางกระเป๋าเงินภายในกระท่อม ซึ่งไม่มีประตูปิดกั้น
"เมื่อคนร้ายขโมยเงินสดไปครอบครัวก็หมดตัว ต้องยืมเงินญาติพี่น้องมาใช้จ่าย อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับคนร้ายให้ได้โดยเร็ว ตนขอให้รางวัลนำจับ 10,000 บาท สำหรับคนแจ้งเบาะแสจนเจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับตัวได้ และขอสาปแช่งให้คนร้ายมือขาดขาขาด ขอให้ฉิบหายวายวอด ขอให้มันหมดเยอะกว่าที่ขโมยของตัวเองไป ได้ทองไป 2 บาทกว่า ก็ขอให้มันหมดไป 5 บาท ขอให้มันดูข่าว ขอให้มันรับรู้ ขอให้เวรกรรมตามมันทันให้มันเอาข้าวของเงินทองมาคืน เพราะเชื่อว่ามันยังคงใช้ไม่หมด" นางหนูหลิ่ง กล่าวทิ้งท้าย
ด้านพ.ต.ท.ไพเราะ กล่าวว่า หลังรับแจ้งเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนพร้อมพนักงานสอบสวนได้ลงพื้นที่ตรวจที่เกดเหตุ แต่เนื่องจากจุดดังกล่าวไม่มีพยานเห็นตัวคนร้าย และไม่มีกล้องวงจรปิด จึงต้องทำการสืบสวนสอบสวนจากชาวบ้านที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ ทั้งยังได้ประสานไปยังร้านทองในอ.สีชมพู และอำเภอใกล้เคียง เพื่อหาเบาะแสของคนร้ายต่อไป