โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พบร่องรอยการระเบิดครั้งใหญ่ที่สุดในจักรวาลรองจากบิ๊กแบง

Khaosod

อัพเดต 29 ก.พ. 2563 เวลา 06.47 น. • เผยแพร่ 29 ก.พ. 2563 เวลา 06.16 น.

พบร่องรอยการระเบิดครั้งใหญ่ที่สุดในจักรวาลรองจากบิ๊กแบง - BBCไทย

ทีมนักดาราศาสตร์ขององค์การนาซา ตรวจพบร่องรอยการระเบิดครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยพบมาในประวัติศาสตร์ของจักรวาล ซึ่งมีความรุนแรงรองลงมาจากเหตุการณ์บิ๊กแบง (Big Bang) ที่เป็นจุดเริ่มต้นการขยายตัวของเอกภพเท่านั้น

ร่องรอยการระเบิดครั้งมโหฬารนี้ พบว่าเป็นช่องโหว่ขนาดยักษ์ในกระจุกดาราจักรโอฟิวคุส (Ophiuchus galaxy cluster) ซึ่งอยู่ห่างจากโลกราว 390 ล้านปีแสง โดยสันนิษฐานว่าการระเบิดปลดปล่อยพลังงานมหาศาลจากหลุมดำมวลยิ่งยวดตรงใจกลางกระจุกดาราจักรดังกล่าว ทำให้เกิดช่องโหว่นี้ขึ้น

กระจุกดาราจักร Ophiuchus มีช่องโหว่ (สีน้ำเงินในกรอบสี่เหลี่ยม) ซึ่งใหญ่กว่ากาแล็กซีทางช้างเผือก 15 เท่า

กล้องโทรทรรศน์รังสีเอกซ์จันทราพบร่องรอยการระเบิดนี้เป็นครั้งแรกเมื่อปี 2016 โดยต่อมาพบว่าเป็นช่องโหว่ในกลุ่มก๊าซร้อน ซึ่งกินพื้นที่ขนาดใหญ่กว่ากาแล็กซีทางช้างเผือกถึง 15 เท่า

ดร. ซีโมนา เจียชินตุชชี ผู้นำทีมวิจัยระบุว่า หลุมดำมวลยิ่งยวดที่มีมวลมากกว่าดวงอาทิตย์ 10 ล้านเท่า อาจปะทุพลังงานส่วนเกินที่ได้จากการดูดกลืนดาวฤกษ์ออกมาในรูปของไอพ่นเป็นครั้งคราว โดยการระเบิดไอพ่นพลังงานสูงจนทำให้บางส่วนของกระจุกดาราจักรเป็นช่องโหว่นั้น เทียบได้กับการปะทุของภูเขาไฟเซนต์เฮเลนส์เมื่อปี 1980 ซึ่งแรงระเบิดจากภายในทำให้ปากปล่องภูเขาไฟส่วนยอดต้องพังทลายไป

NASA/CXC /M.WEISS
คำบรรยายภาพ
ภาพจำลองระบบดาวคู่ 4U 1630-47 ประกอบด้วยหลุมดำที่กำลังดูดกลืนดาวฤกษ์และปลดปล่อยไอพ่นออกมา 2 ลำ

ดร. แม็กซิม มาร์เกวิตช์ ผู้ร่วมทีมวิจัยของนาซาอีกรายอธิบายเพิ่มเติมว่า ไอพ่นที่ปะทุจากหลุมดำน่าจะเดินทางผ่านห้วงอวกาศในกระจุกดาราจักรไประยะหนึ่ง ก่อนจะปะทะเข้ากับวัตถุบางอย่างจนทำให้เกิดการระเบิดเป็นช่องโหว่ขนาดใหญ่ คล้ายกับการเป่าลมลงไปในหลอดดูดน้ำ ซึ่งจะทำให้เกิดฟองอากาศระเบิดออกที่ปลายหลอด

มีการตีพิมพ์รายงานวิจัยนี้ในวารสาร The Astrophysical Journal โดยระบุว่าข้อมูลล่าสุดที่รวบรวมได้มาจากกล้องโทรทรรศน์หลายตัว ทั้งกล้องที่อยู่ในอวกาศเช่นกล้องโทรทรรศน์รังสีเอกซ์จันทราและกล้องโทรทรรศน์อวกาศ XMM-Newton ขององค์การอวกาศยุโรป ส่วนข้อมูลการแผ่คลื่นวิทยุที่ชี้ถึงขอบเขตของช่องโหว่นั้น ได้จากกล้องโทรทรรศน์วิทยุคลื่นไมโครเวฟ GMRT ในอินเดีย และกล้องโทรทรรศน์วิทยุคลื่นความถี่ต่ำ MWA ในออสเตรเลีย

พลังงานมหาศาลที่ทำให้เกิดการระเบิดครั้งนี้ อยู่ในระดับที่สูงกว่าการระเบิดในกระจุกดาราจักร MS 0735.6+7421 ซึ่งเป็นแชมป์เก่าถึง 5 เท่า โดยทีมผู้วิจัยสันนิษฐานว่า การที่หลุมดำมวลยิ่งยวดปะทุไอพ่นในระดับพลังงานขนาดนี้ได้ น่าจะเป็นเพราะมีการดูดกลืนกาแล็กซีเข้าไปเมื่อหลายร้อยล้านปีมาแล้ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...