โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“สมาคมประกันฯ” ชี้แจงเงื่อนไข "ซื้อประกันโควิดชาวต่างชาติ" ก่อนเข้าไทย

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 29 ต.ค. 2563 เวลา 05.21 น. • เผยแพร่ 29 ต.ค. 2563 เวลา 05.21 น.
Out bound passengers check the flight information board at the Suvarnabhumi International Airport in Bangkok on February 28, 2019. - Thai airways cancelled 11 European-bound flights after Pakistan closed its airspace as tensions with India mount, the carrier said February 28, a move affecting thousands of passengers at the height of the country's busy tourist season. (Photo by Lillian SUWANRUMPHA / AFP)

จากการที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) เห็นชอบมาตรการการเปิดประเทศ สำหรับนักท่องเที่ยวประเภทพิเศษ (Special Tourist Visa: STV) แบบ “จำกัดจำนวน” ตามที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเสนอ

โดยการเปิดประเทศแบบจำกัดนี้ได้เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 เป็นต้นมา ด้วยการรับเฉพาะนักท่องเที่ยวประเภทพิเศษที่จะมาพำนักอยู่ในประเทศไทยระยะยาว ไม่ต่ำกว่า 90-270 วัน ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินหน้าเพื่อฟื้นฟูภาคเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของประเทศไทยให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ หลังจากที่ต้องหยุดชะงักมานานกว่า 8 เดือน จากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ประสงค์จะเดินทางมายังประเทศไทย จะต้องเป็นผู้ที่มาจากประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำในการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 และประสงค์จะเดินทางมาพำนักระยะยาวภายในประเทศไทย (Long Stay) โดยต้องยอมรับการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคตามที่ทางการกำหนด และยินยอมเข้ารับการกักตัวในสถานกักกันทางเลือก (Alternative State Quarantine: ASQ) ไม่น้อยกว่า 14 วัน

รวมทั้งต้องมีเอกสารหรือหลักฐานต่างๆ สำหรับการเดินทางเข้าประเทศไทยอย่างครบถ้วนตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ ศบค. และกระทรวงมหาดไทยกำหนดไว้

ตามคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่ 8/2563 เรื่อง แนวปฏิบัติตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2558 (ฉบับที่ 7) ลงวันที่ 31 กรกฎาคม 2563 และประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวบางจำพวกอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ ลงวันที่ 29 กันยายน 2563

โดยนักท่องเที่ยวจะต้องทำประกันภัยเพื่อคุ้มครองโรค COVID-19 ที่มีวงเงินคุ้มครองไม่น้อยกว่า 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือเท่ากับ 3,200,000 บาท และต้องทำประกันภัยสุขภาพและอุบัติเหตุที่มีวงเงินคุ้มครองไม่น้อยกว่า 40,000 บาทสำหรับผู้ป่วยนอก และไม่น้อยกว่า 400,000 บาทสำหรับผู้ป่วยใน ตลอดระยะเวลาที่พำนักอยู่ในประเทศไทย

นายกี่เดช อนันต์ศิริประภา ผู้อำนวยการบริหาร สมาคมประกันวินาศภัยไทย ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวนี้ว่า สมาคมประกันวินาศภัยไทย ได้ร่วมกับบริษัทสมาชิก จำนวน 13 บริษัท บริษัทประกันชีวิตซึ่งเป็นสมาชิกของสมาคมประกันชีวิตไทย จำนวน 3 บริษัท สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง

ได้แก่ ศบค. กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จัดทำโครงการประกันภัยคุ้มครองการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) สำหรับชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย โดยจัดเตรียมช่องทางออนไลน์เพื่อจำหน่ายกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองโรค COVID-19 ผ่านทางเว็บไซต์ https://covid19.tgia.org

ชาวต่างชาติที่ประสงค์จะเดินทางเข้ามายังประเทศไทยในช่วงนี้ ซึ่งได้แก่

  • ผู้ควบคุมยานพาหนะหรือเจ้าหน้าที่ประจำยานพาหนะซึ่งจำเป็นต้องเดินทางเข้ามาตามภารกิจและมีกำหนดเวลาเดินทางออกนอกราชอาณาจักรชัดเจน
  • ผู้ไม่มีสัญชาติไทยซึ่งเป็นคู่สมรส บิดา มารดา หรือบุตรของผู้มีสัญชาติไทย
  • คนต่างด้าวซึ่งมีใบสำคัญถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร ตลอดจนคู่สมรสและบุตรของบุคคลดังกล่าว
  • ผู้ไม่มีสัญชาติไทยซึ่งมีใบอนุญาตทำงานหรือได้รับอนุญาตให้เข้ามาทำงานในราชอาณาจักรตามกฎหมาย ตลอดจนคู่สมรสและบุตรของบุคคลดังกล่าว
  • ผู้ไม่มีสัญชาติไทยซึ่งเป็นนักเรียนหรือนักศึกษาของสถานศึกษาในประเทศไทยที่ทางการไทยรับรอง ตลอดจนบิดา มารดา หรือผู้ปกครองของบุคคลดังกล่าว
  • ผู้ไม่มีสัญชาติไทยซึ่งมีความจำเป็นต้องเข้ามารับการตรวจรักษาพยาบาลในประเทศไทย และผู้ติดตามของบุคคลดังกล่าว แต่ต้องไม่เป็นกรณีเข้ามาเพื่อการรักษาพยาบาลโรค COVID-19
  • ผู้ไม่มีสัญชาติไทยซึ่งได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรตามข้อตกลงพิเศษระหว่างหน่วยงานของรัฐของประเทศไทยกับต่างประเทศ

ทั้งหมดนี้จะต้องทำประกันภัยคุ้มครองโรค COVID-19 ที่มีวงเงินคุ้มครองไม่น้อยกว่า 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือเท่ากับ 3,200,000 บาท ตลอดระยะเวลาที่พำนักอยู่ในประเทศไทย ตามที่ ศบค. กำหนดไว้

สำหรับนักท่องเที่ยว STV ที่ประสงค์จะเดินทางมาพำนักระยะยาวภายในประเทศไทย (Long Stay) นั้น นอกจากต้องทำประกันภัยคุ้มครองโรค COVID-19 ที่มีวงเงินคุ้มครองดังกล่าวข้างต้นแล้ว ยังจำเป็นต้องทำประกันภัยสุขภาพและอุบัติเหตุที่มีวงเงินคุ้มครองไม่น้อยกว่า 40,000 บาทสำหรับผู้ป่วยนอก และไม่น้อยกว่า 400,000 บาทสำหรับผู้ป่วยใน ตลอดระยะเวลาที่พำนักอยู่ในประเทศไทย ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยด้วย โดยนักท่องเที่ยวที่สนใจสามารถซื้อประกันภัยสุขภาพและอุบัติเหตุผ่านทางเว็บไซต์ https://longstay.tgia.org ที่สมาคมประกันวินาศภัยไทยได้จัดเตรียมไว้ให้ได้

ในส่วนของการทำประกันภัยคุ้มครองโรค COVID-19 สมาคมประกันวินาศภัยไทย และสมาคมประกันชีวิตไทย ได้ร่วมกับบริษัทสมาชิก ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง จัดทำกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองโรค COVID-19 ที่มีวงเงินคุ้มครอง 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือเท่ากับ 3,200,000 บาท เพื่อรองรับชาวต่างชาติที่ประสงค์จะเดินทางมายังประเทศไทยข้างต้น ซึ่งความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ

  • ให้ความคุ้มครองกรณีผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตด้วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยบริษัทประกันภัยจะจ่ายผลประโยชน์หรือค่าทดแทน เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดการงานศพ และค่าใช้จ่ายในการส่งศพหรืออัฐิกลับประเทศ ไม่เกินวงเงินดังกล่าวข้างต้น
  • ให้ความคุ้มครองผู้เอาประกันภัยที่ได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ว่า ป่วยจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จนเป็นเหตุให้ต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลและรักษาพยาบาลต่อเนื่อง ไม่ว่าจะในฐานะผู้ป่วยในหรือผู้ป่วยนอก ซึ่งบริษัทประกันภัยจะจ่ายผลประโยชน์หรือค่าทดแทน สำหรับค่าใช้จ่ายที่จำเป็นและสมควรตามความจำเป็นและมาตรฐานทางการแพทย์ ตามจำนวนเงินที่ต้องจ่ายจริง แต่ไม่เกินวงเงินดังกล่าวข้างต้น

ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อซื้อประกันภัยผ่านทางเว็บไซต์ https://covid19.tgia.org ทั้งนี้ ชาวต่างชาติที่ซื้อประกันภัยผ่านเว็บไซต์ดังกล่าวจะได้รับความสะดวกรวดเร็วในการตรวจสอบเอกสารหลักฐานการซื้อประกันภัยจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อเดินทางมาถึงประเทศไทย โดยเจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบการซื้อประกันภัยผ่านเว็บไซต์ได้ทันที

“การจัดทำประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองชาวต่างชาติ เป็นการนำระบบการประกันภัยเข้ามาช่วยบริหารความเสี่ยงเพื่อรองรับนโยบายภาครัฐ สร้างความสะดวกและความมั่นใจให้กับชาวต่างชาติที่ประสงค์จะเดินทางเข้ามายังประเทศไทย ช่วยเพิ่มเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของประเทศจากการจับจ่ายใช้สอยของชาวต่างชาติ ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาวะเศรษฐกิจไทยโดยรวม ” นายกี่เดช กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...