โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

อลหม่านประกันรายได้ยางพารา "ยางก้อนถ้วย"โวยขอชดเชยดอกเบี้ย3%

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 10 ต.ค. 2562 เวลา 02.49 น. • เผยแพร่ 10 ต.ค. 2562 เวลา 02.49 น.
จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์

ต้นทุนสูงกว่าแต่ราคาประกันรายได้น้อยกว่า เกษตรกรผู้ผลิตยางก้อนถ้วยโวยเพิ่มราคาประกันยางก้อนถ้วยอีกโลละ 2 บาท จาก 23 เป็น 25 บาท หวั่นปรากฏการณ์แห่ยืนยันสิทธิประกันรายได้ “น้ำยางสด” แทนยางก้อนถ้วย

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่าแม้ว่าคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) ซึ่งมีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์เป็นประธาน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีมติอนุมัติโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง ที่ขึ้นทะเบียนกับการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ก่อนวันที่ 12 ส.ค. 2562 รวม 1.71 ล้านราย โดยกำหนดอัตราราคาประกันรายได้ยางแผ่นดิบคุณภาพดี กก.ละ 60 บาท, น้ำยางสด(DRC 100%) กก.ละ 57 บาท และยางก้อนถ้วย (DRC 50%) กก.ละ 23 บาท มีเป้าหมายว่าจะเริ่มจ่ายรอบแรก ในวันที่ 1-15 พ.ย. 2562 ด้วยงบประมาณในโครงการรวม 24,278 ล้านบาท แต่ยังไม่ทันจะเสนอมติ กนย.ต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ปรากฏว่ากลุ่มเกษตรกรต่างออกมาไม่เห็นด้วย อีกทั้งราคายางแผ่นดิบลดลงไปอีก กก.ละ 2-3 บาท จาก 37.73 เหลือ 34.25 บาท น้ำยางสดลดลง กก.ละ 2 บาท จาก 37.50 เหลือ 35.50 บาท และราคาส่งออกจาก 44.50 เหลือ 43.20 บาท

นายเขศักดิ์ สุดสวาท เลขานุการเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทย หนึ่งในผู้เข้าร่วมการประชุม กนย.เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กนย.ไม่ยอมรับข้อเรียกร้องของกลุ่มเครือข่าย ซึ่งเสนอให้เพิ่มราคาประกันรายได้ยางก้อนถ้วย (DRC50%) จาก กก.ละ23 เป็น 25 บาท เพราะการผลิตยางก้อนถ้วยมีต้นทุนการดำเนินการสูงกว่า แต่กลับได้ราคาต่ำกว่าน้ำยางสดซึ่งไม่ได้มีการแปรสภาพอะไรเลย อีกทั้งเกษตรกรส่วนใหญ่กว่า 60% ผลิตยางก้อนถ้วย ส่วนผู้ผลิตน้ำยางสดมีประมาณ 17% และยางแผ่นดิบ 13% เท่านั้น นอกจากนี้ยังเสนอขอให้ปรับลดเงื่อนไขให้เกษตรกรรายย่อยได้รับประโยชน์มากขึ้น โดยให้รายละ 15 ไร่ เพราะเป็นอัตราส่วนเฉลี่ยของที่ดินที่เกษตรกรรายย่อยกว่า 72%

“ยางก้อนถ้วยต้องมีการแปรสภาพเพื่อให้เก็บไว้ได้นาน แต่กลับได้ราคาประกันต่ำกว่าน้ำยางถึง กก.ละ 34 บาทซึ่งไม่คุ้มค่ากับการลงทุนของเกษตรกรเลยหากเป็นเช่นนั้นเชื่อว่าเกษตรกรจะต้องหันไปผลิตน้ำยางสดเพื่อให้ได้เงินชดเชยที่สูงกว่าเพื่อไม่ให้ขาดทุน ซึ่งกรณีนี้เกษตรกรต้องแจ้งยืนยันสิทธิว่าตนผลิตยางชนิดใด เพื่อให้ ธ.ก.ส.ทราบ โดยใน กนย.รายงานว่าเกษตรกรขึ้นทะเบียนกับ กนย.ถึงวันที่ 12 ส.ค.ที่ผ่านมา รวม 1.7 ล้านคน ซึ่งเป็นบัตรชมพู (ไม่มีเอกสารสิทธิ)3 แสน ส่วนคนกรีดยาง 3 แสนราย การจ่ายกำหนดว่าชาวสวนจะได้ 60% แต่คนกรีดได้ 40% โดยจะจ่ายให้ตัวแทนคนกรีด1 คน และให้ไปหารกันเองกลุ่มคนกรีดของสวนนั้น ๆ คนกรีดต่างด้าวที่มาขึ้นทะเบียนจะได้เงินหรือไม่ขึ้นอยู่กับเจ้าของสวน”

นายมนัส บุญพัฒน์ นายกสมาคมคนกรีดยางและชาวสวนยางรายย่อย (ส.ค.ย.) เปิดเผยว่า นโยบายนี้ถือเป็นการใช้จ่ายเงินที่สิ้นเปลืองและต้องใช้งบประมาณปี 2564 เพราะงบปี 2563 แต่ละกระทรวงเต็มหมดแล้ว ทางออกในการแก้ปัญหายางตกต่ำรัฐบาลต้องดิ้นรนหาวิธีการแปรรูปใช้ภายในประเทศ และหาตลาดใหม่เพิ่มให้ได้

นายไพรัช เจ้ยชุม ประธานคณะกรรมการ ชุมนุมสหกรณ์กองทุนสวนยางจังหวัดพัทลุง จำกัด เปิดเผยว่า ประชุมเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางจังหวัดพัทลุง เตรียมเสนอ 6 ข้อถึงรัฐบาล

ได้แก่ 1.มาตรการชดเชยราคายางแผ่นรมควัน 3 บาท/กิโลกรัม ตามการซื้อขายในตลาด

2.ชดเชยดอกเบี้ยเงินกู้ร้อยละ 3ต่อปี

3. ขยายเวลาชำระเงินกู้จากโครงการของรัฐบาล โครงการ 15,000 ล้าน ขยายออกไปถึงปี 2567

4. เรียกร้องให้หน่วยธุรกิจการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เข้าประมูลยางในตลาดกลางแข่งกับบริษัทเอกชน

5.ติดตามโครงการส่งเสริมการใช้ยางในหน่วยงานภาครัฐ

และ 6.ให้ดำเนินการตาม พ.ร.บ. ควบคุมยางอย่างจริงจังให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับ กยท.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...