โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ฝรั่งชมพูพันทิพ

เทคโนโลยีชาวบ้าน

เผยแพร่ 01 มี.ค. 2562 เวลา 08.30 น.

ฝรั่งชมพูพันทิพ ไม่ใช่ฝรั่งพันธุ์ไทยเหมือนกับชื่อ ตั้งชื่อตามสีเนื้อที่มีสีแดงชมพู ฝรั่งชมพูพันทิพเป็นฝรั่งสายพันธุ์ไต้หวัน ไต้หวันได้พัฒนาฝรั่งสายพันธุ์ดีๆ หลายสายพันธุ์ บางสายพันธุ์พัฒนามาจากฝรั่งของไทย ไต้หวันพัฒนาสายพันธุ์ฝรั่งได้เก่งกว่าไทย ได้สายพันธุ์ที่ดีแปลกใหม่ คนไทยต้องซื้อกลับเข้ามา คนไทยก็พัฒนาสายพันธุ์ฝรั่งได้แต่คุณสมบัติต่างๆ บางอย่างยังเป็นรองฝรั่งไต้หวัน

ส่วนฝรั่งชมพูพันทิพนั้นถูกนำเข้ามาในประเทศไทย เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2552 โดยกลุ่มเกษตรกรกลุ่มหนึ่งไปดูงานที่ศูนย์วิจัยพันธุ์พืชแห่งหนึ่งที่ไต้หวัน และได้นำพันธุ์ฝรั่งที่ศูนย์วิจัยฯ แห่งนี้ (ยังไม่ได้ตั้งชื่อพันธุ์เป็นหมายเลข) กลับมาปลูกที่เมืองไทย ปรากฏว่าสามารถเจริญเติบโตได้ดี ติดดอกออกผลเร็ว รสชาติอร่อย เนื้อไส้สีแดงน่ารับประทาน จากนั้นสวนคุณระย้าได้นำมาขยายพันธุ์ต่อที่สวนอำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย ไว้เป็นจำนวนมาก

ลักษณะโดยทั่วไป ใบค่อนข้างยาว เส้นใบเด่นชัด ที่ปลายยอดใบมีสีแดงเล็กน้อย ลักษณะผลทรงคล้ายหยดน้ำค่อนข้างรีๆ น้ำหนักผล 4-5 ผล ต่อ 1 กิโลกรัม ปลูกประมาณ 4 เดือน ให้ผล ให้ผลดก เมื่อผลฝรั่งมีขนาดเท่าหัวนิ้วมือจึงเริ่มห่อด้วยกระดาษ ผลมีปริมาณเนื้อมาก เนื้อแดงเกือบทั่วทั้งผล กรอบ เมล็ดเยอะหน่อย การดูแลรักษาง่าย ต้นมีความทนทาน การให้น้ำขึ้นอยู่กับสภาพของดิน ถ้าดินแห้งจึงให้น้ำ

การปลูก เหมือนกับการปลูกฝรั่งทั่วไป การใส่ปุ๋ยเคมี ให้ปุ๋ยเคมีระยะแรก สูตร 15-15-15 เดือนละ 2 ครั้ง หนึ่งกำมือต่อต้น ระยะติดผล เพิ่มขนาด 8-24-24 เมื่อจะใกล้เก็บผลใส่ปุ๋ยเพิ่มความหวาน สูตร 13-13-21 อดน้ำก่อนเก็บ 3 วัน จะได้รสหวานอร่อย ปุ๋ยชีวภาพ ใช้กากน้ำตาล ผลตกหล่น ผัก ปลา อื่นๆ Em ผสมหมักฉีดพ่นทางต้น ทางใบ การตัดแต่งกิ่งจะเลือกตัดกิ่งที่แก่มากออก เพื่อให้แตกกิ่งใหม่และจะติดดอก

โรคแมลงรบกวนน้อย แมลงที่พบมีเพลี้ยแป้ง กับเพลี้ยอ่อน เนื่องจากมดเป็นตัวพาเพลี้ยเหล่านี้มาไว้ที่ใต้ใบ ถ้ากำจัดมดหมดเพลี้ยก็จะหายไปเอง หรือใช้น้ำส้มควันไม้ผสมเหล้าขาวฉีดพ่นกำจัด

สนใจ ฝรั่งชมพูพันทิพ สอบถามได้ที่ 091-051-119

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...