โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พระนาม "พระนเรศ" ในจารึกและเอกสารโบราณ

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 03 ส.ค. 2562 เวลา 16.03 น. • เผยแพร่ 03 ส.ค. 2562 เวลา 13.38 น.

กรณีการอ่านพระนาม“พระนเรศวรมหาราช” ควรอ่านอย่างไร ระหว่าง

นะ เร สวน มะ หา ราด หรือ นะ เรด วอ ระ มะ หา ราด

หากพิจารณาตามที่ปรากฏในเอกสารตัวเขียน จารึก รวมถึงบันทึกต่าง ๆ จะพบการออกพระนาม ดังนี้

  1. พงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับวัน วลิต (พ.ศ. ๒๑๘๒) ใช้ว่า 

  2. “พระนริศราชาธิราช” ภายหลังบรรณาธิการผู้จัดพิมพ์ แก้ไขเป็น“พระนเรศราชาธิราช” (ไม่มี “วร”)

ภายหลัง ดร.วินัย พงศ์ศรีเพียร “สันนิษฐาน” สร้อยพระนาม “ราชาธิราช” น่าจะมีความสอดคล้องเชิงสัญลักษณ์กับ สร้อยพระนาม “สมเด็จพระบรมมหาจักรพรรดิ วรราชาธิราช” ที่ปรากฏในจารึกศรีสองรัก
ดังนั้น การกล่าวว่าสร้อยพระนาม “พระนเรศราชาธิราช” ให้กลายเป็น “พระนเรศ(วร)ราชาธิราช” จึงเป็นเพียงข้อสันนิษฐาน ที่ยังไม่พบหลักฐานตัวเขียนหรือจารึก

  1. พระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ (พ.ศ. ๒๒๒๓) ใช้ว่า 

  2. “สมเด็จพระนารายณ์บพิตรเป็นเจ้า”

  3. พงศาวดารฉบับหอแก้ว (พ.ศ. ๒๓๗๘) (และฉบับแปล พ.ศ. ๒๔๕๓) ใช้

  4. “พระนเรศ”

  5. พงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) (ธนบุรีต่อต้นรัตนโกสินทร์) ใช้ว่า

  6. *“สมเด็จพระนเรศวรเป็นเจ้า” *

  7. “สมเด็จพระนเรศ บรมเชษฐาธิราชเจ้า”

  8. คำภีร์สังคีติยวงศ์ (พ.ศ. ๒๓๓๒) ใช้

  9. *“นริสฺสราชา” *

  10. “นริสสราช”

  11. พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับสมเด็จพระพนรัตน์ วัดพระเชตุพนฯ (พ.ศ. ๒๓๔๐) ใช้

  12. *“สมเด็จพระนเรศวรเป็นเจ้า” *

  13. *“สมเด็จพระนเรศวรบรมบพิตรเป็นเจ้า” *

  14. “สมเด็จพระนเรศวร บรมเชษฐาธิราชเจ้า” (นะเรด-เชด)

  15. ลิลิตตะเลงพ่าย (พ.ศ. ๒๓๗๕) ใช้

  16. “นเรศ”

  17. “นเรศร์”

  18. “นเรศวร์”

  19. “นเรศวร” (…ธ ก็ทราบสรรพโดยควร ว่านเรศวรกษัตรา กับเอกาทศรุถ…)

  20. “นเรศูร”

  21. พระราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขา (พ.ศ. ๒๔๕๕) ใช้

  22. “สมเด็จพระนเรศวรเป็นเจ้า”

  23. “สมเด็จพระนเรศวร บรมเชษฐาธิราชเจ้า”

  24. คำให้การขุนหลวงหาวัด (แปล พ.ศ. ๒๔๕๔) ใช้

  25. “พระนเรศร์”

  26. คำให้การชาวกรุงเก่า (แปล พ.ศ. ๒๔๕๔) ใช้

  27. “พระนเรศวร”

  28. พระไอยการกระบดศึก ใช้ว่า

  29. “สมเดจ์บรมบาทบงกชลักษณอัคบุริโสดมบรมหน่อนรา เจ้าฟ้านเรศเชษฐาธิบดี”

  30. จารึก K27 ใช้

“พระนเรสส”

จากหลักฐานตัวเขียน จารึก และบันทึกต่าง ๆ พอจะตั้งข้อสังเกตได้ว่า พระนามเดิมเป็นแต่เพียง “นริศ” หรือ“นเรศ” และบางครั้งมีสร้อยพระนาม “ราชาธิราช” (ยังไม่พบหลักฐานว่าใช้ “วร” นอกจากข้อสันนิษฐานว่าอาจพ้องกับจารึกศรีสองรัก) 

ต่อมาในเอกสารรัตนโกสินทร์ พบใช้ร่วมกันทั้ง“นเรศ” และ “นเรศวร” ซึ่งพระนาม “นเรศวร” สามารถออกเสียงได้ทั้ง นะ-เร-สวน และ นะ-เรด ขึ้นอยู่กับตำแหน่งการรับ-ส่งสัมผัส

อนึ่ง ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระพุทธรูปปางห้ามสมุทร ประดิษฐานไว้ ณ หอพระปริตในพระบรมมหาราชวัง เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแก่บูรพกษัตริย์

ภายหลัง พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงจารึกพระนามที่ฐานพระพุทธรูปนั้นว่า “พระนเรศวรมหาราช” ซึ่งถือได้ว่าการขนานพระนาม “พระนเรศวร” เป็นการสร้างศัพทาลังการให้ยิ่งขึ้นไป ทั้งยังถวายพระสมัญญาว่า “มหาราช” อันหมายถึงกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ ทำนองเดียวกับธรรมเนียมตะวันตกใช้ว่า“The Great” 

ดังนั้น หากจะขนานพระนามตามที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงถวายพระสมัญญา “พระนเรศวรมหาราช” ก็สมควรจักออกพระนามว่า“นะ-เร-สวน-มะ-หา-ราด” หรือ อ่านอย่างมีการันต์ท้ายคำว่า “นะ-เรด-มะ-หา-ราด” 

แต่หาควรอ่าน “วร” กลางคำ เป็น “วอ-ระ-มะ-หา-ราด”

หรือจักใช้ตามที่ปรากฏในเอกสารแต่เดิม ก็พึงใช้สร้อยพระนามแต่เพียง“ราชาธิราช” ต่อท้าย “พระนริศ” หรือ “พระนเรศ” เพียงเท่านั้นจึงควร

ข้อมูลจาก อาจารย์พอพล สุกใส ภาควิชาภาษาตะวันออก คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร (ได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ในเว็บไซต์ศิลปวัฒนธรรม www.silpa-mag.com)

เผยแพร่ออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ : 3 สิงหาคม 2562

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...