โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘นักวิจัย วิศวฯ มธ.’ ใช้ 3D Scan และ AI ตรวจหลุมยุบ ถ.สามเสน ช่วยวิเคราะห์รอยแยก ความลึก – ขอบเขตการทรุด ก่อนเข้าซ่อมแซม

THE STATES TIMES

อัพเดต 29 ก.ย 2568 เวลา 04.32 น. • เผยแพร่ 29 ก.ย 2568 เวลา 06.15 น. • Hard News Team

(29 ก.ย. 68) จากกรณีที่เกิดเหตุหลุมยุบความลึก 30 เมตร บนถนนสามเสน หน้า รพ.วชิรพยาบาล เกิดขึ้นช่วงเช้าวันที่ 24 ก.ย. 68 ทางผู้เชี่ยวชาญนำโดย รศ. ดร.พรหมพัฒน ธัญสิริชัยศรี นักวิจัยจากศูนย์วิจัย IIMRaS คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ร่วมกับ ผศ. ดร.อมรเทพ จิรศักดิ์จำรูญศรี สาขาวิชาเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนายั่งยืน คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยผศ.ดร.ธเนศ วีระศิริ ที่ปรึกษาวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) เมื่อวันที่ 26 กันยายน ที่ผ่านมา โดยนำเทคโนโลยี สแกนสามมิติ (3D Scan) มารวบรวมข้อมูลสภาพพื้นผิวและภูมิประเทศอย่างละเอียด พร้อมผสานกับการประมวลผลด้วย AI InSpectra ซึ่งเป็นระบบวิเคราะห์เชิงวิศวกรรมโครงสร้าง เพื่อสร้างฐานข้อมูลสามมิติที่ครบถ้วนและแม่นยำสำหรับการวิเคราะห์เชิงลึกอย่างเร่งด่วน

เบื้องหลังเทคโนโลยีนี้คือการใช้ข้อมูลจาก 3D Scan ซึ่งบันทึกสภาพจริงของพื้นที่ในเชิงปริมาตรและรายละเอียดพื้นผิว ร่วมกับ ภาพถ่ายและข้อมูลจากกล้องหรือโดรน ที่ InSpectra ประมวลผลเป็นแบบจำลองสามมิติความละเอียดสูง จากนั้นระบบจะนำข้อมูลทั้งสองส่วนมาเปรียบเทียบกับแบบจำลองก่อนหน้า เพื่อค้นหาการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เช่น รอยแยก ความลึก และขอบเขตของการทรุดตัวอย่างชัดเจน

ภารกิจถัดมาคือการติดตั้ง เครื่องตรวจวัดการสั่นสะเทือน TUSHM เพื่อเฝ้าระวังแรงสั่นไหวที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการซ่อมแซมถนนและพื้นที่โดยรอบ ซึ่งการดำเนินงานครั้งนี้ได้รับความอนุเคราะห์ด้านการอำนวยความสะดวกในการเข้าพื้นที่จาก ดร.อำพัน วิมลวัฒนา รองคณบดี คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล โดยก่อนหน้านี้ ทีม TUSHM ได้ติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดไว้ที่อาคารเพชรรัตน์แล้ว และมีแผนขยายไปยังอาคารทีปังกรฯ รวมถึงอาคารสำคัญอื่นภายในโรงพยาบาล เพื่อเพิ่มความครอบคลุมของระบบเฝ้าระวัง ทั้งสองภารกิจได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ภายใต้กองทุน ววน. ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการบูรณาการองค์ความรู้และนวัตกรรมเพื่อจัดการความเสี่ยง และยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐานในประเทศ

หลังทำเลเซอร์สแกน 3 มิติ รศ. ดร.พรหมพัฒน ธัญสิริชัยศรี นักวิจัยจากศูนย์วิจัย IIMRaS คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ให้ข้อมูลว่า จากการลงพื้นที่ไปสแกนบริเวณหลุมยุบมีการประเมินความลาดชันของดินแต่ละส่วนภายในหลุม เพื่อประเมินว่ามีการเคลื่อนที่ของดินเพิ่มขึ้นจากจุดไหน ขณะเดียวกันสามารถประเมินความเปลี่ยนแปลงของดินในหลุมแต่ละวันได้

จากข้อมูลพบว่าการเคลื่อนที่ของดินภายในหลุมน้อยลง โดยคาดว่าดินที่อยู่รอบข้างหลุมยุบน่าจะเริ่มเคลื่อนตัวน้อยลง แต่มีจุดที่เป็นใต้สถานีตำรวจสามเสน ที่ดินสไลด์จนเสาเข็มบางต้นหายไป ทำให้ทีมที่เข้าไปสำรวจต้องใช้ความระมัดระวัง

เบื้องต้นหลังการนำเลเซอร์สแกน 3 มิติ ไปติดตั้ง 5 จุดรอบหลุมยุบพบว่า จุดที่ 5 มีการเร่งเทปูนลงไปในหลุมเพื่อให้เกิดการเซ็ตตัว เป็นจุดน่าห่วงมากที่สุด โดยเป็นโพรงใต้ตึก สน.สามเสน มีเสาเข็มขาดไป 2ต้น ส่วนจุดที่ 1 – 3 สามารถทำงานได้

หากประเมินพื้นที่รอบหลุมยุบ บริเวณฝั่งที่อยู่หน้า รพ.วชิรพยาบาล เป็นจุดน่าห่วงน้อยที่สุด สามารถซ่อมแซมได้ก่อนจุดอื่น สิ่งสำคัญของอาคารโดยรอบหลุมต้องเฝ้าระวังการเอียงตัวของอาคาร ว่ามีความเสี่ยงต่อเนื่องอย่างไร

ด้านมุมหลุมยุบฝั่งที่เป็นจุดไปทางแยกซังฮี้ เป็นจุดที่ต้องเร่งทำการเทปูนปิดตรงหลุมฝั่งดังกล่าวก่อน เนื่องจากพื้นที่ฝั่งนี้ดินยังไม่ค่อยเซ็ตตัว ส่วนขอบหลุมอีกฝั่งที่เป็นถนนเชื่อมต่อไปยังถนนสามเสน เป็นจุดที่ต้องทำการเคลียร์จุดที่มีเศษวัสดุต่างๆ อยู่จำนวนมาก การซ่อมแซมจุดนี้ต้องเก็บวัสดุต่างๆ ออกก่อน

การซ่อมแซมหลังจากนี้ สิ่งสำคัญต่อไปคือการบินโดรน ลงไปสำรวจในหลุมยุบ และสแกนจุดเปราะบางต่างๆ เพื่อทำการซ่อมแซมได้ตรงจุดมากที่สุด

ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวนับเป็นครั้งแรกที่มีการนำ ระบบเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ตรวจสอบโครงสร้างอัตโนมัติควบคู่กับ 3D Scan และ เครื่องตรวจวัดการสั่นสะเทือน มาใช้กับภัยพิบัติในเขตเมืองของประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม โดยทีมวิจัยยืนยันว่าจะต่อยอดข้อมูลที่ได้ไปพัฒนาระบบติดตามอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการประเมินความมั่นคงของพื้นที่เสี่ยงในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...