โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จริงหรือไม่ ? 10 ความเชื่อโบราณคนญี่ปุ่น พร้อมกุศโลบายที่แฝงไว้

conomi

อัพเดต 25 ส.ค. 2568 เวลา 10.50 น. • เผยแพร่ 26 ส.ค. 2568 เวลา 05.00 น. • conomi.co

“ความเชื่อ” คือคำพูดหรือแนวคิดที่สร้างขึ้นจากผู้คนในสมัยก่อนสืบทอดมาจนถึงในปัจจุบัน โดยมีสิ่งสนับสนุนจากภูมิปัญญาและประสบการณ์ที่ได้พบเจอมา บางอย่างไม่มีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์มารองรับ แต่ละประเทศก็จะมีความเชื่อที่ต่างกันออกไป ที่ญี่ปุ่นก็เช่นเดียวกัน ในญี่ปุ่นก็มีความเชื่อแบบโชคลางที่สืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ บางเรื่องเป็นเรื่องที่ดูลึกลับ บางเรื่องดูเกี่ยวข้องกับพวกสิ่งเหนือธรรมชาติหรือไสยศาสตร์ แต่ก็ดูเป็นความเชื่อที่พอมีเหตุผลหรือมีกุศโลบายแฝงไว้ว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ในบทความนี้เราขอมาพูดถึง 10 ความเชื่อโบราณคนญี่ปุ่น ลองดูกันว่าจะมีความเชื่อใดบ้าง และเหตุผลที่แท้จริงที่แฝงอยู่ในความเชื่อเหล่านี้คืออะไร มาเรียนรู้ไปด้วยกันนะคะ

1. ถ้าตัดเล็บตอนกลางคืน จะเสียชีวิตก่อนพ่อแม่

ความเชื่อโบราณคนญี่ปุ่น ตัดเล็บตอนกลางคืน

หลายคนคงเคยได้ยินความเชื่อที่ว่าห้ามตัดเล็บตอนกลางคืน ที่ญี่ปุ่นมีคำกล่าวที่ว่า “หากตัดเล็บตอนกลางคืน จะไม่ได้อยู่เห็นพ่อแม่จากไป” หมายถึงจะมีอายุสั้นลง จะเสียชีวิตก่อนพ่อแม่นั่นเอง แต่ความเชื่อนี้ก็มีเหตุผลมารองรับ เพราะในสมัยก่อนนั้นยังไม่มีไฟฟ้าใช้ ตอนกลางคืนจึงมีแสงสว่างน้อยมาก การตัดเล็บในที่มืด ๆ จึงมีความเสี่ยงที่จะทำให้นิ้วโดนบาดหรือตัดเข้าเนื้อได้ เพราะกรรไกรตัดเล็บในสมัยก่อนไม่เหมือนสมัยปัจจุบันนี้ ด้วยเหตุนี้ความเชื่อนี้จึงถูกส่งต่อไปยังลูกหลานว่าห้ามตัดเล็บตอนกลางคืน

อีกความเชื่อหนึ่งในเรื่องนี้คือ การตัดเล็บเกี่ยวข้องกับพลังงานหยินซึ่งจะรุนแรงมากในเวลากลางคืน หากทำแล้วจะดึงดูดวิญญาณร้ายและเคราะห์ร้ายเข้าหาตัว

2. เวลารถขนศพวิ่งผ่านให้รีบเก็บนิ้วโป้ง

ความเชื่อโบราณคนญี่ปุ่น รถขนศพ

เด็กญี่ปุ่นจะถูกปลูกฝังความเชื่อที่ว่า “เวลารถขนศพวิ่งผ่านให้รีบเก็บนิ้วโป้ง” เพราะนิ้วโป้งเป็นสัญลักษณ์ของพ่อแม่ เวลาเห็นรถขนศพแล้วจึงรีบเก็บนิ้วโป้งกันไว้ เพื่อไม่ให้พ่อแม่ได้รับอันตรายหรือจากไปก่อนนั่นเอง นอกจากนี้ยังมีการกล่าวถึงว่าการเก็บหรือซ่อนนิ้วโป้งนั้นเป็นธรรมเนียมปฏิบัติในการแสดงความเคารพต่อผู้ล่วงลับอีกด้วย

3. ถ้าผิวปากตอนกลางคืนจะมีงูโผล่ออกมา

ความเชื่อโบราณคนญี่ปุ่น ผิวปากตอนกลางคืน

ความเชื่อที่ว่า “ถ้าผิวปากตอนกลางคืนจะมีงูโผล่ออกมา” นั้นแตกต่างกันไปเล็กน้อยตามแต่ละภูมิภาคของญี่ปุ่น บางพื้นที่เชื่อว่าเมื่อผิวปากแล้วจะดึงดูดงูหรือผีให้ออกมา เหตุผลหนึ่งคือสมัยก่อนเวลากลางคืนจะเงียบมาก เมื่อผิวปากหรือทำเสียงดังในเวลากลางคืนก็จะเป็นเสียงที่ค่อนข้างดัง ยิ่งผิวปากแล้วก็เป็นเสียงที่แหลมและน่าขนลุก อีกเหตุผลหนึ่งคือในสมัยก่อนโจรที่ญี่ปุ่นมักจะใช้การผิวปากเป็นการส่งสัญญาณให้กัน จึงไม่ควรผิวปากเพื่อเป็นการป้องกันโจรขึ้นบ้าน

ส่วนที่กล่าวกันว่า “จะมีงูโผล่ออกมา” อาจเป็นเพราะว่าเสียงผิวปากบางทีจะคล้ายกับเสียงงูเลื้อยผ่านหญ้า หรือเป็นการเล่นคำญี่ปุ่น 2 คำระหว่างคำว่า 蛇 ที่แปลว่า งู และคำว่า 邪 ที่แปลว่า ชั่วร้าย ต่างก็ออกเสียงว่า “จา” เหมือนกัน

4. ถ้านอนหันหัวไปทางทิศเหนือจะเจอโชคร้าย

นอนหันหัวไปทางทิศเหนือ ความเชื่อโบราณคนญี่ปุ่น

ความเชื่อที่ว่า “ถ้านอนหันหัวไปทางทิศเหนือจะเจอโชคร้าย” มีต้นกำเนิดมาจากทางศาสนาพุทธ เมื่อพระพุทธเจ้าปรินิพพาน พระเศียรของพระองค์หันไปทางทิศเหนือ อีกทั้งในงานศพที่ญี่ปุ่นมีธรรมเนียมว่าจะต้องให้ผู้ตายนอนหันศีรษะไปทางทิศเหนือ คนญี่ปุ่นจึงหลีกเลี่ยงทิศเหนือในการนอน เพราะถือว่าเป็น “ทิศมรณะ” ถือเป็นลางร้ายสำหรับผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ หากหันศีรษะไปทางเหนือก็จะเจอแต่โชคร้าย

แต่ความเชื่อข้อนี้ก็มีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์มาหักล้างกัน เพราะกล่าวกันว่าการหันศีรษะไปทางทิศเหนือช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดและเพิ่มคุณภาพการนอนหลับอันเนื่องมาจากผลกระทบของสนามแม่เหล็ก การนอนหันศีรษะไปทางทิศเหนือในความเป็นจริงจึงถือว่าไม่เป็นโชคร้ายแต่อย่างใด

5. ห้ามเก็บดอกฮิกังบานะ

ความเชื่อโบราณคนญี่ปุ่น ดอกฮิกังบานะ

ดอกฮิกังบานะหรือดอกพลับพลึงแมงมุมสีแดงเป็นดอกไม้สีแดงสดรูปร่างแปลกตา มักพบตามสุสานและตามขอบนาข้าว มีความเชื่อโบราณที่ว่าหากใครเก็บดอกฮิกังบานะกลับบ้าน บ้านนั้นจะเกิดไฟไหม้ คนญี่ปุ่นจึงใช้ความเชื่อนี้ในการเตือนเด็ก ๆ ไม่ให้เก็บดอกฮิกังบานะกลับบ้าน เหตุผลที่แท้จริงของความเชื่อข้อนี้คือดอกฮิกังบานะเป็นดอกไม้ที่มีพิษ มีสารอัลคาลอยด์ที่ชื่อว่าไลโครีน หากเผลอรับประทานหรือเอาเข้าปากไปอาจทำให้เกิดอาการอาเจียนและชักได้

6. ช่วงโอบ้งอย่าเข้าใกล้น้ำ ห้ามว่ายน้ำในแม่น้ำหรือทะเลในช่วงโอบ้ง

ห้ามว่ายน้ำในช่วงโอบ้ง ความเชื่อโบราณคนญี่ปุ่น

ช่วงเทศกาลโอบ้ง (เทศกาลสำคัญของญี่ปุ่นที่จัดขึ้นเพื่อเคารพดวงวิญญาณของบรรพบุรุษ) มีความเชื่อเกี่ยวกับน้ำอย่างหนึ่งที่ว่า หากว่ายน้ำในแม่น้ำหรือทะเลในช่วงนี้ วิญญาณจะถูกดูดไป เพราะช่วงโอบ้งนี้เป็นช่วงเวลาที่โลกปัจจุบันและโลกหลังความตายเชื่อมโยงกัน บริเวณริมน้ำหรือทะเลจึงถือเป็นอันตรายอย่างยิ่ง เพราะเป็นเส้นแบ่งเขตระหว่างสองโลก

เหตุผลที่แท้จริงของความเชื่อข้อนี้คือ ช่วงโอบ้งเป็นช่วงที่ญี่ปุ่นมักเกิดพายุไต้ฝุ่นคลื่นแรงที่เรียกว่าคลื่นโดโย และมีกระแสน้ำย้อนกลับที่เป็นอันตราย ทำให้เกิดอุบัติเหตุทางน้ำบ่อย การหลีกเลี่ยงกิจกรรมทางน้ำหรือว่ายน้ำในช่วงนี้จึงถือเป็นสิ่งปลอดภัย

7. อย่าปฏิบัติต่อตุ๊กตาญี่ปุ่นโบราณอย่างไม่เหมาะสม

ความเชื่อโบราณคนญี่ปุ่น ตุ๊กตาญี่ปุ่นโบราณ

ตุ๊กตาญี่ปุ่นในที่นี้ไม่ใช่ตุ๊กตาบาร์บี้หรือตุ๊กตาลิกกะจัง แต่เป็นตุ๊กตาญี่ปุ่นแบบโบราณ มีความเชื่อว่าการปฏิบัติต่อตุ๊กตาญี่ปุ่นโบราณอย่างไม่เหมาะสมหรือทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ ตุ๊กตาจะทำให้เกิดคำสาป เพราะตุ๊กตาญี่ปุ่นโบราณถูกมองว่าเป็น “โยริชิโระ” หรือสื่อที่ให้วิญญาณมาสิงสถิตมาตั้งแต่สมัยก่อน โดยเฉพาะตุ๊กตาญี่ปุ่นโบราณที่มีลักษณะของมนุษย์ เชื่อกันว่าตุ๊กตาสามารถกักเก็บความคิดและความรู้สึกของเจ้าของที่ครอบครองและครอบครัวได้ หากดูแลตุ๊กตาอย่างไม่เหมาะสม ความคิดหรือความรู้สึกที่ตุ๊กตาได้เก็บไว้อาจกลายเป็นสิ่งชั่วร้ายและนำพาความโชคร้ายมาให้ ยิ่งที่ญี่ปุ่นมีเรื่องที่เกี่ยวกับ “ตุ๊กตาผี” เยอะมาก ทั้งเรื่องตุ๊กตาผู้หญิงผมยาว ตุ๊กตาที่ขยับได้ ยิ่งทำให้ความเชื่อนี้แพร่หลาย

8. การตากผ้าตอนกลางคืนจะเป็นการดึงดูดวิญญาณ

ตากผ้าตอนกลางคืน ความเชื่อโบราณคนญี่ปุ่น

ความเชื่อที่ว่า “การตากผ้าตอนกลางคืนจะเป็นการดึงดูดวิญญาณ” สืบเนื่องมาจากในญี่ปุ่นสมัยก่อน มีประเพณีโบราณในการซักและตากชุดกิโมโนของผู้เสียชีวิตในเวลากลางคืน ทำให้มีความเชื่อที่ว่าการตากผ้าตอนกลางคืนเกี่ยวข้องกับความตาย ถือเป็นลางร้าย และยังเชื่อกันว่าเสื้อผ้าที่เปียกน้ำค้างตอนกลางคืนจะดึงดูดวิญญาณร้าย ถ้าบ้านไหนมีเด็กทารกแล้วตากผ้าตอนกลางคืนก็จะทำให้เด็กทารกร้องไห้และเกิดอาการเจ็บป่วยในเวลากลางคืน

ในความเป็นจริงของความเชื่อข้อนี้คือความชื้นในตอนกลางคืนทำให้แบคทีเรียเจริญเติบโตบนเสื้อผ้าได้ง่าย ก่อให้เกิดปัญหาด้านสุขอนามัย และผ้าที่ซักตากไว้ที่ราวตอนกลางคืนก็อาจหายหรือโดนขโมยได้

9. ถ้าส่องกระจกตอนดึกจะถูกดูดวิญญาณ

ความเชื่อโบราณคนญี่ปุ่น ส่องกระจกตอนดึกจะถูกดูดวิญญาณ

ความเชื่อที่ว่า “ถ้าส่องกระจกตอนดึกจะถูกดูดวิญญาณ” เป็นความเชื่อที่แพร่หลายทั่วญี่ปุ่น เชื่อกันว่าในช่วงเวลากลางดึกระหว่าง ตี 2 – ตี 2 ครึ่ง จะเป็นช่วงที่ปีศาจและวิญญาณร้ายปรากฏตัว โดยใช้กระจกเป็นเครื่องมือในการเชื่อมต่อระหว่างโลกนี้กับโลกวิญญาณ หากส่องกระจกในช่วงเวลานั้นแล้วจะถูกดูดวิญญาณ หรือทำให้วิญญาณร้ายเข้าสิงได้

ความเชื่อนี้สอดคล้องกับเหตุผลถึงปรากฏการณ์ “แพริโดเลีย” ทางวิทยาศาสตร์ที่กล่าวว่าเป็นปรากฏการณ์ทางจิต การส่องกระจกในที่มืด ๆ หรือมีแสงสลัว ๆ ตอนดึกอาจทำให้ใบหน้าในกระจกดูบิดเบี้ยว ทำให้รู้สึกน่ากลัวยิ่งขึ้นได้

10. ห้ามปักตะเกียบลงไปบนชามข้าว

ความเชื่อโบราณคนญี่ปุ่น ห้ามปักตะเกียบลงไปบนชามข้าว

หลายคนคงเคยได้ยินความเชื่อนี้ ที่ญี่ปุ่นถือว่าการปักตะเกียบลงไปบนชามข้าวถือเป็นลางร้ายอย่างยิ่ง เพราะการปักตะเกียบลงไปตรง ๆ บนชามข้าวจะดูเหมือน “มะคุระเมชิ” หรือพวกของไหว้บนแท่นบูชาในงานศพ เพื่อให้ผู้เสียชีวิตรับประทาน นอกจากนี้การปักตะเกียบบนชามข้าวยังบ่งบอกถึงมารยาทด้วย เวลาไปรับประทานอาหารจึงไม่ควรปักตะเกียบลงไปบนชามแบบนั้น

มีงานวิจัยทางจิตวิทยากล่าวไว้ว่า ยิ่งผู้คนรู้สึกวิตกกังวลมากเท่าไร พวกเขาก็ยิ่งมีแนวโน้มที่จะทำตามความเชื่อหรือเรื่องโชคลางมากขึ้นเท่านั้น บางครั้งพวกความเชื่อต่าง ๆ หรือเรื่องโชคลางอาจมองดูว่าไม่ถูกหลักวิทยาศาสตร์หรือไม่มีมูลความจริง แต่แท้จริงแล้วความเชื่อเหล่านี้แฝงไปด้วยภูมิปัญญาและกุศโลบายที่คนสมัยก่อนอยากส่งต่อมาถึงคนรุ่นหลัง เพื่อให้หลีกเลี่ยงสิ่งที่ไม่ดีและอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ในชีวิตประจำวัน ที่ไทยเองก็มีความเชื่อโบราณหลายอย่างที่สืบต่อกันมา บางข้อก็คล้ายกับของญี่ปุ่น รู้ไว้ก็ไม่เสียหายนะคะ

สรุปเนื้อหาจาก shufuse

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...