สงสัยไหม! ทำไมชื่อโดราเอม่อน (ドラえもん) ถึงมีทั้งคาตาคานะและฮิรางานะผสมกัน
ถ้าพูดถึงการ์ตูนญี่ปุ่นที่ครองใจคนทั่วโลกมานานหลายทศวรรษ หนึ่งในชื่อที่ไม่มีใครไม่รู้จักก็คือ “โดราเอม่อน” (ドラえもん) เจ้าหุ่นยนต์แมวสีฟ้าที่มาพร้อมกระเป๋าวิเศษจากอนาคต เป็นเพื่อนคู่ใจของเด็ก ๆ และแฟนการ์ตูนทุกเพศทุกวัย แต่หากลองสังเกตชื่อในภาษาญี่ปุ่น จะพบสิ่งแปลกตาอยู่อย่างหนึ่ง
ชื่อ “โดราเอม่อน” ในภาษาญี่ปุ่นจะเขียนว่า“ドラえもん” โดยส่วนแรก “โดรา”(ドラ) ใช้ตัวอักษร คาตาคานะ (Katakana) ส่วน “เอม่อน” (えもん) ใช้ ฮิรางานะ (Hiragana) ซึ่งถือว่าค่อนข้างแปลก เพราะโดยทั่วไปแล้วคนญี่ปุ่นมักเลือกใช้ตัวอักษรชนิดเดียวกันตลอดทั้งชื่อ ไม่ว่าจะเป็นคาตาคานะทั้งหมด ฮิรางานะทั้งหมด หรือบางครั้งใช้คันจิ
ระบบการเขียนของภาษาญี่ปุ่น
ก่อนจะไปเจาะลึกถึงเหตุผลว่าทำไมโดราเอม่อนถึงมีชื่อที่ผสมอักษรเช่นนี้ มาทำความเข้าใจกันสั้น ๆ ก่อนว่าระบบการเขียนของภาษาญี่ปุ่นมีอะไรบ้าง
- ฮิรางานะ (Hiragana – ひらがな)
เป็นตัวอักษรที่มีลักษณะโค้งมน ใช้สำหรับคำพื้นฐานของภาษาญี่ปุ่น คำผันกริยา คำช่วย และมักให้ความรู้สึกอ่อนโยนหรือน่ารัก - คาตาคานะ (Katakana – カタカナ)
มีลักษณะเหลี่ยมคม ใช้สำหรับคำที่มาจากภาษาต่างประเทศ ชื่อเสียงแปลกใหม่ หรือเพื่อเน้นให้คำดูสะดุดตาและทันสมัย - คันจิ (Kanji – 漢字)
ตัวอักษรจีนที่นำมาใช้ในภาษาญี่ปุ่น มักใช้แสดงความหมายชัดเจน มีความหนักแน่น และใช้กันมากในการตั้งชื่อบุคคล
ดังนั้น เมื่อเห็นชื่อ ドラえもん ที่ผสมคาตาคานะกับฮิรางานะเข้าด้วยกัน ย่อมทำให้เกิดความสงสัยและกลายเป็นเกร็ดที่แฟน ๆ พูดถึงกันไม่รู้จบ
1. จุดเริ่มต้นของชื่อ: จาก “แมวจรจัด” สู่ “หุ่นยนต์แห่งอนาคต”
แรงบันดาลใจดั้งเดิมของผู้สร้างการ์ตูน ฟูจิโกะ ฟูจิโอะ (Fujiko F. Fujio) ได้ไอเดียการสร้างคาแรกเตอร์มาจากการผสมกันระหว่าง “แมวจรจัด” (Dora-neko / ドラ猫) และ “ตุ๊กตาล้มลุก” ซึ่งเป็นของเล่นที่สามารถล้มแล้วลุกขึ้นได้เองส่วนไอเดียในการตั้งชื่อว่ากันว่ามาจากคำว่า “โดรา” (ドラ) มาจากคำว่า “Dora-neko” ที่หมายถึงแมวจรจัด เป็นภาพลักษณ์ของความเปิ่น ๆ แต่เข้มแข็ง ผสมกับคำว่า “เอม่อน” (えもん) สืบทอดจากคำลงท้ายชื่อแบบดั้งเดิมของผู้ชายญี่ปุ่น เช่น “คิเฮเอม่อน” “โกโรเอม่อน” ซึ่งให้กลิ่นอายโบราณและจริงจัง เมื่อนำสองคำมารวมกัน กลายเป็นชื่อที่ทั้งแปลกใหม่และมีเสน่ห์ ขณะเดียวกันยังสะท้อนอารมณ์กึ่งล้าสมัยกึ่งทันสมัย
เหตุผลที่ “โดรา” (ドラ) ใช้คาตาคานะก็เพราะคาตาคานะมักสื่อถึงความแปลกใหม่และคำที่มาจากภายนอก ส่วน “เอม่อน” (えもん)ใช้ฮิรางานะ เพื่อให้บรรยากาศแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม จึงเกิดเป็นการผสมผสานที่ไม่เหมือนใคร
2. ข่าวลือว่า “เพราะผู้เขียนลืมวิธีเขียน”
อีกหนึ่งเกร็ดที่ถูกเล่าต่อกันมาคือ ฟูจิโกะ ฟูจิโอะเผลอลืมวิธีเขียนคาตาคานะ!
ว่ากันว่า ตอนที่กำลังตัดสินใจเรื่องชื่อสุดท้ายของตัวละคร แม้กระทั่งก่อนตีพิมพ์ไม่นาน ผู้เขียนเลือกใช้ชื่อ “โดราเอม่อน” แต่เมื่อจะเขียนด้วยคาตาคานะทั้งหมด เขากลับนึกไม่ออกว่าตัว “エ” (e) ในคาตาคานะหน้าตาเป็นอย่างไร จึงใช้ฮิรางานะ “え” (e) แทน และกลายเป็นเวอร์ชันที่เราเห็นจนทุกวันนี้
แม้จะไม่มีหลักฐานยืนยันชัดเจนว่าข่าวลือนี้จริงหรือไม่ แต่ก็เป็นคำอธิบายที่แฟน ๆ ชอบ เพราะมันทั้งตลกและมีความเป็นไปได้จริง เนื่องจากคาตาคานะไม่ค่อยถูกใช้ในชีวิตประจำวันมากนัก หากไม่ได้ใช้บ่อยก็อาจลืมได้
3. ในจักรวาลโดราเอม่อน: ความผิดพลาดของเจ้าแมวสีฟ้าเอง
นอกจากเหตุผลจากผู้สร้างและข่าวลือแล้ว ยังมีอีกหนึ่งเรื่องเล่าที่สนุกไม่แพ้กัน ซึ่งถูกเขียนไว้ใน การ์ตูนสารานุกรม “โดราเอม่อนตอบคำถามแฟน ๆ”
เรื่องราวเล่าว่า ตอนที่โดราเอม่อนเองไปลงทะเบียนชื่อ เขาไม่รู้ว่าคำว่า “เอม่อน” ควรเขียนเป็นคาตาคานะ จึงใช้ฮิรางานะแทน และตั้งแต่นั้นก็ถูกบันทึกเป็นชื่ออย่างเป็นทางการ
คำอธิบายนี้ทำให้แฟน ๆ หลายคนยิ่งรักโดราเอม่อนมากขึ้น เพราะสะท้อนบุคลิกซุ่มซ่ามที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวละครได้อย่างลงตัว
ชื่อ “โดราเอม่อน” (ドラえもん) จึงไม่ใช่เพียงชื่อเล่น ๆ แต่เป็นเอกลักษณ์ที่สะท้อนทั้งความตั้งใจและเกร็ดสนุกที่รายล้อมอยู่รอบตัวละคร
ไม่ว่าคำอธิบายไหนจะจริงหรือไม่ สิ่งที่แน่นอนคือ การเขียนชื่อแบบผสมนี้ได้กลายเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวของโดราเอม่อนที่แฟน ๆ จดจำและพูดถึงไม่รู้จบ ครั้งหน้าถ้ามีใครถามว่า “ทำไมโดราเอม่อนถึงเขียนชื่อด้วยอักษรญี่ปุ่นสองแบบ?” ทุกคนก็สามารถเล่าได้ทั้ง 3 เรื่องราว แล้วปล่อยให้แต่ละคนตัดสินใจเองว่า เรื่องไหนคือความจริง!
สรุปเนื้อหาจาก : doraemon-name