กอช. ล็อกไทม์ไลน์ “หวยเกษียณ” ขายจริงปี 70 เล็งเปิดทางถอนเงินได้ 5–10 ปี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (3 ส.ค.69) ดร.เพ็ชร ชินบุตร เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) เปิดเผยว่า ความคืบหน้าโครงการหวยเกษียณ หรือสลาก กอช. และสลากเกษียณ ปัจจุบันอยู่ระหว่างขั้นตอนการปรับปรุง และร่างข้อกฎหมายและการรับฟังความคิดเห็น และการตรวจสอบระบบให้ถูกต้องตามระเบียบ
เบื้องต้น กอช. ตั้งเป้าเร่งดำเนินการด้านกฎหมายและจัดทำระบบทั้งหมดให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2569 และคาดว่าจะเริ่มจำหน่ายได้ในปี 2570
สำหรับการจำหน่ายสลาก กอช. จะร่วมมือกับสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พร้อมเชื่อมต่อระบบเข้ากับแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ของธนาคารกรุงไทย รวมถึงพัฒนาช่องทางอื่นเพิ่มเติม เพื่อรองรับผู้ซื้อจำนวนมาก
สลาก กอช. จะจำหน่ายในราคาใบละ 50 บาท โดยเงินค่าซื้อสลากจะถูกเก็บสะสมเป็นเงินออมของผู้ซื้อ และจะออกรางวัลทุกวันศุกร์ หรือเดือนละ 4 งวด ผู้ถูกรางวัลมีโอกาสได้รับเงินรางวัลสูงสุด 1 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน กอช. ได้คำนึงถึงการสร้างแรงจูงใจให้คนรุ่นใหม่และเยาวชนสนใจการออมมากขึ้น โดยเบื้องต้นอาจพิจารณาปรับปรุงเงื่อนไขเพิ่มเติม ผ่านการแก้ไขกฎกระทรวง เพื่อเปิดทางให้ผู้ซื้อสามารถถอนเงินจากการซื้อสลากคืนได้เมื่อครบระยะเวลา 5 ปี หรือ 10 ปี แทนการรอถอนเมื่อมีอายุครบ 60 ปี
ดร.เพ็ชร กล่าวว่า ในปี 2569 กอช. มีแผนขยายฐานสมาชิก โดยมุ่งดึงแรงงานนอกระบบที่มีสิทธิแต่ยังไม่ได้เข้าสู่ระบบอีกกว่า 5 ล้านคน ให้เข้ามาเป็นสมาชิก กอช. เพื่อสร้างหลักประกันความมั่นคงทางการเงินในวัยเกษียณ
สำหรับเป้าหมายระยะสั้น ซึ่งเป็นตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน หรือ KPI จากกรมบัญชีกลาง กำหนดให้ กอช. ต้องเพิ่มสมาชิกใหม่ในปี 2569 จำนวน 140,000 คน โดย กอช. ยืนยันว่าจะสามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมาย เพื่อพิสูจน์ความคุ้มค่าของการใช้งบประมาณ แม้งบประมาณขององค์กรจะถูกปรับลดลงเกือบ 50% เหลือประมาณ 200 ล้านบาท
ทั้งนี้ กอช. วางแผนขยายสมาชิกผ่านกลุ่มเป้าหมายหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่
- กลุ่มผู้นำท้องถิ่น โดยบูรณาการความร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทย ตั้งเป้าดึงกำนันและผู้ใหญ่บ้านที่ยังไม่มีสวัสดิการอื่นรองรับ จำนวน 10,000–20,000 คน เข้าสู่ระบบการออมกับ กอช.
- กลุ่มเยาวชนและนักศึกษา ตั้งเป้าเพิ่มสมาชิกใหม่จำนวน 20,000 คน โดยมุ่งไปยังกลุ่มเยาวชนอายุครบ 15 ปีบริบูรณ์ ซึ่งมีฐานข้อมูลอยู่ประมาณ 400,000 คน รวมถึงนิสิตและนักศึกษาในระดับอุดมศึกษา เพื่อสร้างวินัยทางการเงินและนำเงินออมไปใช้สร้างตัวหรือประกอบธุรกิจสตาร์ทอัพในอนาคต
- กลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระและเกษตรกร โดยเจาะฐานลูกค้าของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ซึ่งมีอยู่ประมาณ 7 ล้านคน รวมถึงผู้ประกอบอาชีพอิสระ ฟรีแลนซ์ พนักงานขับรถรับส่งหรือไรเดอร์ และพนักงานสัญญาจ้างทั่วไป
ด้านการบริหารสินทรัพย์ ปัจจุบัน กอช. มีมูลค่าสินทรัพย์ในพอร์ตรวมประมาณ 16,000 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินออมสะสมของสมาชิกประมาณ 11,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นเงินสมทบจากภาครัฐและผลประโยชน์สะสมจากการลงทุน โดยเงินลงทุนส่วนใหญ่ประมาณ 80% ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล
ล่าสุด กอช. มีแผนพิจารณาจัดสรรเงินลงทุนในสัดส่วนไม่เกิน 7% ของพอร์ต เพื่อนำไปลงทุนในตราสารหนี้และตราสารทุนต่างประเทศ เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนให้แก่กองทุนในระยะยาว
ดร.เพ็ชร กล่าวว่า ภารกิจหลักของ กอช. คือการยกระดับความมั่นคงทางการเงินของประชาชนในวัยเกษียณ โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนประชากรที่ “แก่แล้วไม่ยากจน” เป็น 50% จากปัจจุบันที่ประเทศไทยมีผู้สูงอายุที่ไม่ยากจนอยู่ประมาณ 30% เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานของประเทศพัฒนาแล้ว เช่น ประเทศนิวซีแลนด์