โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

"โรม"ย้ำปมชั้น 14 "ทักษิณ"ติดคุกทิพย์ ชี้นายกฯ รู้ดีที่สุด

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 01 พ.ค. 2568 เวลา 12.41 น. • เผยแพร่ 01 พ.ค. 2568 เวลา 12.41 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์

(1พ.ค.68) นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวถึงการที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้มีการพิจารณาไต่สวนเอง กรณีของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พักรักษาตัวที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ ว่า เรื่องกรณีชั้น 14 มีความชัดเจนอยู่แล้ว ว่าเป็นกรณีที่มีปัญหาจริง ๆ เป็นกรณีที่มีพยานหลักฐานแวดล้อม และการพูดของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่เราสามารถสันนิษฐานได้ว่า นางสาวแพทองธารเป็นคนที่รู้เรื่องนี้ดีที่สุด เมื่อองค์ประกอบจิ๊กซอว์ต่าง ๆ ที่ต่อออกมาชัดเจน ก็สามารถพูดได้เลยว่า กรณีชั้น 14 เป็นกรณีแกล้งป่วย เป็นกรณีที่การเจ็บป่วยของนายทักษิณไม่ได้เกิดขึ้นจริง แต่มี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะที่เป็นนั่งร้าน และนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลตำรวจ รวมถึงดูการทำงานภาพใหญ่ทั้งหมด ดังนั้น กรณีชั้น 14 เป็นการทำให้การติดคุกของนายทักษิณ ที่สมควรจะต้องติดอยู่ในเรือนจำ ไม่สามารถติดจริงได้

"การไปอยู่โรงพยาบาลชั้น 14 เป็นการไปอยู่แบบทิพย์ ๆ เป็นการไปอยู่เท็จ โดยไม่ได้มีสภาพ หรือจะถือได้ว่า เป็นการติดคุกจริง ๆ ได้เลย ยิ่งไปกว่านั้น เราพบหลักฐานการใช้โทรศัพท์มือถือต่าง ๆ ด้วย นั่นหมายความว่า คุณทักษิณอาจจะบัญชาการสั่งการต่าง ๆ ยังรวมไปถึงการปล่อยให้บุคคลภายนอก ไปเจอกับคุณทักษิณได้เช่นเดียวกัน ทั้งหมดนี้ชัดเจนว่า การติดคุกของคุณทักษิณ ไม่ได้มีอยู่จริง ผมคิดว่ามีความจำเป็นที่หน่วยงานบางหน่วยงาน องค์กรบางองค์กร รวมไปถึงศาล จะต้องใช้กลไกทางกฎหมาย ในการที่จะตรวจสอบนายทักษิณอย่างจริงจัง และน่าจะต้องมีการไต่สวนเรื่องนี้ อย่างจริงจัง" นายรังสิมันต์ กล่าว

ส่วนตัวมองประเทศชาติอย่างไม่สบายใจ เพราะยังเห็นภาพของประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานรัฐสภา เจอกับประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งฝ่ายค้าน ได้ส่งเรื่องให้ประธานสภา ตรวจสอบประธาน ป.ป.ช. มานานแล้ว แต่ก็ยังไม่เห็นความคืบหน้า ว่าตกลงแล้ว ทางรัฐสภาจะส่งเรื่องนี้เมื่อไหร่ เรื่องนี้ดูไม่ได้ยากเลย เพราะในรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่า ถ้าประธานเห็นว่ามีเหตุอันควรเชื่อได้ เพราะมีคลิปวิดีโอออกมาขนาดนี้ จริง ๆ ถ้าส่งเรื่องนี้ เข้าไปให้ประธานศาลฎีกาตั้งคณะกรรมการไต่สวน เราจะเห็นความจริงหลายอย่างมากยิ่งขึ้น

ส่วนจะเกี่ยวอย่างไรกับชั้น 14 นั้น เพราะมองว่า วันนี้องค์กรต่าง ๆ เราแทบจะไม่สามารถเชื่อมั่นได้เลย ในการที่จะทลาย หรือจัดการชั้น 14 ป.ป.ช.เราก็ไม่สามารถเชื่อมั่นได้ ดังนั้นเวลาที่เราเห็นศาลตั้งคณะกรรมการในการไต่สวนกรณีชั้น 14 คิดว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะตอนนี้ แทบจะไม่เหลือองค์กรไหน ในการจัดการชั้น 14 อีกแล้ว

"สังคมทุกคนเห็นว่า มีปัญหาหมด เห็นว่าผิดหมด นายกรัฐมนตรีไม่ได้ชี้แจงแถลงข่าวเรื่องนี้อย่างชัดเจนอะไรเลย ทั้งที่ตนเองรู้ดีที่สุด ผมคิดว่าบ้านเมืองของเรากำลังถูกกัดกร่อนทำลายจากความอยุติธรรมที่เกิดขึ้น จากการช่วยเหลือพ่อ ช่วยเหลือเพื่อน ช่วยเหลือคนที่เป็นพวกพ้อง" นายรังสิมันต์ กล่าว

เมื่อถามว่า ที่ผ่านมาองค์กรที่ตรวจสอบไม่ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง นายรังสิมันต์ เชื่อว่า ศาลมีดาบอยู่ในมือ ที่เข้มแข็งมากที่สุดกว่าทุกองค์กร ดังนั้นถ้าใครไม่ปฏิบัติตามศาล มันมีโทษจำคุกค้ำอยู่ ดังนั้น ค่อนข้างมั่นใจว่า หน่วยงานต่าง ๆ ต้องให้ความร่วมมือมากยิ่งขึ้น แต่ก็ต้องกลับไปถามนายกรัฐมนตรี และถามองค์กรที่เกี่ยวข้องว่า ถ้ามั่นใจว่ากรณีชั้น 14 เป็นกรณีที่ไม่มีอะไรเลย ทุกอย่างทำถูกต้อง โปร่งใส ชัดเจน ทำไมถึงต้องไม่ให้ความร่วมมือ

“องค์กรต่าง ๆ อย่าง แพทยสภาก็ประสบปัญหา ป.ป.ช.ก็ประสบปัญหา สภาก็ประสบปัญหา ขณะอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีแทนที่จะตอบเรื่องนี้ กลับไปเอาเรื่องพันธมิตร มาพูด ทั้ง ๆ ที่ไม่มีมูลความจริง นายกรัฐมนตรีก็กลายเป็นหนึ่งในคนที่เผยแพร่เฟคนิวส์ จึงคิดว่าวันนี้บ้านเมืองเราไปกันใหญ่แล้ว และคิดว่าองค์กรอย่างศาล ก็เป็นที่พึ่งที่หวัง ว่าจะทำหน้าที่ในการสร้างความกระจ่างในเรื่องนี้ให้ได้มากที่สุด และตนคิดว่า ใครก็ตามที่บิดผันกระบวนการยุติธรรมแบบนี้ เป็นเรื่องที่รับไม่ได้ที่สุด”

ข่าวเวิร์คพอยท์23

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...