โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จ่อดำเนินคดี หนุ่มไลฟ์สด กดดันตำรวจ จนวูบเข้าโรงพยาบาล

มุมข่าว

เผยแพร่ 20 มี.ค. 2568 เวลา 12.35 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
จ่อดำเนินคดี หนุ่มไลฟ์สด กดดันตำรวจ จนวูบเข้าโรงพยาบาล

จากกรณีที่ ด.ต.ศุภมิตร พวงประเสริฐ ผบ.หมู่ งานจราจร สภ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี อายุ 49 ปี กำลังปฏิบัติหน้าที่ ใช้กล้องตรวจจับความเร็ว สำหรับรถที่ขับในอัตราความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด อยู่ที่เกาะกลางถนน ต.บ้านหม้อ อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี ได้แอดมินของเพจดังเพจหนึ่ง ที่มีผู้ติดตามมากกว่า 1 ล้านคน ทราบชื่อต่อมาคือ นายวราภรณ์ หรือ แจ็ค พร้อมพวกรวม 3 คน ได้มาตั้งกล้องหน้าและถ่ายคลิปไลฟ์สดใกล้ ด.ต.ศุภมิตร พร้อมด้วยคำพูดยั่วยุ เป็นเวลาเกือบครึ่งชั่วโมง ด.ต.ศุภมิตร ได้ทรุดล้มลงมีอาการชักเกร็ง ไม่นานรถพยาบาลก็ได้นำตัวส่งโรงพยาบาลทันที

วันที่ 20 มีนาคม ที่จุดสกัดพรหมบุรี หมู่ที่ 5 ต.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี ยังคงมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ในส่วนของผู้บังคับบัญชาของ ด.ต.ศุภวัฒน์ ได้มีการประชุมในเรื่องแนวทางการรักษาตัวของ ด.ต.ศุภมิตร โดย พล.ต.ต.จักรภพ สุคนธราช ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสิงห์บุรี ได้ประสานทางโรงพยาบาลตำรวจเพื่อส่งตัว ด.ต.ศุภมิตร เข้ารับการรักษาตัวอย่างเร่งด่วน

นางพิมพ์พัฒน์ ภรรยา ของ ด.ต.ศุภมิตร เล่าว่า การรักษาตอนนี้ดีขึ้นแล้ว ในส่วนของกล้ามเนื้อด้านขวายังอ่อนแรงอยู่ ยังมีเลือดซึมออกที่สมองอยู่ เส้นเลือดไม่ตีบ แต่จำคนอื่นได้แล้ว ในเรื่องการทำงานสามีของตนไม่เคยมาบ่นว่ามีเรื่องกดดันอะไร จะมีคนที่มาไลฟ์สดเพจดังกล่าว ซึ่งเคยมาไลฟ์สดก่อนหน้านี้แล้ว แต่สามีตนบอกว่าไม่เป็นไร อดทนได้ โดยสามีของตนมีโรคประจำตัวคือ ความดันสูง เพราะเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว เคยวูบไปครั้งหนึ่ง แล้วความดันขึ้นสูง แต่หลังจากนั้นก็ไม่มีอาการให้เห็นอีกจึงไม่ได้เช็กให้ละเอียด

นางพิมพ์พัฒน์ กล่าวต่อว่า สำหรับอุปนิสัยของสามีตนคือ จริงจังกับการทำงาน ไม่ชอบให้ใครมายุ่งตอนทำงาน จนสามีตนมาเจอคนที่มาไลฟ์สด 3 คน มารุมพูดใส่เขา ตนคิดว่าสามีของตนอดทนมากที่ไม่ตอบโต้ และกดดันจนสามีเครียดและเส้นเลือดในสมองแตกต้องมารักษาตัวดังกล่าว

ต่อมาเวลา 11.00 น. รถพยาบาลของโรงพยาบาลตำรวจได้มารับตัว ด.ต.ศุภมิตร เพื่อไปรักษาต่อ โดยมี ผู้บัญชาการคือ พ.ต.ท.ภูษิต ก้อนทอง หัวหน้าชุดงานจราจร และ พ.ต.อ.สุเมธ โภชนา ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี มาคอยดูแลด้วยความห่วงใย และได้ให้สัมภาษณ์ว่า อาการของ ด.ต.ศุภมิตร ยังคงที่อยู่ อยู่ในความดูแลของคุณหมอ แต่โชคดีตอนที่เกิดเหตุได้รับยารักษาเร็วอาการเลยไม่น่าเป็นห่วงเท่าไหร่ ในส่วนของการเยียวยา ทางโรงพักมีงบสะสมให้ตรงนี้อยู่แล้ว และทางผู้บังคับการและผู้บังคับบัญชาการทุกระดับได้มีการดูแลค่าใช้จ่ายอย่างเต็มที่

“สำหรับหน้าที่ของคนที่ตรวจจับความเร็วของรถ เจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติหน้าที่แทนกันได้ และเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจริงๆ ที่มาทำงานตรงนี้ ซึ่งนอกจากจะจับความเร็วของรถแล้ว ยังได้ในส่วนของคดีอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในการจับคนร้ายจากคดีต่างๆ สามารถสกัดจับได้ที่ด่านมาหลายคดี จับตรวจทะเบียนรถที่ถูกขโมยมาหรือเปล่าเป็นต้น ในส่วนของเครื่องแบบตำรวจซึ่งเป็นชุดเครื่องแบบใหม่ รองเท้าก็จะเป็นรองเท้าที่ใส่แล้วต้องคล่องตัวตามหน้าที่ของการปฏิบัติงานของแต่ละคน

ในส่วนของคดีความตั้งแต่ผู้บังคับการฯ ลงมาให้ความเป็นห่วงและประสานกันตลอดและคงต้องถอดคลิปเพื่อดูว่าในส่วนไหนที่จะดำเนินดดีกับผู้ไลฟ์สดได้บ้าง แต่ในเบื้องต้นผู้บังคับบัญชาให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาเจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บเป็นอันดับ 1 ก่อน ส่วนในเรื่องของคดีก็จะทำให้รัดกุมที่สุด

ต่อมาที่จุดสกัดพรหมบุรี หมู่ที่ 5 ต.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี พบผู้ที่ใช้ความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า “ได้เดินทางกำลังจะไปเชียงใหม่ได้ขับรถผ่านมาครั้งแรก โดนจับความเร็วและโดนปรับ 500 บาท น่าจะโดนกันหลายคน”

ส่วนนางรัตนวิวัลย์ อายุ 70 ปี อยู่ละแวกด่านซึ่งเป็นแม่ค้าขายของในวัดอัมพวันหลวงพ่อจรัญ บอกว่าไม่เห็นด้วยในการตั้งด่าน เพราะผู้ที่มาทำบุญบ่นให้ฟังว่ามาทำบุญกันยังไม่ถึงวัดเลย โดนปรับ 500 บาท บ้าง 1000 บาทบ้าง ขอให้เบาๆ หน่อย อย่าไปปรับเขามาก เขาเสีย 500 บาท แล้วเขาก็เสียความรู้สึก ถ้าเป็นได้ก็อยากจะให้ยกเลิก

ด้าน นายศิริวัฒน์ อายุ 63 ปี เจ้าของร้านขายของชำบริเวณด่านซึ่งเปิดให้บริการแล้วกว่า20ปีก่อนจะมีด่านแห่งนี้ กล่าวว่า เท่าที่ทราบ ตำรวจที่จับกุมรถที่ใช้ความเร็วเกินกำหนดไม่ค่อยได้เท่าไหร่ ส่วนมากจะได้แต่ตัวใหญ่ นายสั่งมาแต่ไม่คิดถึงความเดือดร้อนของประชาชน เมื่อก่อนตั้งอยู่แยกสิงห์บุรีก็ดีอยู่แล้วย้ายมาอำเภอพรหมบุรีทำไม สิงห์บุรีมันได้แค่ 30 % มาอยู่พรหมบุรีได้ 50 % อยากฝากถึงตำรวจที่ตั้งด่านว่า เลิกได้ก็เลิกเหอะ ถ้าจะตั้งให้ไปตั้งอื่น ตั้งกล้องไปเลย จะมาให้เจ้าหน้าที่แอบซุ่มยิงความเร็วทำไม หรือว่าถ้าไม่ซ่อนตัวก็ไม่มีรายได้ เพราะถ้ายืนให้เห็นเด่นชัด คนใช้รถก็ขับเบากันเองแหละ เมื่อก่อนรถไม่เคยติด ตอนนี้มาติดทุกเช้า รถบรรทุกขยาดกันหมดแล้ว ประมาณ 06.00 – 07.00 น. ติดทีนึง 3-4 กิโล แล้วจะมาไล่รถที่จอดหน้าร้านผม แต่ก่อนจับแต่ความเร็ว เดี๋ยวนี้เดินรอบรถเลย ผมสังเกตอยู่ผมคนที่นี่ พอรายได้น้อยก็เล่นรถใหญ่(รถบรรทุก) ตอนนี้ผมทำอะไรมากไม่ได้ลงทุนไปก็เจ๊ง ช่วงนี้ยังดียังดี ที่ช่วงบ่ายเลิกตั้งด่าน เราก็อาศัยขายช่วงบ่ายและก็ช่วงเย็น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...