RATCH โกยกำไรปี 67 ทะลุ 6.1 หมื่นล้าน โต 19% พ่วงปันผล 0.80 บ. จ่อขึ้น XD 17 มี.ค.นี้
บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH รายงานผลการดำเนินงานงบปี 2567 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2567 บริษัทมีกำไรสุทธิ ดังนี้
บริษัทมีกำไรสุทธิปี 2567 อยู่ที่ 6,126.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.57% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 5,167.25 ล้านบาท โดยบริษัทฯ รับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก HPC เพิ่มขึ้นในปี 2567 (หากไม่รวมผลกระทบจาก FX) โดยมีสาเหตุหลักจาก รายได้ค่าความพร้อมจ่ายที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากโรงไฟฟ้ามีความพร้อมจ่ายในอัตรา 86.31% สูงกว่าปีก่อนหน้า ทั้งนี้ การเพิ่มขึ้นของความพร้อมจ่ายเป็นผลจาก การบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้โรงไฟฟ้าสามารถเดินเครื่องผลิตได้อย่างต่อเนื่องและมีเสถียรภาพ ส่งผลให้บริษัทฯ มีรายได้และส่วนแบ่งกำไรจาก HPC เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ขณะเดียวกันในปี 2567 ส่วนแบ่งกำไรจาก PNPC เพิ่มขึ้น โดยมีสาเหตุหลักเนื่องจากในไตรมาสที่ 1 ปี 2566 โรงไฟฟ้าได้หยุดเดินเครื่องเพื่อ ดำเนินการบำรุงรักษาตามแผน ตามตารางที่กำหนดไว้ ส่งผลให้ผลประกอบการในปี 2567 ฟื้นตัวขึ้นจากฐานที่ต่ำในปีก่อน
นอกจากนั้นในปี 2567 มีส่วนแบ่งกำไรจาก NN2 เพิ่มขึ้น โดยมีสาเหตุหลักเนื่องจากโรงไฟฟ้าเดินเครื่องเพิ่มขึ้นตามปริมาณ น้ำที่ไหลเข้าอ่างเก็บน้ำ ซึ่งเพิ่มสูงขึ้นจาก ปรากฏการณ์ลานีญา (La Niña) และอิทธิพลจาก พายุไต้ฝุ่นหยางิ
ขณะที่ต้นทุนขายโรงไฟฟ้าลดลง จากปริมาณขายไฟฟ้าและราคาก๊าซที่ปรับตัวลง ได้แก่ โรงไฟฟ้า RG :ต้นทุนขายลดลง เนื่องจากปริมาณการขายไฟฟ้าให้กับ กฟผ. ลดลง ตามแผนการเรียกรับไฟฟ้าของ กฟผ. ประกอบกับราคาค่าเชื้อเพลิงที่ปรับตัวลดลง รวมถึงโรงไฟฟ้า RPE: ต้นทุนขายลดลง จากการเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าที่ลดลง ตามสัญญา PPA ฉบับใหม่กับ กฟผ. รวมถึงราคาก๊าซเฉลี่ยที่ปรับตัวลดลง และโรงไฟฟ้า RCO และ RER: ต้นทุนขายลดลงเป็นผลจากราคาก๊าซเฉลี่ยที่ปรับตัวลดลง
นอกจากนี้บริษัทฯ รับรู้ผลจากการเปลี่ยนแปลงในมูลค่ายุติธรรมของการป้องกันความเสี่ยงกระแสเงินสดของกลุ่มบริษัทฯ ตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 9 เรื่อง เครื่องมือทางการเงิน (TFRS 9) ซึ่งมีสาเหตุหลักจากการเปลี่ยนแปลงใน มูลค่ายุติธรรมของสัญญาซื้อขายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าในประเทศออสเตรเลีย ที่จัดทำขึ้นเพื่อบริหารความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาค่าไฟฟ้าในประเทศออสเตรเลีย
ทั้งนี้ รายการดังกล่าวเป็นการปรับปรุงทางบัญชี ซึ่ง ไม่ส่งผลกระทบต่อกระแสเงินสดของกลุ่มบริษัทฯ โดยบริษัทฯ มีกำไรส่วนของผู้ถือหุ้นเป็นจำนวน 6,127 ล้านบาท
นอกจากนี้ ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติการจัดสรรกำไรประจำปี 2567 และการจ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 1.60 บาท รวมเป็น
เงินปันผลจ่ายทั้งสิ้น 3,480 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 56.80 ของกำไรตามงบการเงินรวม ซึ่งเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2567 บริษัทฯ ได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลแล้วในอัตราหุ้นละ 0.80 บาท
ดังนั้นจึงคงเหลือเงินปันผลจ่ายสำหรับงวดนี้ในอัตราหุ้นละ 0.80 บาท คิดเป็นเงินปันผลจ่าย จำนวน 1,740 ล้านบาท โดยวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล(XD) วันที่ 17 มี.ค. 2568 กำหนดวันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผล (Record Date) ในวันอังคารที่ 18 มีนาคม 2568 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 23 พฤษภาคม 2568