เกาหลีใต้เล็งลดเวลาทำงานเหลือสัปดาห์ละ 35 ชั่วโมง เวลาที่เหลือเพิ่มอีก 17 ชั่วโมงให้ไปรีบทำการบ้าน แดนกิมจิติดหล่มอัตราการเกิดต่ำสุดในโลก
BTimes
อัพเดต 06 มี.ค. 2568 เวลา 17.56 น. • เผยแพร่ 06 มี.ค. 2568 เวลา 10.14 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Bizสถาบันวิจัยคยองกี หรือจีอาร์ไอ เปิดเผยว่าวิธีคิด และวัฒนธรรมการทำงานของประชาชนเกาหลีใต้ ที่มีความต้องการชั่วโมงการทำงานให้มาก หรือยาวนานเพื่อความก้าวหน้าในอาชีพการงานนั้น ได้กลายเป็นสาเหตุของอัตราการเกิดทารกที่ตกต่ำอย่างน่าตกใจ ที่สำคัญอัตราการเกิดของเด็กทารกในประเทศเกาหลีใต้กลายเป็นประเทศที่มีอัตราการเกิดดังกล่าวต่ำที่สุดในโลกไปแล้ว
รัฐบาลเกาหลีใต้ เปิดเผยว่าในปี 2023 จำนวนทารกเกิดจากผู้หญิงเกาหลีใต้ ซึ่งอยู่ในช่วงวัยเจริญพันธุ์ลดลงจาก 0.78 ในปี 2022 มาเหลือที่ 0.72 ในปี 2023 ซึ่งต่ำกว่าระดับที่มีความจำเป็นในการรักษาจำนวนประชากรเกิดใหม่ที่ระดับ 2.1 ของประเทศเกาหลีใต้
นักวิจัยสถาบัน GRI มองว่าจำนวนชั่วโมงการทำงานของคนเกาหลีใต้ยาวนานไป จึงไม่เกิดความพอดีระหว่างการทำงานและชีวิตส่วนตัวที่มากพอที่จะวางแผนครอบครัว เนื่องจากกฎหมายของเกาหลีใต้กำหนดชั่วโมงทำงานไว้ที่ 52 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ แบ่งเป็นสัปดาห์ละ 40 ชั่วโมงมาตรฐาน หรือ 8 ชั่วโมงปกติในการทำงานแต่ละวัน และสัปดาห์ละ 12 ชั่วโมงล่วงเวลา โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2018 เป็นต้นมา ดังนั้น ชั่วโมงทำงานที่ยาวนานเกินไปทำให้หนุ่มสาวไม่อยากมีครอบครัว การลดชั่วโมงทำงานลงเหลือ 35 ชั่วโมงต่อสัปดาห์จึงเป็นขั้นตอนที่จำเป็น หากเกาหลีใต้หวังที่จะพลิกหลุดพ้นจากอัตราการเกิดที่ต่ำที่สุดในโลก
การสำรวจเปิดเผยกลุ่มตัวอย่างวัยทำงานชาวเกาหลีใต้คิดอย่างไรชั่วโมงการทำงานในปัจจุบัน คำตอบคือยาวนานเกินไป ที่สำคัญเป็นอุปสรรคใหญ่ที่สุดในการสร้างสมดุลกับความรับผิดชอบในครอบครัว มี 26.1% ของวัยทำงานผู้ชาย และ 24.6% ของวัยทำงานผู้หญิง มองว่าชั่วโมงทำงานเป็นอุปสรรคหลักสำคัญในการขัดขวางการมีลูก
ทั้งนี้ ชาวเกาหลีใต้ในวัยทำงานที่มีอายุประมาณ 30 ปี และเป็นครอบครัวที่มีรายได้เข้ามาทั้งจากสามีและภรรยา ซึ่งทั้งคู่ล้วนทำงานนอกบ้าน ยอมรับว่าต้องการจะลดชั่วโมงทำงาน โดยหวังว่าจะลดเวลาทำงานลงเฉลี่ยวันละ 84-87 นาที