ดาวโจนส์ปิดร่วง 971.82 จุด นลท.กังวลหลังทรัมป์เปิดศึกโจมตีประธานเฟด
ดาวโจนส์ปิดร่วง 971.82 จุด นลท.กังวลหลังทรัมป์เปิดศึกโจมตีประธานเฟด
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -22 เม.ย. 68 7:41: น.
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดทรุดในวันจันทร์ (21 เม.ย.) โดยดาวโจนส์ปิดลดลง 971.82 จุด หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงโจมตีนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ทำให้นักลงทุนกังวลถึงความเป็นอิสระของเฟด ท่ามกลางผลกระทบจากสงครามการค้าที่คาดเดาไม่ได้ของทรัมป์
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดลดลง 971.82 จุด หรือ 2.48% ปิดที่ 38,170.41 จุด ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 124.50 จุด หรือ 2.36% ปิดที่ 5,158.20 จุด และดัชนีแนสแดค ปิดลดลง 415.55 จุด หรือ 2.55% ปิดที่ 15,870.90 จุด
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ Magnificent Seven หรือ 7 นางฟ้า เป็นกลุ่มที่ถ่วงดัชนีแนสแดคมากที่สุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดต่ำกว่าจุดสูงสุดเมื่อวันที่ 19 ก.พ. ไปแล้ว มากถึง 16% ซึ่งหากลดลงถึง 20% จะเข้าสู่ภาวะตลาดหมี
ด้านหุ้น 11 กลุ่มที่คำนวนในดัชนี S&P 500 ต่างปิดแดนลบทั้งหมด โดยหุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยและกลุ่มเทคโนโลยีลดลงมากที่สุด
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงโจมตีนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด โดยโพสต์บน Truth Social ว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะเข้าสู่ภาวะชะลอตัว จนกว่า Mr. Too Late (คำที่ทรัมป์เรียก พาวเวลล์) ผู้แพ้ตัวจริง จะลดดอกเบี้ยตอนนี้เลย ซึ่งโพสต์ดังกล่าวทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความเป็นอิสระของเฟด
ขณะที่ความขัดแย้งทางการค้าระหว่างจีน-สหรัฐฯ ก็ทวีความรุนแรงมากขึ้น หลังจีนเตือนประเทศอื่น ๆ ไม่ให้ทำข้อตกลงกับสหรัฐฯ ในลักษณะที่จะทำให้จีนต้องเสียผลประโยชน์ ซึ่งนับเป็นการเติมเชื้อไฟให้กับสงครามภาษีระหว่าง 2 ชาติเศรษฐกิจใหญ่ของโลก
นักลงทุนยังจับตาการรายงานผลประกอบการไตรมาสแรกที่เข้มข้นขึ้น โดยบริษัทหลายสิบแห่งจะเผยงบการเงินในสัปดาห์นี้ หลังเข้าสู่ฤดูกาลรายงานเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้ มีจำนวน 59 บริษัทที่รายงานไปแล้ว โดย 68% ของจำนวนนี้ มีกำไรเกินความคาดหมายของวอลล์สตรีท ตามข้อมูลจาก LSEG
สำหรับบริษัทที่จะรายงานงบการเงินในสัปดาห์นี้ ได้แก่ Tesla และ Alphabet ซึ่งอยู่ในกลุ่ม Magnificent Seven รวมถึง Boeing, Northrop Grumman, Lockheed Martin และ 3M
ด้านนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าผลกำไรรวมของบริษัทในดัชนี S&P 500 จะเติบโต 8.1% เมื่อเทียบรายปี ลดลงจากการคาดการณ์เดิมเมื่อช่วงต้นไตรมาส ซึ่งคาดไว้ที่ 12.2%
ด้านหุ้น Nvidia ยักษ์ใหญ่ด้านปัญญาประดิษฐ์ ร่วงลง 4.5% หลังมีรายงานว่า Huawei Technologies จะเริ่มส่งมอบชิป AI รุ่นใหม่จำนวนมากให้ลูกค้าในจีนภายในเดือนหน้า ส่วนหุ้น Tesla ร่วงลง 5.8% หลังมีรายงานว่าแผนการผลิต Model Y รุ่นราคาประหยัดล่าช้าออกไป ขณะที่หุ้น FIS เพิ่มขึ้น 2.4% หลังโบรกเกอร์ปรับเพิ่มคำแนะนำการลงทุน
ที่มา Reuters
รายงาน โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ