โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ค่าเงินบาท เคลื่อนไหว Sideways ตลาดยังไร้ปัจจัยใหม่

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 18 ก.พ. 2568 เวลา 10.55 น. • เผยแพร่ 18 ก.พ. 2568 เวลา 10.55 น.

ค่าเงินบาทเคลื่อนไหว Sideways ตลาดยังไร้ปัจจัยใหม่ ก่อนจะปิดตลาดที่ระดับ 33.67/68 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ปัจจัยในประเทศ รัฐบาลยันเศรษฐกิจไทยปีนี้โตได้มากกว่า 3% สูงกว่าที่สภาพัฒน์คาด

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันอังคารที่ 18 กุมภาพันธ์ 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ (18/2) ที่ระดับ 33.78/79 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (10/2) ที่ระดับ 33.71/72 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

โดยดอลลาร์สหรัฐปรับตัวในกรอบแคบ เนื่องจากเมื่อวานนี้ตลาดเงินสหรัฐปิดทำการ เนื่องในวันประธานาธิบดี โดยเมื่อวานนี้ (17/2) ประธานเฟดสาขาฟิลาเดลเฟียกล่าวว่าปัจจุบันเศรษฐกิจสหรัฐยังคงแข็งแกร่งจึงยังไม่จำเป็นที่จะปรับเปลี่ยนนโยบายอัตราดอกเบี้ยในตอนนี้ และยังกล่าวเพิ่มเติมว่าถึงแม้ตอนนี้อัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง แต่คาดว่าจะสามารถลดลงมาอยู่ที่ 2% ในกรอบเป้าหมายได้ภายในอีกสองปีข้างหน้า

และนายคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ คณะผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐคาดว่ามาตรการภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะส่งผลต่อเงินเฟ้อเพียงเล็กน้อย และสนับสนุนให้ธนาคารกลางสหรัฐมองข้ามผลกระทบจากนโยบายภาษีในการกำหนดนโยบายการเงิน

นอกจากนี้นายคริสโตเฟอร์ยังกล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีการเปิดเผยข้อมูลทางเศรษฐกิจของสหรัฐ ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ธนาคารกลางสหรัฐยังคงดอกเบี้ย แต่อย่างไรก็ตามหากอัตราเงินเฟ้อยังคงเคลื่อนไหวเช่นเดียวกับปี 2567 ทางคณะกรรมการธนาคารกลางสหรัฐอาจจะกลับมาปรับลดดอกเบี้ยได้อีกครั้งในปีนี้

ด้านปัจจัยภายในประเทศวันนี้ (18/2) นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่ากระทรวงการคลังมั่นใจว่าเศรษฐกิจไทยสามารถเติบโตได้มากกว่า 3% และพยายามทำให้สูงถึง 3.5% ซึ่งสูงกว่าที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยเมื่อวาน (17/2) ว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตได้เพียง 2.3%-3.3% ซึ่งมีค่ากลางที่ 2.8%

ซึ่งในปีนี้รัฐบาลมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการ Easy E-receipt และโครงการแจกเงิน 10,000 ในเฟสถัดไป นอกจากนี้ รมช.ยังคงย้ำเพิ่มเติมว่าอย่ามองเพียงแต่จำนวนเงินที่รัฐบาลจะใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ มาตรการอื่น ๆ เช่น การอำนวยความสะดวกให้กับการประกอบธุรกิจภาคเอกชน และการลดหย่อนภาษีก็เป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ในวันนี้ (18/2) นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงตัวเลข GDP ของไตรมาสที่ 4 ปี 2567 ที่มีการขยายตัวบ่งชี้ว่าภาวะเศรษฐกิจไทยมีการเติบโต แต่อย่างไรก็ตามการลงทุนของภาคเอกชนยังคงหดตัว เนื่องจากมีการปล่อยสินเชื่อน้อยลง

ทั้งนี้ทางรัฐบาลกำลังพยายามให้เกิดการขยายตัวในการลงทุน โดยขอให้ธนาคารแห่งประเทศไทยและกระทรวงการคลังร่วมมือกันเพื่อแก้ไขปัญหานี้ และยังคงเน้นย้ำว่าพร้อมผลักดันอย่างสุดความสามารถให้กระทรวงการคลังบรรลุเป้าหมาย GDP ที่ 3% หรือมากกว่านั้น ทั้งนี้ระหว่างวันการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทอยู่ในกรอบระหว่าง 33.66-33.81 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 33.67/68 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวเปิดตลาดเช้านี้ (18/2) ที่ระดับ 1.0467/69 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (10/2) ที่ระดับ 1.0473/74 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยวันนี้ (18/2) มีการเปิดเผยดัชนีผู้บริโภค (CPI) ของฝรั่งเศสเดือน ม.ค. มีการขยายตัวอยู่ที่ 0.2% เมื่อเทียบรายเดือน อย่างไรก็ตามยังคงไร้ปัจจัยใหม่จึงทำให้ค่าเงินยูโรยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ ทั้งนี้ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0453-1.0486 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0458/59 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวเปิดตลาดเช้านี้ (18/2) ที่ระดับ 151.75/79 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (17/2) ที่ระดับ 151.79/83 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยในระหว่างวันค่าเงินอ่อนค่าลงเล็กน้อย แต่ยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบเนื่องจากยังคงไร้ปัจจัยใหม่ ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 151.45-152.40 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 151.92/93 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ส่วนตัวเลขศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ของสหรัฐ ได้แก่ ดัชนีภาคการผลิตเดือน ก.พ. (18/2), ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยเดือน ก.พ. จากสมาคมผู้สร้างบ้านแห่งใหม่ NAHB (18/2), ตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (20/2), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและภาคการบริการขั้นต้นจาก S&P Global (21/2)

ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ของประเทศอื่น ๆ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือน ม.ค. ของอังกฤษ (19/2), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและภาคการบริการของฝรั่งเศส (21/2), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและภาคการบริการของเยอรมนี (21/2), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและภาคการบริการของอังกฤษ (21/2)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -5.75/-5.6 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -5/-3.9 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ค่าเงินบาท เคลื่อนไหว Sideways ตลาดยังไร้ปัจจัยใหม่

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...