โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

MGC-ASIA ลุยเต็มสปีด! เปิดโรดแมป 3 ปี สยายปีกธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า ตั้งเป้าปี 68 โต 10%

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 28 ก.พ. 2568 เวลา 03.06 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ดร.สัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-ASIA พร้อมด้วยนางสาวเจิดนภางค์ ธรรมชวนวิริยะ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการเงินและบัญชีกลุ่ม MGC-ASIA และนายอาสา ปิยะรัฐ ผู้อำนวยการอาวุโสสายงานกลยุทธ์และพัฒนาธุรกิจกลุ่ม MGC-ASIA ได้ร่วมกันเปิดเผยถึงทิศทางบริษัทเนื่องในโอกาสครบรอบ 25 ปีของการดำเนินธุรกิจ

ดร.สัณหวุฒิ เปิดเผยว่า ปี 2568 ถือเป็นปีสำคัญของบริษัทฯ ที่ครบรอบ 25 ปีของการดำเนินธุรกิจ ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงศักยภาพขององค์กรและการเติบโตอย่างมั่นคง โดยบริษัทฯ ได้กำหนดโรดแมป 3 ปี(2568-2570) ข้างหน้า เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจตามแนวทาง 3Ps ได้แก่ PEOPLE คือการพัฒนาบุคลากรให้มีศักยภาพสูง พร้อมเสริมสร้างทัศนคติการให้บริการที่เป็นเลิศ PROCESS: ปรับปรุงกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ลดขั้นตอนซ้ำซ้อน ยกระดับมาตรฐานการดำเนินงาน และ PROFIT: มุ่งสร้างผลกำไรอย่างยั่งยืน ผ่านการจำหน่ายยานยนต์รุ่นใหม่ บริการหลังการขาย และการขยายศูนย์ซ่อมสีและตัวถัง

ทั้งนี้ กลยุทธ์ของ MGC-ASIA จะเน้นการขยายธุรกิจใน 4 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ 1.ธุรกิจค้าปลีกยานยนต์ (Mobility Retail) รักษาส่วนแบ่งตลาดรถพรีเมียม เปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่จากแบรนด์ชั้นนำ พัฒนาแพลตฟอร์ม MGC-MOBILIFE ใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า

2.ธุรกิจบริการหลังการขาย (Aftersales Service) โดยขยายสาขา MMS Car Service & Tire เพิ่มศูนย์ซ่อมสีและตัวถัง Tesla Approved Body Shop (TAB) 3. ธุรกิจให้บริการรถเช่าและพนักงานขับ (Car Rental and Driver Services) ขยายบริการครอบคลุมทุกมิติของการเดินทาง เพิ่มสัดส่วนรถยนต์ไฟฟ้าในฟลีตรถเช่า และ 4. ธุรกิจบริการทางการเงินและประกันภัย (Other Services)

สําหรับธุกิจบริการทางการเงินอย่างครบวงจร บริษัท อัลฟา เอกซ์ จํากัด ซึ่ง MGC-ASIA ร่วมทุนกับ บริษัท เอสซีบี เอกซ์จํากัด (มหาชน) ในปีนี้ จะมุ่งเน้นการเติบโตจากการให้สินเชื่อ Wealth Lending ในอัตราที่เพิ่มขึ้น โดยในปีที่ผ่านมา บริษัทฯ เน้นการให้สินเชื่อเพื่อสร้างความมั่งคั่ง (Wealth Lending) ซึ่งให้ผลตอบแทนในระดับสูง และมีความเสี่ยงที่ต่ำ ส่งผลให้พอร์ตการให้สินเชื่อเติบโตขึ้นกว่า 45% นอกจากนี้ มีการปรับลดขั้นตอนทำงาน และลดต้นทุนในการดำเนินงานลงได้กว่า 10% จากปีก่อนหน้า และลดการให้สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ สำหรับกลุ่มลูกค้าที่มีความเสี่ยง ส่งผลให้การลงทุนทางด้านเครดิตลดลงกว่า 50% เทียบกับปีก่อนหน้า ทำให้บริษัทฯ มีกำไรสุทธิเป็นปีแรก และปีนี้ บริษัทฯ ยังคงเน้นการเติบโตผ่านบริการ Wealth Lending ในอัตราที่เพิ่มขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานด้วย AI พร้อมนำเสนอทางออกในการชำระหนี้ที่ยั่งยืนให้กับลูกค้า

ส่วน ธุรกิจบริการประกันภัย ที่บริหารงานโดย บริษัท ฮาวเด้น แมกซี่ อินชัวรันส์ โบรกเกอร์ จำกัด (Howden Maxi) ในปีงบประมาณช่วงเดือนตุลาคม 2566 ถึง กันยายน 2567 บริษัทฯ สามารถทำรายได้แตะระดับ 337 ล้านบาท เติบโต 2% และ มีกำไรสุทธิ 99 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อน ทั้งนี้เป็นผลมาจากการเติบโตของกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ รวมถึงการขยายพอร์ตไปยังกลุ่มลูกค้ารายใหม่มากขึ้น โดยทีมที่สามารถสร้างรายได้เข้าเป้า มาจากทีมอัญมณีเครื่องประดับ, ทีมงานศิลปะ และทีมงานโครงการพิเศษ นอกจากนี้ ธุรกิจท่องเที่ยวเริ่มกลับมาเฟื่องฟู ส่งผลให้ธุรกิจรถเช่า SIXT มีรายได้เติบโต 11.10% ซึ่งถือว่ามีอัตราการเติบโตและผลกำไรที่น่าพอใจ ทั้งรถเช่าระยะสั้น และรถเช่าระยะยาว รวมถึงบริการพนักงานขับรถ

ด้านนางสาวเจิดนภางค์ ระบุว่า ผลการดำเนินงานของบริษัทในปีที่ผ่านมา กลุ่ม MGC-ASIA มีรายได้รวม 20,334 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 145.60 ล้านบาท EBITDA 1,631 ล้านบาท ส่วนผลประกอบการไตรมาส 4/2567 มีรายได้ 5,977 ล้านบาท เพิ่ม 32% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2567 มีกำไรสุทธิ 95.20 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 888.40% เมื่อเทียบกับไตรมาสก 3/2567และ ค่าตัดจำหน่าย EBITDA 468 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% ไตรมาส 3/2567

ทั้งนี้สถานะสินค้าค้างส่งมอบ (Backlog) ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 XPENG 767 คัน ZEEKR 230 คัน Rolls-Royce 8 คัน BMW 42 คัน MINI Cooper 78 คัน HONDA 337 คัน Harley-Davidson 50 คันและBMW Motorrad 41 คัน

ขณะเดียวกัน MGC-ASIA มีแผนขยายธุรกิจไปยังตลาดใหม่ในภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะในกลุ่ม EV และจับมือกับพันธมิตรระดับโลก เช่น XPENG และ ZEEKR ผู้นำยานยนต์ไฟฟ้าจากจีน รวมถึงขยายความร่วมมือกับ CITY AUTO GROUP เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ทางธุรกิจร่วมกัน โดยตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ปีนี้ไว้ที่ 10%

นอกจากนี้ ดร.สัณหวุฒิ มองการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายของ กนง. ลง 0.25% ถือเป็นเรื่องที่ดีและสร้างบรรยากาศที่ดีให้กับภาคธุรกิจ กระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของประชาชน โดยเฉพาะตลาดยานยนต์กลุ่มลักซูรี่คาร์ ที่ยังเห็นภาพการเติบโตในส่วนของยอดการจองรถ และการส่งมอบ

ขณะเดียวกัน MGC-ASIA ยังเตรียมความพร้อมกับการเติบโตของรายได้และกำไรที่จะเกิดขึ้นจากโครงการของรัฐบาล โดยเฉพาะ ENTERTAINMENT COMPLEX ซึ่งสอดคล้องกับธุรกิจเรือยอร์ต ที่จะเข้าไปมีบทบาทสำคัญกับการทำยอร์ตคลับในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...