โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กินมากไปก็ไม่ดี? 3 ผลเสียของอัลมอนด์ต่อร่างกายที่นักโภชนาการญี่ปุ่นเตือนควรระวัง

conomi

อัพเดต 19 ก.พ. 2568 เวลา 11.08 น. • เผยแพร่ 21 ก.พ. 2568 เวลา 12.00 น. • conomi.co

อัลมอนด์ เป็นหนึ่งในถั่วที่คนญี่ปุ่นนิยมรับประทานเพื่อประโยชน์ต่อสุขภาพ แต่การรับประทานในปริมาณที่มากเกินไปก็มีผลเสียต่อสุขภาพได้ มารู้ประโยชน์ของปละผลเสียของการรับประทานอัลมอนด์ในปริมาณที่มากเกินไป และเวลาที่เหมาะสมในการรับประทานเพื่อให้ร่างกายรับประโยชน์สูงสุดตามคำแนะนำของโภชนาการอาหารชาวญี่ปุ่นกันค่ะ!

ประโยชน์ของถั่วอัลมอนด์

ถั่วอัลมอนด์อุดมไปด้วยคุณค่าสารอาหารที่สำคัญดังนี้คือ

อัลมอนด์

1. กรดไขมันไม่อิ่มตัว

อัลมอนด์มีปริมาณกรดไขมันไม่อิ่มตัว ได้แก่ กรดโอเลอิก (Oleic acid) และกรดลิโนเลอิก (Linoleic acid) ในปริมาณที่สูง กรดไขมันเหล่านี้มีผลในการช่วยป้องกันภาวะหลอดเลือดแข็งตัวและลิ่มเลือด ลดความดันโลหิต และลดคอเลสเตอรอลชนิด LDL

2. สารอาหารอื่นที่สำคัญ

อัลมอนด์อุดมไปด้วยโปรตีน เส้นใยอาหาร วิตามินอี แมกนีเซียม และทองแดง ซึ่งเป็นสารอาหารที่ช่วยปรับสภาพแวดล้อมของลำไส้ให้ดี ช่วยต้านอนุมูลอิสระและชะลอความแก่ ช่วยให้ระบบเผาผลาญพลังงานทำหน้าที่ได้อย่างราบรื่น ป้องกันโรคโลหิตจางและโรคที่เกี่ยวกับการดำเนินชีวิตประจำวัน เป็นต้น

ผลเสียของการรับประทานถั่วอัลมอนด์ในปริมาณที่มากเกินไป

1. เพิ่มน้ำหนักตัว

อัลมอนด์มีปริมาณไขมันสูง การรับประทานในปริมาณที่มากเกินไปจะส่งผลให้น้ำหนักตัวเพิ่มได้

2. เกิดการอักเสบในร่างกาย

อัลมอนด์มีปริมาณกรดลิโนเลอิกที่สูง การรับประทานกรดดังกล่าวเข้าไปมากเกินไปจะส่งผลให้เกิดการอักเสบในร่างกาย ทำให้เกิดการระคายเคืองผิว อาการภูมิแพ้ ไมเกรน และโรคหัวใจและหลอดเลือด เป็นต้น

3. ทำให้ท้องผูก

แม้ว่าเส้นใยอาหารจะช่วยปรับสภาพแวดล้อมในลำไส้ให้ดี แต่หากรับประทานอัลมอนด์ในปริมาณที่มากเกินไป เส้นใยอาหารชนิดไม่ละลายน้ำที่มีมากกว่าเส้นใยอาหารชนิดละลายน้ำของอัลมอนด์จะส่งผลให้อุจจาระแข็งและขับออกจากร่างกายได้ยาก ทำให้เกิดอาการท้องผูกและปวดท้องได้

ปริมาณอัลมอนด์ที่ควรรับประทานในแต่ละวัน

อัลมอนด์

ปริมาณอัลมอนด์ที่แนะนำให้รับประทานในแต่ละวันเพื่อให้ประโยชน์สูงสุดต่อร่างกาย คือ วันละไม่เกิน 26 เม็ด ทั้งนี้ควรลดปริมาณอัลมอนด์ลงเมื่อรับประทานอาหารที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวชนิดอื่น เช่น น้ำมันพืชต่างและถั่วต่าง ๆ เป็นต้น

เวลาที่ดีในการรับประทานอัลมอนด์

อัลมอนด์มีปริมาณไขมันสูงเมื่อรับประทานเข้าไปแล้วร่างกายมักใช้เวลาในการย่อยค่อนข้างนาน ดังนั้นจึงไม่ควรการรับประทานอัลมอนด์ก่อนเวลานอนเพราะจะส่งผลให้คุณภาพการนอนหลับลดลง

เวลาที่ดีที่สุดในการรับประทานอัลมอนด์ คือ ก่อนมื้ออาหารอย่างน้อยครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมง เนื่องจากการเคี้ยวอัลมอนด์จะช่วยกระตุ้นศูนย์ควบคุมความอิ่มและบรรเทาความหิวซึ่งช่วยป้องกันไม่ให้รับประทานอาหารในปริมาณที่มากเกินไปได้ อีกทั้งเส้นใยอาหารที่มีมากในอัลมอนด์จะช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดด้วย หากไม่สามารถรับประทานอัลมอนด์ก่อนอาหารได้ อีกเวลาที่ดีในการรับประทานอัลมอนด์คือ รับประทานเป็นอาหารว่างที่จะช่วยให้อิ่มท้องและป้องกันการเพิ่มขึ้นของน้ำหนักได้ดีกว่าของว่างที่มีแป้งและน้ำตาลสูง

อัลมอนด์

อาหารทุกชนิดที่ดีต่อสุขภาพหากรับประทานในปริมาณที่มากเกินไปก็อาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้ นอกจากนี้การรับประทานในเวลาที่เหมาะสมจะส่งผลดีต่อร่างกายไปพร้อมกับรับคุณค่าสารอาหารได้อย่างสูงสุด หากชอบรับประทานอัลมอนด์ก็ลองเลือกปริมาณและเวลารับประทานตามคำแนะนำข้างต้นดูค่ะ

สรุปเนื้อหาจาก: 39mag.benesse.ne.jp

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...