โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ไม่มีจริง ! Thai PBS Verify ตรวจสอบคลิปอ้าง หมอพื้นบ้านป้ายยาแก้ปวดฟัน ทำ “หนอนกินฟัน” หลุดออกกระพุ้งแก้ม

Thai PBS

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS
Thai PBS Verify พบคลิปอ้างรักษาอาการปวดฟันด้วยหมอพื้นบ้าน แต่กลับเจอหนอนออกมาจากกระพุ้งแก้ม ด้านทันตแพทย์-นักวิชาการ เตือนอย่าหลงเชื่อ ยืนยันหนอนกินฟันไม่มีจริง ที่ผ่านมามีแต่หนอนแมลงวันในปากเท่านั้น

Thai PBS Verify พบแหล่งข้อมูลข่าวปลอมจาก : Facebook

[caption id="attachment_14127" align="aligncenter" width="1024"]

คลิปอ้าง "หมอพื้นบ้านรักษาหนอนกินฟัน"[/caption]

Thai PBS Verify พบคลิปวิดีโอบนแพลตฟอร์ม Facebook ของผู้ใช้งานที่ชื่อว่า Chanchira Pridasak โพสต์คลิปของชายสูงอายุคนหนึ่ง ที่นำบางอย่างมาป้ายบริเวณแก้มของเด็กนักเรียนหญิง ก่อนที่ในเวลาต่อมาจะมีหนอนหลุดออกมาจากบริเวณที่แก้ม โดยโพสต์ดังกล่าวระบุข้อความว่า

เหลือเชื่อที่เค้าเรียกว่าหนอนกินฟัน หนอนเยอะมากมันออกมาได้ยังไง
#วิธีการรักษาอาการเจ็บฟันแบบโบราณ
มาดูกันอีกทีว่าหายเจ็บจริงมั้ย@ไฮไลท์
#ใครรู้ช่วยไขข้อส่งสัยให้หน่อยคะว่ามันมาได้อย่างไร

อย่างไรก็ตามหลักจากที่โพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 13 ก.ค. 69 ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เข้าชมไปกว่า 1.9 ล้านครั้ง รวมถึงมีผู้ที่สนใจจำนวนมาก โดยเข้ามาแสดงความคิดเห็นส่วนหนึ่งเชื่อว่า การกระทำดังกล่าวเป็นสาเหตุที่ทำให้อาการปวดฟันของเด็กหายไปจริง ๆ

[caption id="attachment_14126" align="aligncenter" width="353"]

ภาพบันทึกหน้าจอแสดงความคิดเห็นของผู้เข้าชม[/caption]

นักวิชาการเตือนอย่าหลงเชื่อ

หลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกพูดถึง Thai PBS Verify สัมภาษณ์กับ รศ. ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ หรือ อ.เจษฎ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งได้ให้ความคิดเห็นของกรณีที่เกิดขึ้นว่า สิ่งที่ดูน่าแปลกนี้ แท้จริงแล้วคือ "ทริกมายากล" ที่อาศัยความไวของมือและการเตรียมการล่วงหน้า โดยผู้ที่อ้างว่าทำการรักษา จะอาศัยทักษะความไวในการกำหนอนไว้ในมือก่อนเริ่มทำพิธี แล้วแสร้งทำเป็นถูบริเวรที่คนไข้เจ็บ ซึ่งที่ผ่านมามักพบว่า ผู้ทำพิธีมักซ่อนหนอนขนาดเล็ก (เช่น หนอนแมลงหรือตัวอ่อน) ไว้ในก้อนสำลีหรือวัสดุที่ใช้ถูแก้ม เมื่อเริ่มกดและถู หนอนจะค่อย ๆ หลุดออกมาจากวัสดุเหล่านั้น ไม่ใช่หลุดออกมาจากผิวหนัง

[caption id="attachment_14137" align="aligncenter" width="1024"]

รศ. ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย[/caption]

นอกจากวิธีตามคลิปที่เห็นแล้ว ที่ผ่านมายังพบวิธีอื่น ๆ เช่น เทคนิครอบกะลาและควัน ที่มักจะมีการใช้กะลามะพร้าวครอบไว้แล้วเป่าควันเข้าไป โดยมีการวางหนอนไว้ในช่องลับของกะลาหรือตัวอุปกรณ์แต่แรก เมื่อเป่าลมหรือควัน หนอนจะตกลงมาในภาชนะตามจังหวะที่กำหนด

"ความอันตรายที่แท้จริงไม่ใช่ตัวหนอนปลอมเหล่านั้น แต่คือการเสียโอกาสในการรักษาที่ถูกต้อง โดยเฉพาะในเด็กเล็ก หากผู้ปกครองมัวแต่พาลูกไปทำพิธี แทนที่จะมาพบทันตแพทย์เพื่ออุดฟัน อาการจะลุกลามจนติดเชื้อเข้าสู่กระแสเลือด หรือต้องสูญเสียฟันแท้ไปอย่างน่าเสียดาย"

แพทย์ระบุหนอนในปากไม่ใช่แบบในคลิป

เรานำเรื่องนี้ไปสอบถามกับ ผศ. ทพ.ชนกันต์ แผ้วพาลชน อาจารย์สาขาทันตกรรมบูรณะและทันตกรรมเพื่อความสวยงาม คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งระบุว่า จากที่ดูคลิปและพบว่า เป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีหนอนออกมาจากกระพุ้งแก้ม และจากการสังเกตคลิปดังกล่าว เชื่อว่าสิ่งที่ถูกอ้างว่าเป็นหนอนแท้จริงแล้วคือ "อุบาย" ที่ถูกเตรียมการเอาไว้ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ของแมลงกินฟันตัวเล็ก ๆ ให้ปรากฏแก่สายตา

แม้ "หนอนกินฟัน" จะเป็นเรื่องหลอกลวง แต่ในทางการแพทย์ "หนอนในช่องปาก" นั้น มีบันทึกอยู่ในตำราวิชาการจริง แต่เป็นสภาวะที่เกิดขึ้นได้ยากยิ่งและ "ไม่เกี่ยวข้องกับโรคฟันผุ" แม้แต่น้อย

อย่างไรก็ตามจากประสบการณ์การรักษาของตนเอง แม้จะไม่เคยพบเคสที่มีหนอนจริง ๆ ในช่องปากเลย เนื่องจากสภาวะนี้จะพบเฉพาะในเงื่อนไขที่วิกฤตและจำเพาะเจาะจงเท่านั้น ได้แก่

  • สภาวะผู้ป่วยที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้: เช่น ผู้ป่วยติดเตียงที่ต้องนอนอ้าปากตลอดเวลาและขาดการดูแล
  • การมีเศษอาหารหมักหมมเป็นเวลานาน: จนเกิดการเน่าเสียในระดับรุนแรง
  • แมลงเข้าไปวางไข่ในช่องปาก: เมื่อผู้ป่วยอ้าปากค้างไว้และไม่รู้สึกตัว แมลง (เช่น แมลงวัน) อาจเข้าไปวางไข่จนฟักตัวเป็นตัวอ่อนหรือหนอนจริง ๆ ในเนื้อเยื่อที่อักเสบ

[caption id="attachment_14148" align="aligncenter" width="1024"]

ผศ. ทพ.ชนกันต์ แผ้วพาลชน อาจารย์สาขาทันตกรรมบูรณะและทันตกรรมเพื่อความสวยงาม คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์[/caption]

สภาวะดังกล่าวเป็นเรื่องของสุขอนามัยที่ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง ไม่ใช่กลไกของการเกิด "รูฟันผุ" ที่เราคุ้นเคยกัน และจะต้องเป็นกรณีที่ผู้ป่วยไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้แล้ว นอนอ้าปากทิ้งไว้ ไม่ได้กินอาหารทางปาก และไม่ได้รับการดูแลรักษาความสะอาดช่องปากเลย สภาพดังกล่าวจึงจะสามารถทำให้ช่องปากเกิดการหมักหมม จนมีแมลงบินเข้าไปวางไข่ในเศษอาหารที่ติดอยู่ และฟักตัวออกมาเป็นหนอน

กลไกการเกิด "ฟันผุ" ที่แท้จริงเป็นอย่างไร ?

ผศ.ทพ.ชนกันต์ ระบุว่า ตามหลักทันตแพทยศาสตร์สาเหตุที่ทำให้เกิดฟันผุ เกิดขึ้นเนื่องจาก "ความไม่สมดุลของแร่ธาตุบนผิวฟัน" ที่เกิดขึ้นเนื่องจาก แบคทีเรียซึ่งอยู่ภายในช่องปาก ย่อยแป้ง หรือน้ำตาล และปล่อยกรดออกมาทำลายผิวฟัน ซึ่งกรดเหล่านี้จะส่งผลลัพธ์ต่อผิวฟัน ทำให้ผิวฟันละลายตัว อ่อนแอ และสูญเสียโครงสร้างผลึก

อย่างไรก็ตามสิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่ตัวแบคทีเรีย แต่คือ "ความถี่" ในการกิน โดยเฉพาะหากรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีรสหวาน ไม่ว่าจะเป็น การจิบน้ำหวาน กาแฟใส่น้ำตาล หรือแม้แต่ "นม" ต่อเนื่องทุก 20-30 นาทีตลอดทั้งวัน คือพฤติกรรมที่อันตรายที่สุด เพราะน้ำตาลจากนมและเครื่องดื่มจะถูกแบคทีเรียเปลี่ยนเป็นกรดอย่างต่อเนื่อง ทำให้ฟันอยู่ในสภาวะละลายตัวตลอดเวลาจนไม่มีโอกาสให้น้ำลายทำหน้าที่ซ่อมแซมฟันได้เลย ในระยะยาวผิวฟันจะเริ่มเปราะบาง จนถึงจุดที่โครงสร้างพังทลายกลายเป็น "หลุม" ซึ่งเมื่อเป็นหลุมแล้ว ฟันก็จะไม่สามารถคืนกลับแร่ธาตุเพื่อปิดหลุมนั้นได้เองอีกต่อไป

[caption id="attachment_14152" align="aligncenter" width="1024"]

ภาพของลักษณะฟันผุ (สร้างจาก AI)[/caption]

การดูแลรักษาฟันที่ดีควรปฏิบัติดังนี้

การดูแลรักษาฟันที่แนะนำคือการแปรงฟันวันละ 2 ครั้ง คือ ช่วงเช้า และก่อนนอน โดยปัจจุบันยาสีฟันมีส่วนผสมของฟลูออไรด์ 1,500 ppm ซึ่งถือว่ามีประสิทธิภาพในการป้องกันฟันผุได้เป็นอย่างดี ซึ่งสิ่งสำคัญคือการใช้ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ และหลีกเลี่ยงการรับประทานของหวาน การทานขนม หรือน้ำผลไม้ต่าง ๆ ที่มีส่วนผสมของน้ำตาล เพราะหากรับประทานอาหารเหล่านี้บ่อย ๆ หรือเป็นระยะเวลานาน ๆ จะยิ่งเป็นสิ่งที่ส่งเสริมให้เกิดฟันผุได้ จึงควรหลีกเลี่ยงอาหารเหล่านี้หากทำได้ หรือให้ทานเฉพาะในมื้ออาหารเพียงเท่านั้นเพื่อหลีกเลี่ยงฟันผุ

เรื่องจริงเป็นอย่างไร ?

คลิปดังกล่าวเป็น "การหลอกลวง" ไม่ใช่เรื่องจริง: ข้อความและการกระทำในคลิปวิดีโอที่อ้างว่าสามารถดึงหนอนออกจากกระพุ้งแก้มเพื่อรักษาอาการปวดฟันนั้น "ไม่เป็นความจริง" สิ่งที่เห็นเป็นเพียงกลลวงตา ที่อาศัยความไวของมือและการเตรียมการไว้ล่วงหน้าของผู้ทำพิธี โดยการซ่อนหนอนขนาดเล็กเอาไว้ในก้อนสำลีหรือวัสดุที่ใช้ถูแก้มตั้งแต่แรก เมื่อออกแรงกดและถู หนอนจึงหลุดออกมาให้เห็น ไม่ได้หลุดออกมาจากผิวหนังหรือช่องปากของเด็กแต่อย่างใด

หนอนกินฟันไม่มีจริงในทางการแพทย์: แม้ในอดีตหรือตามความเชื่อโบราณจะเรียกแมลงกินฟัน แต่ในทางทันตแพทยศาสตร์ชี้ชัดว่า "โรคฟันผุไม่ได้เกิดจากตัวหนอน" แต่เกิดจาก "ความไม่สมดุลของแร่ธาตุบนผิวฟัน" จากพฤติกรรมสุขอนามัย โดย "แบคทีเรียในช่องปาก" จะย่อยเศษแป้งและน้ำตาลที่ตกค้าง แล้วปล่อย "กรด" ออกมาทำลายโครงสร้างผลึกผิวฟันจนเปราะบางและกลายเป็นหลุมฟันผุในที่สุด

หนอนในปากมีจริง แต่เกิดจากสุขอนามัยล้มเหลวขั้นวิกฤต ไม่เกี่ยวกับฟันผุ: แพทย์ระบุว่าภาวะหนอนในช่องปากมีบันทึกในตำราจริง แต่พบได้ยากมาก ๆ และจะเกิดเฉพาะกับ ผู้ป่วยติดเตียงที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ที่จะต้องนอนอ้าปากทิ้งไว้ตลอดเวลา และขาดการดูแลความสะอาดอย่างสิ้นเชิง จนมีเศษอาหารหมักหมมเน่าเสีย ส่งผลให้แมลงวันบินเข้าไปวางไข่และฟักเป็นตัวหนอนในเนื้อเยื่ออักเสบเท่านั้น ไม่ใช่กรณีเด็กนักเรียนหญิงที่มีอาการปวดฟันผุทั่วไปตามที่คลิปกล่าวอ้าง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

"ดีทรอยต์" อากาศแย่สุดในโลก ผลกระทบหมอกควันไฟป่าแคนาดาข้ามแดน

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สภาพอากาศวันนี้ มรสุมปกคลุมไทยตอนบน เหนือ-ตะวันออกฝนหนักบางแห่ง

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

อิหร่านดัน "ฮูตี" ปิดช่องแคบบับ เอล-มันเดบ ตัดเส้นทางขนส่งน้ำมันในทะเลแดง

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

จับหนุ่มโยงคดีซุกยาไอซ์ในกระปุกมะขามเปียก จ้างหิ้วไปญี่ปุ่น ออกหมายจับ 4 คน

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว สังคม อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...