"รฟท." จี้ "ซีพี" เคลียร์หนี้แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ 1 หมื่นล้าน ก่อนสิ้นเดือน ก.ย.นี้
แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ความคืบหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน วงเงินลงทุน 224,000 ล้านบาท ซึ่งมีการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และบริษัท เอเชีย เอราวัน จำกัด (กลุ่มซีพี) เป็นคู่สัญญาภายใต้สัญญาร่วมลงทุนระยะเวลา 50 ปี ยังคงเผชิญปัญหาในการบริหารสัญญา โดยเฉพาะการดำเนินงานรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ที่กลุ่มซีพีรับสัมปทานเดินรถอยู่ในปัจจุบัน
เนื่องจากบันทึกความเข้าใจ (MOU) ที่ใช้รองรับการเดินรถแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ จะครบกำหนดในวันที่ 30 กันยายนนี้ ส่งผลให้ภาครัฐต้องเร่งหาข้อสรุปแนวทางบริหารสัญญาและการเดินรถในระยะต่อไป ท่ามกลางความไม่แน่นอนของโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน
จ้างเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์
ปัจจุบันรฟท.ได้เตรียมแผนรองรับการเปลี่ยนผ่านเพื่อไม่ให้กระทบต่อการให้บริการสาธารณะ โดยจะมีการพิจารณาจัดจ้างผู้เดินรถ (Operator) เข้ามาบริหารจัดการในช่วงเปลี่ยนผ่าน ซึ่งอาจจะเป็นการจ้างบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) ผู้ให้บริการเดินรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง
เช่นเดียวกับการจ้างเอกชนรายเดิมเพื่อมาเดินรถและซ่อมบำรุงในรูปแบบการจ้างบริการ (Operation & Maintenance) แทนการให้สิทธิร่วมลงทุนเดิม ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ โดยแผนดังกล่าวคาดว่าจะมีความชัดเจนภายใน 1-2 เดือนนี้ก่อนที่ MOU จะสิ้นสุดลง
แหล่งข่าวจากกระทรวงคมมนาคม เปิดเผยว่า ในปัจจุบันเอกชนยังมีภาระหนี้สินที่ต้องชำระคืนให้แก่ภาครัฐจากการรับโอนสิทธิบริหารรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ประมาณ 10,000 ล้านบาท ซึ่งทาง รฟท. ได้มีการทำหนังสือติดตามทวงถามอย่างต่อเนื่อง ให้ชำระทั้งในส่วนของเงินต้นและดอกเบี้ยตามที่ระบุไว้ในสัญญา
“หากท้ายที่สุดไม่สามารถตกลงกันได้จะเข้าสู่กระบวนการเจรจา เพื่อประเมินมูลค่าความเสียหายที่แต่ละฝ่ายได้ลงทุนไป ก่อนนำไปสู่การยกเลิกสัญญา ทำให้คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายกลับสู่สถานะเดิม
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความชัดเจนของ 2 แนวทางข้างต้นที่ได้เสนอไปก่อนหน้านี้ด้วย” แหล่งข่าว ระบุ
ดึงพื้นที่ทับซ้อนก่อสร้างเอง
ส่วนประเด็นโครงสร้างพื้นที่ทับซ้อนระหว่างโครงการไฮสปีด 3 สนามบิน และโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 1 ในสัญญาที่ 4-1 (ช่วงบางซื่อ-ดอนเมือง) แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม ระบุว่า ตามหลักการที่พิจารณานั้น รฟท. ยืนยันที่จะนำขอบเขตงานก่อสร้างในส่วนนี้กลับมาดำเนินการเอง เนื่องจากปัจจุบันงานในสัญญานี้ยังไม่ได้เริ่มดำเนินการก่อสร้าง ซึ่งจะต้องปรับขอบเขตงานใหม่ให้มีความชัดเจนเพื่อลดปัญหาความล่าช้าการเปิดให้บริการของโครงการฯ โดยจะนำหลักการนี้เสนอต่อกระทรวงคมนาคมเพื่อรับทราบแนวทางด้วย
จากข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) เมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2569 พบว่ากลุ่มซีพีได้จ่ายยค่าดำเนินงาน Airport Rail Link ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 ไปแล้วประมาณ 1,501.17 ล้านบาท และค่าปรับปรุงระบบ Airport Rail Link และงาน Early Work ของโครงการ HSR ประมาณ 4,538 ล้านบาท.