โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

“สงคราม” กดดันเชื่อมั่นไทย KTB ชี้เงินบาทเสี่ยงอ่อนค่าต่อ

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB เปิดเผยว่า สำหรับประเทศไทยในสัปดาห์นี้ นักลงทุนรอติดตามดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนพ.ค. ซึ่งมีแนวโน้มปรับลดลงต่อเนื่องจากผลกระทบของความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ค่าครองชีพสูงขึ้น แม้อาจได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ เช่น โครงการคนละครึ่งพลัส

สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.40-33.15 บาทต่อดอลลาร์ ส่วนแนวโน้มเงินบาทในระยะสั้นยังมีแรงกดดันด้านอ่อนค่าเพิ่มขึ้น หลังตลาดรับรู้ตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งกว่าคาดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้นักลงทุนปรับเพิ่มการคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (FED) อาจคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงหรือมีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม

นอกจากนี้ หากการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังไม่มีพัฒนาการเชิงบวก เงินบาทอาจเผชิญแรงกดดันให้อ่อนค่าต่อเนื่อง โดยเฉพาะหากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่จะประกาศออกมาดีกว่าคาด ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ตลาดให้ความสนใจคือ รายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ ในวันพุธนี้

อย่างไรก็ตาม เงินบาทยังคงเผชิญความเสี่ยงแบบ Two-Way Risk หรือมีโอกาสเคลื่อนไหวได้ทั้งทิศทางแข็งค่าและอ่อนค่า ขึ้นอยู่กับพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง รวมถึงความเคลื่อนไหวของเงินเยนญี่ปุ่น ซึ่งอาจกลับมาแข็งค่าอย่างรวดเร็วจากการแทรกแซงของทางการญี่ปุ่น หรือภาวะที่นักลงทุนลดความเสี่ยงในตลาดการเงินโลก

ทั้งนี้ หากเงินบาทกลับมาแข็งค่า แนวรับแรกอยู่ที่ระดับ 32.50 บาทต่อดอลลาร์ และแนวรับถัดไปบริเวณ 32.20-32.30 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่แนวต้านสำคัญอยู่ที่ 32.85 บาทต่อดอลลาร์ และ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ตามลำดับ

ในเชิงเทคนิคัล Krungthai GLOBAL MARKETS มองว่า ค่าเงินบาทยังอยู่ในแนวโน้มอ่อนค่า ตามสัญญาณของกลยุทธ์ Trend-Following และจะยังไม่เปลี่ยนทิศทางจนกว่าจะสามารถแข็งค่าผ่านระดับ 32.00 บาทต่อดอลลาร์ได้อย่างชัดเจนและต่อเนื่อง ส่งผลให้ระยะนี้เงินบาทมีโอกาสอ่อนค่าหรือแกว่งตัวในกรอบกว้าง

ส่วนทิศทางเงินดอลลาร์สหรัฐ มีโอกาสแข็งค่าต่อ หากอัตราเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ ออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ แต่หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางคลี่คลาย หรือมีการแทรกแซงค่าเงินเยนจากทางการญี่ปุ่น เงินดอลลาร์ก็อาจกลับมาอ่อนค่าได้เช่นกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...