การจับปลาแบบอุไก ประเพณีดั้งเดิมของจังหวัดกิฟุ
หากพูดถึงฤดูร้อนของญี่ปุ่น หลายคนอาจนึกถึง เทศกาลดอกไม้ไฟ เสียงกระดิ่งลม หรือผู้คนในชุดยูกาตะเดินเล่นริมแม่น้ำยามเย็น แต่ที่จังหวัดกิฟุ มีประเพณีเก่าแก่ที่ยังคงสืบทอดต่อกันมายาวนานกว่า 1,300 ปี และกลายเป็นหนึ่งในภาพจำของฤดูร้อนญี่ปุ่น นั่นคือ “อุไก” หรือการจับปลาด้วยนกกระทุงริมแม่น้ำนากะระ ประเพณีที่ผสมผสานทั้งวิถีชีวิต ศิลปะ และวัฒนธรรมเข้าไว้ด้วยกันอย่างงดงาม ทุกคืนในช่วงฤดูกาลจับปลา แสงไฟจากกองเพลิงบนเรือจะค่อย ๆ ส่องสะท้อนผิวน้ำ ท่ามกลางฉากหลังของภูเขาคินกะและปราสาทกิฟุที่ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขา บรรยากาศทั้งหมดชวนให้รู้สึกราวกับกำลังย้อนเวลากลับไปยังญี่ปุ่นในอดีต เป็นความงดงามที่ทั้งลึกลับ อ่อนโยน และน่าหลงใหลจนกลายเป็นประสบการณ์ที่หลายคนอยากสัมผัสสักครั้ง
ประเพณีโบราณที่สืบทอดยาวนานกว่า 1,300 ปี
“อุไก” คือวิธีการจับปลาแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่ใช้นกกระทุงทะเลในการช่วยจับปลาอะยุ หรือที่เรียกกันว่า “ปลาหวาน” ซึ่งเป็นปลาประจำฤดูร้อนของญี่ปุ่น โดยชาวประมงจะฝึกนกกระทุงให้ดำน้ำจับปลา ก่อนนำกลับขึ้นมาจากลำคอของนกอย่างชำนาญ วิธีการนี้อาจฟังดูแปลกสำหรับหลายคน แต่ในญี่ปุ่นกลับถือเป็นภูมิปัญญาโบราณที่ทรงคุณค่า และยังได้รับการอนุรักษ์มาจนถึงปัจจุบัน
การจับปลาแบบอุไกในแม่น้ำนากะระ จังหวัดกิฟุ ถือเป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่น และมีประวัติยาวนานกว่า 1,300 ปี แม่น้ำนากะระเองก็ขึ้นชื่อเรื่องความสะอาดและคุณภาพน้ำที่ใสบริสุทธิ์ จนได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในแม่น้ำที่สวยงามที่สุดของประเทศ เมื่อรวมเข้ากับฉากหลังอย่างภูเขาคินกะและปราสาทกิฟุ จึงยิ่งทำให้บรรยากาศของการจับปลาแบบอุไกดูงดงามราวกับภาพวาด
ในอดีต การจับปลาแบบอุไกไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมของชาวบ้านทั่วไป แต่ยังเป็นความบันเทิงชั้นสูงที่ชนชั้นปกครองและผู้มีอำนาจนิยมชมชอบ โดยมีบันทึกว่า โอดะ โนบุนางะ และโทกูงาวะ อิเอยาสุ ต่างก็เคยให้การสนับสนุนประเพณีนี้ อีกทั้งยังมีบุคคลสำคัญระดับโลกอย่างชาร์ลส์ แชปลิน ที่เคยมาชมการจับปลาแบบอุไกและรู้สึกประทับใจเช่นกัน จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเลยว่าทำไมประเพณีนี้จึงได้รับการสืบทอดต่อกันมาอย่างยาวนาน
ปัจจุบัน ชาวประมงที่ทำหน้าที่จับปลาแบบอุไกในแม่น้ำนากะระมีเพียง 6 คนเท่านั้น และทุกคนได้รับตำแหน่งอย่างเป็นทางการว่า “ชาวประมงอุไกแห่งสำนักพระราชวัง” หน้าที่นี้ไม่ได้เป็นเพียงอาชีพ แต่ยังเป็นเกียรติและความรับผิดชอบในการรักษาวัฒนธรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่นเอาไว้ให้คงอยู่ต่อไปในอนาคต
ค่ำคืนแห่งมนตร์เสน่ห์ริมแม่น้ำนากะระ
ฤดูกาลจับปลาแบบอุไกจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคม ไปจนถึงวันที่ 15 ตุลาคมของทุกปี ยกเว้นวันที่แม่น้ำมีน้ำหลากหรือวันที่มีการงดจับปลาเป็นพิเศษ ช่วงเวลานี้ถือเป็นหนึ่งในไฮไลต์ของฤดูร้อนจังหวัดกิฟุ เพราะทุกคืนริมแม่น้ำจะเต็มไปด้วยบรรยากาศคึกคักและโรแมนติกในแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม
หนึ่งในช่วงเวลาที่หลายคนรอคอยมากที่สุดคือการจุดพลุสี่ลูกในเวลาประมาณ 19:45 น. เพื่อเป็นสัญญาณเริ่มต้นการจับปลาแบบอุไก แม้จะเป็นเพียงพลุสั้น ๆ แต่กลับสร้างบรรยากาศที่น่าประทับใจอย่างมาก แสงพลุที่ส่องสว่างเหนือท้องฟ้ายามค่ำคืนริมแม่น้ำนากะระทำให้ทั้งพื้นที่ดูมีชีวิตชีวาและเต็มไปด้วยความรู้สึกพิเศษ คล้ายกับการประกาศว่าโลกแห่งมนตร์เสน่ห์กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว
หลังจากนั้น เรือประมงที่ติดกองไฟไว้ด้านหน้าจะค่อย ๆ ล่องไปตามแม่น้ำ ความสว่างจากเปลวไฟสะท้อนกับผิวน้ำระยิบระยับ ท่ามกลางความมืดของค่ำคืนและเสียงน้ำไหลเบา ๆ เป็นภาพที่สวยงามจนยากจะละสายตา ยิ่งเมื่อได้เห็นนกกระทุงหลายตัวทำงานร่วมกับชาวประมงอย่างพร้อมเพรียง ก็ยิ่งทำให้รู้สึกถึงเสน่ห์ของวิถีชีวิตโบราณที่ยังคงมีลมหายใจอยู่จริง
เสียงตะโกนจังหวะ “โฮ่ว โฮ่ว” ของชาวประมง เสียงไม้พายกระทบน้ำ และเปลวไฟที่ไหวไปตามแรงลม ล้วนเป็นองค์ประกอบเล็ก ๆ ที่รวมกันจนกลายเป็นค่ำคืนที่ทั้งงดงามและน่าจดจำ หลายคนที่เคยชมการจับปลาแบบอุไกต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า บรรยากาศจริงนั้นมีเสน่ห์มากกว่าภาพถ่ายหรือวิดีโอหลายเท่า เพราะเป็นความงดงามที่สัมผัสได้ผ่านทั้งสายตาและความรู้สึก
ประสบการณ์สุดพิเศษบนเรือชมอุไก
หนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการชมการจับปลาแบบอุไก คือการนั่งเรือท่องเที่ยวริมแม่น้ำนากะระ เพราะจะได้สัมผัสบรรยากาศอย่างใกล้ชิดกว่าการชมจากริมฝั่งมาก เรือท่องเที่ยวจะค่อย ๆ ล่องไปตามแม่น้ำ เปิดโอกาสให้ได้เห็นทั้งทิวทัศน์ของภูเขาคินกะ ปราสาทกิฟุ และแสงไฟริมแม่น้ำในช่วงหัวค่ำ บรรยากาศเงียบสงบและผ่อนคลายจนรู้สึกเหมือนได้หลุดออกจากความวุ่นวายในชีวิตประจำวันชั่วขณะ
โดยปกติแล้ว เรือท่องเที่ยวจะล่องตามเรือประมงอุไกไปตามแม่น้ำ เพื่อให้ทุกคนได้ชมวิธีการจับปลาอย่างใกล้ชิด แต่ในบางวันที่ฝนตกหรือระดับน้ำสูง รูปแบบการชมอาจเปลี่ยนเป็นการจอดเรืออยู่กับที่ แล้วให้เรือประมงล่องผ่านทีละลำแทน แม้จะต่างจากแผนเดิม แต่กลับทำให้ได้เห็นรายละเอียดของการจับปลาชัดเจนขึ้นอีกแบบ
ช่วงเวลาที่ถือเป็นไฮไลต์สำคัญที่สุด คือ “โซการามิ” หรือการไล่ต้อนปลาแบบรวมกลุ่ม เมื่อเรือประมงทั้งหกลำเรียงแถวขวางแม่น้ำพร้อมกัน เพื่อไล่ต้อนปลาอะยุเข้าสู่บริเวณน้ำตื้น ภาพเรือที่เคลื่อนตัวพร้อมกันท่ามกลางความมืดและเปลวไฟที่ลุกสว่างนั้นน่าตื่นตาตื่นใจอย่างมาก ยิ่งเมื่อเสียงเชียร์และเสียงตะโกนของชาวประมงดังขึ้นพร้อมกัน ก็ยิ่งสร้างบรรยากาศที่เต็มไปด้วยพลังและความตื่นเต้น
หลายคนเปรียบช่วงเวลานี้เหมือนฉากหนึ่งในภาพยนตร์ย้อนยุค เพราะทั้งแสงไฟ เสียงน้ำ และการเคลื่อนไหวของเรือทุกลำดูงดงามราวกับการแสดงศิลปะกลางสายน้ำ เป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้ง่าย ๆ ในยุคปัจจุบัน และยิ่งทำให้เข้าใจว่าทำไมอุไกจึงยังคงครองใจผู้คนมาได้ยาวนานหลายศตวรรษ
เดินเล่นริมแม่น้ำและสัมผัสเสน่ห์เมืองเก่ากิฟุ
นอกจากการชมอุไกแล้ว บริเวณริมแม่น้ำนากะระยังเต็มไปด้วยเสน่ห์ที่เหมาะกับการเดินเล่นตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะบริเวณเชิงเขาคินกะที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรมที่สำคัญของญี่ปุ่น พื้นที่แห่งนี้ผสมผสานทั้งธรรมชาติ แม่น้ำ ภูเขา เมืองเก่า และวิถีชีวิตของผู้คนเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน จนกลายเป็นภาพบรรยากาศแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมที่ยังคงสวยงามมาจนถึงปัจจุบัน
อีกจุดที่ไม่ควรพลาดคือ “คาวารามาจิ” ย่านเมืองเก่าที่อยู่ไม่ไกลจากท่าเรือประมงอุไก ถนนสายเล็ก ๆ แห่งนี้เรียงรายไปด้วยบ้านไม้ญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม ร้านขนม คาเฟ่ ร้านอาหาร และร้านขายของพื้นเมือง บรรยากาศเงียบสงบแต่เต็มไปด้วยเสน่ห์ เหมาะกับการเดินเล่นแบบสบาย ๆ ในช่วงเช้าหรือช่วงเย็น
หลายร้านยังคงตกแต่งในสไตล์ย้อนยุค ทำให้รู้สึกเหมือนได้เดินอยู่ในญี่ปุ่นสมัยก่อน บางร้านขายขนมญี่ปุ่นโบราณ บางร้านเสิร์ฟชาเขียวและขนมหวานที่เข้ากับบรรยากาศเมืองเก่าได้อย่างลงตัว ยิ่งถ้าได้เดินเล่นหลังชมอุไกจบ ก็จะยิ่งรู้สึกว่าทริปนี้เต็มไปด้วยความละมุนและความทรงจำที่อบอุ่น
สำหรับคนที่ชอบถ่ายรูป บริเวณนี้ก็ถือเป็นอีกจุดที่มีมุมสวยเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นบ้านไม้โบราณ โคมไฟริมถนน หรือวิวแม่น้ำกับภูเขาที่มองเห็นอยู่ไกล ๆ ทุกอย่างดูเรียบง่ายแต่มีเสน่ห์ในแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ จนบางครั้งแค่เดินเล่นเงียบ ๆ ก็มีความสุขได้ทั้งวัน
“อุไก” หรือการจับปลาด้วยนกกระทุงแห่งแม่น้ำนากะระ ไม่ได้เป็นเพียงการแสดงพื้นบ้านหรือกิจกรรมท่องเที่ยวธรรมดา แต่เป็นวัฒนธรรมที่สะท้อนเสน่ห์ของญี่ปุ่นได้อย่างลึกซึ้ง ทั้งประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน วิถีชีวิตดั้งเดิม ความงดงามของธรรมชาติ และบรรยากาศแสนโรแมนติกริมแม่น้ำในคืนฤดูร้อน ทุกองค์ประกอบรวมกันจนกลายเป็นประสบการณ์ที่ทั้งอบอุ่น น่าตื่นตา และยากจะลืมเลือน หากมีโอกาสเดินทางไปจังหวัดกิฟุในช่วงฤดูร้อน การได้ลองนั่งเรือชมอุไกสักครั้งอาจกลายเป็นหนึ่งในความทรงจำที่สวยงามที่สุดของการเที่ยวญี่ปุ่นเลยก็ได้
สรุปเนื้อหาจาก : kankou-gifu.jp