โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“รถลาก” แท้จริงแล้วเป็นสิ่งประดิษฐ์ของญี่ปุ่นที่คิดค้นขึ้นในสมัยยุคเมจิ?

conomi

อัพเดต 26 พ.ค. เวลา 13.31 น. • เผยแพร่ 31 พ.ค. เวลา 12.00 น. • conomi.co

“รถลาก” หรือ “รถคนลาก” หรือ “รถพลังคน” (Jinrikisha = 人力車) ซึ่งถูกใช้เป็นพาหนะของผู้คนในช่วงยุคสมัยเมจิ (ปี ค.ศ. 1868 – ปี ค.ศ. 1912) และสมัยยุคไทโช (ปี ค.ศ. 1912 – ปี ค.ศ. 1926) ได้ถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของความศิวิไลซ์ในยุคเปิดประเทศของญี่ปุ่น ทุกวันนี้เราก็ยังคงคงสามารถพบหรือเห็นรถลากได้ตามแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงต่าง ๆ เช่น ย่านอาซากุสะในกรุงโตเกียว หรือบริเวณป่าไผ่ที่เกียวโต เป็นต้น โดยได้รับความนิยมทั้งในหมู่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นเองอีกด้วย แต่ถ้าหากบอกว่ารถลากแบบนี้เป็นสิ่งประดิษฐ์ของชาวญี่ปุ่นเอง คุณจะประหลาดใจกันไหมคะ? ความจริงแล้วรถลากถือเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่คนญี่ปุ่นสมัยก่อนเป็นผู้คิดค้นและพัฒนาขึ้นเองภายในประเทศญี่ปุ่นค่ะ

r1 รถลาก

เมื่อปีเมจิที่ 2 (ปี ค.ศ. 1869) นายอิซูมิ โยสุเกะ (Izumi Yousuke = 和泉要助) แห่งเขตเคียวบาชิ กรุงโตเกียว ได้รับแรงบันดาลใจและไอเดียจากรถม้าที่ชาวต่างชาติใช้นั่ง ตัวเขาเลยพยายามสร้างพาหนะที่เบากว่าและคล่องตัวมากกว่าขึ้น โดยในช่วงแรกเขาลองทำแบบสามล้อขึ้นมาดู แต่พบว่ามันไม่มั่นคงและไม่แข็งแรงเอาเสียเลย จึงเปลี่ยนลองมาทำเป็นแบบสี่ล้อดู แต่ผลลัพธ์ก็ยังไม่เป็นที่น่าพอใจ สุดท้ายเขาจึงได้ตัดสินใจทำออกมาเป็นแบบสองล้อ ซึ่งผลลัพธ์ออกมาเหมือนแบบที่ใกล้เคียงกันกับภาพในหัวเขามากที่สุด แต่ทว่าเนื่องจากสิ่งประดิษฐ์นี้มีความแตกต่างจากรถม้าที่ใช้ม้าลาก และเป็นพาหนะที่มนุษย์เป็นผู้ลากเอง เขาจึงตั้งชื่อมันใหม่ว่า “รถคน” (Jinsha = 人車)

r2 รถลาก

ต่อมาในเดือนมีนาคม 1870 เขาได้ยื่นขอใบอนุญาตประกอบกิจการต่อทางการกรุงโตเกียวร่วมกับนายซูซูกิ โทคุจิโร (Suzuki Tokujirou = 鈴木徳二郎) และนายทาคายามะ โคสุเกะ (Takayama Kousuke = 高山幸助) ซึ่งเป็นกลุ่มเพื่อนที่ช่วยกันคิดค้นประดิษฐ์รถคนขึ้นมา

r3 รถลาก

ทางการกรุงโตเกียวได้อนุญาตให้พวกเขาทั้งหมดสามารถประกอบกิจการทำธุรกิจเกี่ยวกับรถคนได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขดังต่อไปนี้
1. ต้องไม่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้สัญจร
2. ค่าบริการต้องอยู่ในระดับที่ไม่แพงจนเกินไป
3. เมื่อพบเจอชนชั้นสูงหรือทหารลาดตระเวน ต้องหลีกทางให้ก่อนเสมอ
4. เมื่อเกิดเพลิงไหม้ ต้องไม่ขัดขวางการปฏิบัติต่อการดับเพลิงของเจ้าหน้าที่

นอกจากนี้ ทางกรุงโตเกียวยังได้ให้แก้ไขคำเรียกจาก “รถคน” (Jinsha = 人車) เป็น “รถลาก” หรือ “รถคนลาก” หรือ “รถพลังคน” (Jinrikisha = 人力車) แทนอย่างเป็นทางการอีกด้วยค่ะ

r4 รถลาก

เมื่อได้รับอนุญาต รถลากก็ได้เริ่มให้บริการเป็นครั้งแรกขึ้นที่ย่านนิฮงบาชิ ในกรุงโตเกียว โดยได้รับความนิยมแพร่หลายไปอย่างรวดเร็วในฐานะพาหนะระยะใกล้ที่สะดวกและเข้าถึงได้ง่าย โดยในปี ค.ศ. 1871 จำนวนรถลากในเขตกรุงโตเกียวก็ได้มีปรับเพิ่มขึ้นมาก จนมีจำนวนมากกว่า 10,000 คันเลยทีเดียวค่ะ และจากความต้องการที่มากขึ้นดังกล่าว ทางการกรุงโตเกียวจึงสั่งให้จัดตั้งสมาคมผู้ประกอบการรถลากขึ้น และแต่งตั้งให้นายอิซูมิและพรรคพวกดำรงตำแหน่ง “หัวหน้ากิจการรถลาก” ซึ่งทำหน้าที่ทั้งออกใบอนุญาตประกอบการและจัดเก็บภาษีรถลาก เป็นต้น

r5 รถลาก

ต่อมา อิซูมิและพรรคพวกได้ยื่นขอสิทธิผูกขาดการจำหน่ายสำหรับรถลาก ทั้งในปีเมจิที่ 4 (ปี ค.ศ. 1871) ใน “ประกาศกฎข้อบังคับโดยสังเขปว่าด้วยการผูกขาด” และในปีเมจิที่ 18 (ปี ค.ศ. 1885) ใน “ประกาศพระราชบัญญัติสิทธิบัตรผูกขาด” อย่างไรก็ตาม คำขอทั้งสองครั้งไม่ได้รับการอนุมัติ โดยมีเหตุผลว่า “รถลากได้แพร่หลายสู่สาธารณชนไปแล้วในขณะที่ยื่นคำขอ จึงไม่เข้าเกณฑ์ให้พวกเขาได้รับสิทธิผูกขาดอีกต่อไป”

r6 รถลาก

ต่อมารถคนลากได้รับความนิยมทั้งที่ยุโรปและสหรัฐอเมริกา และยังได้แพร่หลายไปทั่วโลกในชื่อของ “Rickshaw” หรือ “Rickshaw Man” ต่อมาก็ได้แพร่หลายไปยังหลายประเทศในเเถบเอเชียอีกด้วย ทั้งนี้ รถคนลากได้มีการพัฒนาแตกแขนงออกไป ด้วยกัน เช่น “Rickshaw-Wallah” แบบที่ใช้จักรยานมาปั่นทำการลากรถ หรือ “Auto Rickshaw” ที่ใช้รถจักรยานยนต์มาทำการลาก ซึ่งจนถึงทุกวันนี้ก็ยังคงเป็นพาหนะสำคัญของผู้คนในหลายประเทศอยู่

r7 รถลาก

อย่างไรก็ตาม แม้รถลากจะแพร่หลายและประสบความสำเร็จมากเพียงใด ชื่อของผู้ให้กำเนิดกลับไม่ค่อยมีคนรู้ และค่อย ๆ เลือนหายไปจากความทรงจำของสังคมอย่างน่าเสียดาย แม้ว่าเรื่องราวของพวกเขาอาจเลือนหายไปตามกาลเวลา แต่ในฐานะผู้บุกเบิกสิ่งประดิษฐ์ที่แพร่หลายไปทั่วโลก ชื่อของทั้งสามก็ควรถูกจดจำไว้เสมอนะคะ คราวหน้าถ้าใครมีโอกาสได้ไปเที่ยวญี่ปุ่น และพบเจอรถลากก็ลองใช้บริการดูนะคะ วิวจากบนรถลากจะให้ความรู้สึกที่แปลกใหม่ต่างไปจากวิวที่เราเห็นทั่วไปแน่นอนค่ะ!

สรุปเนื้อหาจาก : mag.japaaan

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...