โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เสียงปืนใกล้ทำเนียบขาว สะท้อนวิกฤตการเมืองอเมริกัน

Thai PBS

อัพเดต 40 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

เป็นเวลาเกือบครบ 1 เดือนพอดี หลังเกิดเหตุคนร้ายพยายามบุกเข้าไปภายในงานเลี้ยงสื่อมวลชนของทำเนียบขาว ที่มี ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ร่วมงานอยู่ด้วยจนเกิดความโกลาหล ล่าสุดเหตุวุ่นวายที่ด้านนอกทำเนียบขาวเมื่อวานนี้ (24 พ.ค.2569) จุดประเด็นคำถามเกี่ยวกับความรุนแรง ที่เชื่อมโยงกับการเมืองอเมริกันอีกครั้ง เหตุการณ์เมื่อวานนี้เกิดขึ้นทั้ง ๆ ที่รอบทำเนียบขาวและในวอชิงตัน ดี.ซี. ยังอยู่ระหว่างการคุมเข้มความปลอดภัยจากเหตุต่าง ๆ ช่วงไม่นานมานี้

เป็นครั้งที่ 3 แล้วในระยะเวลาไม่เต็มเดือนดี ที่เกิดเหตุรุนแรงขึ้นไม่ไกลจากตัวของบุคคลสำคัญในรัฐบาลอเมริกัน และยังเกิดขึ้นรอบ ๆ ศูนย์กลางการบริหารงานของรัฐบาลสหรัฐฯ ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เช่นเดียวกับสุดสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ที่มีรายงานเหตุระทึกขวัญเกิดขึ้นประชิดริมรั้วทำเนียบขาวอีกครั้ง

เสียงปืนหลายนัดที่ดังรัวติด ๆ กัน ส่งให้ เซเลนา หวัง ผู้สื่อข่าว ABC News ที่กำลังถ่ายทำรายงานมีสีหน้าตกใจสุดขีดและตัดสินใจพุ่งตัวก้มหลบลงลงไปที่พื้นอย่างรวดเร็ว ไม่ต่างจากผู้สื่อข่าวสำนักข่าว CBS ที่ได้ยินเสียงปืนระหว่างรายงานและต้องหาที่กำบัง ท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่รู้ว่าเสียงปืนดังมาจากจุดไหน ก่อนวิ่งหลบเข้าไปในอาคารตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่

เสียงปืนใกล้ทำเนียบขาว สะท้อนวิกฤตการเมืองอเมริกัน

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้เมื่อวันเสาร์ ตามเวลาท้องถิ่นที่สหรัฐฯ มีเสียงปืนดังขึ้นช่วงประมาณ 18:00 น. ภาพนาที ซึ่งผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ระบุว่า เจ้าหน้าที่หน่วยอารักขาประธานาธิบดี สั่งให้สื่อเก็บตัวอยู่ในห้องแถลงข่าวประมาณ 30 นาทีด้วยกัน ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังระงับเหตุด้านนอก

ในช่วงไม่ถึง 1 เดือนที่ผ่านมา เกิดเหตุยิงกันแถว ๆ ทำเนียบขาวแล้ว 2 ครั้ง ยังไม่นับรวมเหตุใหญ่ก่อนหน้านี้ที่คนร้ายพยายามบุกเข้าไปในงานเลี้ยงสื่อมวลชนของทำเนียบขาวจนทำให้ทั่ววอชิงตัน ดี.ซี. ต้องยกระดับการรักษาความปลอดภัย

หลังจากเหตุการณ์วันนั้นสัปดาห์เศษ ๆ เกิดเหตุชายคนหนึ่งจากรัฐเท็กซัสยิงปะทะกับเจ้าหน้าที่ทางใต้ของทำเนียบขาวแถวอนุสาวรีย์วอชิงตัน ซึ่งผู้ก่อเหตุได้รับบาดเจ็บ ก่อนจะเกิดเหตุอีกครั้งช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมานี้

เหตุการณ์ล่าสุดเกิดขึ้นประชิดทำเนียบขาว โดยสื่อรายงานว่า ผู้ก่อเหตุคือ นาซีร์ เบสต์ วัย 21 ปี มาจากรัฐแมริแลนด์ เขามีประวัติสุขภาพจิตและเคยป้วนเปี้ยนอยู่แถวทำเนียบขาวมาแล้วหลายครั้ง โดยเคยพยายามเสาะหาวิธีเข้าพื้นที่ กีดขวางยานพาหนะเข้าทำเนียบขาว ละเมิดพื้นที่หวงห้ามทำเนียบขาว จนศาลต้องสั่งห้ามเข้าใกล้ทำเนียบขาวมาแล้ว และทำให้หน่วยอารักขาประธานาธิบดี มีประวัติของเขาอยู่แล้วด้วย

ขณะที่สื่อสังคมออนไลน์ที่ผู้ก่อเหตุใช้งาน พบว่า มีโพสต์ที่ขู่ใช้ความรุนแรงประทุษร้าย ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กับอีกโพสต์หนึ่งที่เขาระบุว่า ตนเองเป็นบุตรของพระผู้เป็นเจ้า เหตุการณ์ที่มีคนประสงค์ร้ายต่อตัวผู้นำสหรัฐฯ หรือนักการเมืองระดับหัวแถว ไม่ใช่เรื่องใหม่ ที่น่าสนใจในเวลานี้คือสถิติความรุนแรงทางการเมืองภาพรวมในสหรัฐอเมริกาที่เพิ่มสูงขึ้น

ข้อมูลจากรายงานด้านความรุนแรงทางการเมืองที่จัดทำภายใต้โครงการวิจัย Bridging Divides Initiative มหาวิทยาลัย Princeton ชี้ให้เห็นว่าดัชนีความเสี่ยงด้านความรุนแรงทางการเมืองในสหรัฐฯ สูงขึ้นอย่างชัดเจนในปี 2568 ต่อเนื่องมาถึงปี 2569

เสียงปืนใกล้ทำเนียบขาว สะท้อนวิกฤตการเมืองอเมริกัน

ในปี 2568 เหตุรุนแรงทางการเมือง รวมถึงเหตุพยายามลอบสังหารบุคคลสำคัญ เพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 30 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าและที่สำคัญก็คือการข่มขู่คุกคามที่เกิดขึ้นตามหลังเหตุความพยายามประทุษร้ายครั้งใหญ่ ๆ ยังเพิ่มสูงขึ้นจนสะท้อนภาพที่น่ากังวลในยุคนี้

เหตุการณ์นี้เมื่อเดือน ก.ย.2568 เป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ที่น่าสนใจ ข้อมูลจากรายงานชิ้นนี้ของ Princeton ชี้ว่า การข่มขู่เจ้าหน้าที่รัฐเพิ่มขึ้นชัดเจนสูงที่สุด หลังเหตุลอบสังหารชาร์ลี เคิร์ก นักเคลื่อนไหวฝ่ายขวาอย่างอุกอาจที่รัฐยูทาห์

กลายเป็นว่า นอกจากการเมืองระดับชาติแล้ว ในระดับท้องถิ่น ในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปีที่แล้ว ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ถึงร้อยละ 75 ไม่ค่อยจะอยากเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองสำคัญ ๆ เพราะหวั่นเกรงว่าจะต้องเผชิญเหตุไม่พึงประสงค์ในรูปแบบต่าง ๆ

อีกด้านหนึ่ง รายงานของมหาวิทยาลัย Princeton ยังได้ข้อมูลจากตำรวจสภาสหรัฐฯ ที่ชี้ว่า มีการข่มขู่สมาชิกสภาคองเกรสเพิ่มขึ้นร้อยละ 58 เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นคู่ไปกับความเคลื่อนไหวที่ย้ายไปอยู่บนโลกออนไลน์มากขึ้นด้วย

ส่วนข้อมูลจากฐานข้อมูล Targeted Terrorism and Violence ของศูนย์ START มหาวิทยาลัยแมริแลนด์ ชี้ว่า 2 เดือนแรกของปี 2568 มีเหตุรุนแรงและก่อการร้ายเพิ่มขึ้นร้อยละ 25 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567

ส่วนความเสี่ยงเกิดความรุนแรงทางการเมืองสำหรับปี 2569 นี้ ชนวนเหตุจริง ๆ แล้วต้องเริ่มนับจากเหตุยิงผู้บริสุทธิ์ในปฏิบัติการปราบปรามผู้อพยพของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่รัฐมินนิโซตาเมื่อช่วงต้นปี จนนำไปสู่การเสียชีวิตของ Renee Nicole Good และ Alex Pretti รวมถึงความเคลื่อนไหวทางการเมืองต่าง ๆ ของผู้นำและรัฐบาลสหรัฐฯ ชุดนี้ ที่จุดกระแสต่อต้านอย่างต่อเนื่อง ทั้งในและนอกประเทศ

รายงาน Bridging Divides Initiative เคยประเมินไว้ว่าปี 2568 จะเป็นตัวชี้วัดทิศทางความรุนแรงทางการเมืองต่อไปในอนาคต และเป็นไปตามคาด เมื่อปีนี้ผ่านมายังไม่ถึงครึ่งปี ยังเกิดเหตุใกล้ตัวคนสำคัญของสหรัฐฯ ถี่ขนาดนี้แล้ว สถานการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางเสียงชาวอเมริกันที่ได้ทราบจากผลสำรวจว่า ส่วนใหญ่ไม่ยอมรับความรุนแรงทางการเมืองและต้องการหาทางออกจากบรรยากาศที่คุกรุ่นอย่างในปัจจุบัน

สำหรับปีนี้ยังต้องจับตากันต่อกับอีก 5 เดือนเศษ ๆ ก่อนถึงศึกเลือกตั้งกลางเทอมต้นเดือน พ.ย.นี้ว่าจะเกิดอะไรไม่คาดฝันขึ้นอีกบ้างหรือไม่

อ่านข่าว :

ตัวแทนสลากดิจิทัล L6 รวมตัวร้องขอคืนสิทธิ์ หลังถูกตัดโควตา

"สุริยะ" ออกจาก รพ.แล้ว ร่วมงานบวช "ราเชน" หลังวูบหมดสติส่ง รพ.

ปชช.ลงทะเบียน "ไทยช่วยไทยพลัส" วันแรกคึก แห่แก้ปัญหาแน่นกรุงไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

"ไทยช่วยไทยพลัส" ผ่านฟู้ดเดลิเวอรี เริ่มใช้ 15 มิ.ย. - เปิดขั้นตอน "ร้านอาหาร" สมัคร

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"ไชยชนก" แถลงปม 5 บัญชีอวตารไลฟ์อนาจาร เร่งถกมาตรการป้องกัน

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ตร.พิสูจน์ทราบผู้เสียชีวิตคนที่ 8 เหตุรถไฟชนรถเมล์ เรียกสอบเพิ่ม 7 ปาก

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

คพ. พร้อมรับการตรวจสอบทุจริต ชี้ผลสำรวจ กกร. เป็นข้อมูลเชิงการรับรู้ - ไม่รอบด้าน

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ต่างประเทศ อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...