โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

รู้หรือไม่? "สมองผู้หญิง" พัฒนาได้ดีกว่าผู้ชายใน 3 ด้านนี้ มีผลต่อการใช้ชีวิตตั้งแต่เด็กจนโต!

sanook.com

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
หมอเฉลยวิทยาศาสตร์สมอง! เผย 3 ด้านที่

รู้แล้วจะหายสงสัย! วิจัยเผยเหตุผลทำไม "ผู้หญิง" ถึงพูดเก่ง-จัดระเบียบชีวิตเก่งกว่าผู้ชาย

ในแง่ของวิทยาศาสตร์สมอง (Neuroscience) และจิตวิทยาการศึกษา ผลการศึกษาในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาค้นพบข้อมูลที่น่าสนใจว่า เด็กผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะพัฒนาโครงสร้างสมองบางส่วนได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากกว่าเด็กผู้ชาย โดยเฉพาะในด้านการแสดงออกทางภาษา ทักษะทางสังคม และระบบการจัดการระเบียบความคิด ซึ่งความแตกต่างนี้เชื่อมโยงโดยตรงกับโครงสร้างทางสรีรวิทยาและระบบประสาทรับรู้ที่ถูกออกแบบมาไม่เหมือนกันระหว่างเพศชายและเพศหญิง

สถาบันวิจัยระบุว่า มี 3 ด้านสำคัญ ที่สมองของผู้หญิงมักจะแสดงศักยภาพในการพัฒนาได้โดดเด่นกว่าผู้ชาย ดังนี้:

เจาะลึก 3 ด้านที่สมองผู้หญิงพัฒนาได้ล้ำกว่า

1. ทักษะการสื่อสารและพลังแห่งภาษา (Language & Expression)

การแสดงออกทางวาจาถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคล งานวิจัยพบว่าเด็กผู้หญิงสามารถเรียนรู้และใช้ภาษาได้ดีกว่าเด็กผู้ชายมาตั้งแต่ลืมตาดูโลก โดยในช่วงวัยอนุบาล เด็กผู้หญิงจะมีคลังคำศัพท์ในสมองพัฒนาเร็วกว่าเด็กผู้ชายถึง 50% และสามารถเรียบเรียงประโยคเพื่อสื่อสารได้ดีกว่า เมื่อเข้าสู่วัยเรียนพวกเธอก็ยังคงมีความเข้าใจในหลักไวยากรณ์และใช้คำศัพท์ได้ลึกซึ้งกว่าอย่างเห็นได้ชัด

  • เหตุผลทางวิทยาศาสตร์: ความสามารถนี้เกี่ยวข้องกับการทำงานของสมองซีกซ้ายซึ่งทำหน้าที่ควบคุมศูนย์ภาษา ทว่าสมองซีกขวาของเด็กผู้หญิง (ซึ่งทำหน้าที่ประมวลผลข้อมูลเชิงมิติสัมพันธ์) จะมีอัตราการเติบโตที่รวดเร็วมาก การเชื่อมโยงที่แข็งแกร่งระหว่างสมองทั้งสองซีกจึงช่วยผลักดันให้สมองซีกซ้ายพัฒนาการใช้ภาษาได้อย่างก้าวกระโดด

2. ทักษะทางสังคมและจิตวิทยาการเข้าสังคม (Social Skills)

ทักษะทางสังคมคือความสามารถในการสร้างความสัมพันธ์และมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น ผลการวิจัยจำนวนมากชี้ว่าเด็กผู้หญิงจะแสดงความคล่องตัวในการเข้าสังคมสูงกว่าตั้งแต่ยังเล็ก พวกเธอมีความพร้อมและกระตือรือร้นที่จะพูดคุย ร่วมมือ และทำกิจกรรมกลุ่มร่วมกับเพื่อนวัยเดียวกัน และเมื่อก้าวเข้าสู่วัยรุ่น กลุ่มเพื่อนของผู้หญิงมักจะมีเครือข่ายที่กว้างขวางและมีความผูกพันที่แน่นแฟ้นกว่า

  • เหตุผลทางวิทยาศาสตร์: สมองของผู้หญิงมีการเจริญเติบโตที่หนาแน่นกว่าในพื้นที่ส่วนควบคุมอารมณ์และความรู้สึกร่วม (Empathy) เช่น สมองส่วนหน้า (Lateral Prefrontal Cortex) ยิ่งไปกว่านั้น ผู้หญิงมีระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน (Testosterone) ที่ต่ำกว่า จึงส่งผลให้มีความประนีประนอมและเข้าหากลุ่มคนได้ง่ายขึ้น ประกอบกับปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมที่มักหล่อหลอมให้ผู้หญิงกล้าแสดงความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ทักษะทางสังคมของพวกเธอจึงยิ่งแข็งแกร่ง

3. ทักษะการจัดระเบียบความคิดและการควบคุมตนเอง (Organizational Skills)

ความสามารถในการจัดการหมายถึงการวางแผนและการจัดระเบียบภารกิจในชีวิตประจำวันอย่างเป็นระบบ งานวิจัยพบว่าผู้หญิงมีทักษะการจัดการและการควบคุมตนเอง (Self-control) ที่นิ่งกว่าผู้ชาย พวกเธอมีความละเอียดอ่อน ใส่ใจในดีเทลเล็ก ๆ น้อย ๆ สามารถจัดสรรเวลาเรียนและการใช้ชีวิตได้อย่างสมดุล รวมถึงมีความอดทนสูงในการขับเคลื่อนภารกิจต่าง ๆ ให้สำเร็จลุล่วง

  • เหตุผลทางวิทยาศาสตร์: สมองส่วนที่มีอิทธิพลสูงสุดต่อเรื่องนี้คือ "สมองส่วนหน้า" (Prefrontal Cortex) ซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวกับกระบวนการคิดขั้นสูง การวางแผน และการควบคุมสมาธิ โดยสมองส่วนหน้าของผู้หญิงจะพัฒนาได้เร็วกว่า มีเนื้อเยื่อสมองที่หนากว่า และมีโครงข่ายเส้นประสาทที่ซับซ้อนกว่าผู้ชาย นอกจากนี้ ฮอร์โมนเพศหญิงอย่างเอสโตรเจน (Estrogen) ยังมีส่วนสำคัญในการช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของสมองส่วนหน้าอีกด้วย

ข้อคิดสำหรับคนเป็นพ่อแม่: เลิกตรรกะเหมารวม แล้วหันมาเติมเต็มให้ถูกจุด

แม้ว่าโครงสร้างทางชีวภาพจะทำให้เกิดความแตกต่างในภาพรวม แต่นักวิทยาศาสตร์ย้ำว่านี่ไม่ใช่ "กฎตายตัว" ที่แปลว่าเด็กผู้หญิงทุกคนจะต้องเก่งกว่าเด็กผู้ชายในด้านเหล่านี้เสมอไป เพราะสรีรวิทยาของแต่ละบุคคลยังมีความผันแปรสูง สิ่งสำคัญคือการใช้ข้อมูลนี้เป็นเข็มทิศในการออกแบบการศึกษาและการเลี้ยงดูบุตรหลานในครอบครัวให้ตรงจุด (Individualized Education):

  • แนวทางการเลี้ยงดูเด็กผู้หญิง: พ่อแม่สามารถส่งเสริมกิจกรรมทางด้านภาษา วรรณกรรม และศิลปะเพิ่มเติมอย่างเหมาะสม เพื่อกระตุ้นให้พวกเธอสื่อสารและแสดงออกถึงความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นอย่างสร้างสรรค์

  • แนวทางการเลี้ยงดูเด็กผู้ชาย: ควรเน้นย้ำฝึกฝนในเรื่องการฝึกวางแผน การจัดการเวลา และการควบคุมดูแลตนเองผ่านตารางเวลาที่ชัดเจน ควบคู่ไปกับการพาไปทำกิจกรรมกลุ่มหรือเล่นกีฬาประเภททีมบ่อย ๆ เพื่อช่วยเติมเต็มทักษะทางสังคมที่สมองฝั่งผู้ชายอาจจะพัฒนาได้ช้ากว่า

การทำความเข้าใจข้อจำกัดและจุดเด่นทางธรรมชาติของสมองแต่ละเพศ จะช่วยให้ผู้ปกครองสามารถดีไซน์การเรียนรู้ที่เท่าเทียมและมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ทั้งเด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิงสามารถเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีศักยภาพสูงสุดในแบบฉบับของตัวเอง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...