“ดาวโจนส์” พุ่ง 1,200 จุด ปิดเหนือ 50,000 จุดเป็นครั้งแรก
“ดาวโจนส์” พุ่งกว่า 1,200 จุด ปิดเหนือ 50,000 จุดเป็นครั้งแรก หลังรีบาวด์แรงจากแรงเทขายหุ้นเทคโนโลยี
วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 05.43 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐพุ่งแรงในวันศุกร์ หลังหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีฟื้นตัวจากแรงขายหนักตลอดหลายวันที่ผ่านมา ขณะที่บิตคอยน์ดีดกลับจากภาวะร่วงหนักซึ่งเคยกดราคาลงมากกว่า 50% ในช่วงหนึ่ง
*ดัชนี Dow Jones Industrial Average ปรับขึ้น 1,206.95 จุด หรือ 2.47% ปิดที่ 50,115.67 จุด นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ดาวโจนส์ทะลุระดับ 50,000 จุด ส่วน ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 1.97% ปิดที่ 6,932.30 จุด และ ดัชนี Nasdaq Composite ขยับขึ้น 2.18% ปิดที่ 23,031.21 จุด ส่งผลให้ S&P 500 กลับมาเป็นบวกตั้งแต่ต้นปี 2026 อีกครั้ง*
อย่างไรก็ดี เมื่อมองในภาพรวมรายสัปดาห์ S&P 500 ยังลดลงเล็กน้อย 0.1% ขณะที่ Nasdaq ลดลง 1.8% ส่วนดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 2.5% สะท้อนกระแสเงินที่ไหลจากหุ้นเติบโต (growth) ไปสู่หุ้นวัฏจักรเศรษฐกิจ (cyclical) และหุ้นคุณค่า (value) มากขึ้น
หุ้นเทคโนโลยีรายใหญ่หลายตัวดีดแรง นำโดย Nvidia ที่พุ่งเกือบ 8% และ Broadcom ที่เพิ่มขึ้นราว 7% หลังจากร่วงแรงไปก่อนหน้านี้ ขณะที่หุ้นอย่าง Oracle และ Palantir Technologies ก็ฟื้นตัวเช่นกัน โดยต่างปรับขึ้นราว 4%
อย่างไรก็ตาม หุ้นซอฟต์แวร์บางตัว เช่น ServiceNow ซึ่งเป็นศูนย์กลางของแรงเทขายจากความกังวลเรื่องผลกระทบของ AI ต่อธุรกิจซอฟต์แวร์ ยังคงอ่อนตัวในวันศุกร์
Gabriel Shahin ผู้ก่อตั้ง Falcon Wealth Planning กล่าวว่า“ตอนนี้เราอยู่ในช่วง ‘ตื่นทองของ AI’ เงินลงทุนจากบริษัทใหญ่อย่าง Google, Nvidia, Meta และ Amazon ยังจะไหลเข้าสู่ระบบอีกมาก เพียงแต่การหมุนเวียนของเงินลงทุนบางครั้งทำให้นักลงทุนตกใจ”
Shahin มองว่าตลาดกำลังอยู่ในช่วง “ปรับสมดุลครั้งใหญ่” (great recalibration) ซึ่งนักลงทุนจะค่อย ๆ ลดสัดส่วนหุ้นเติบโต และหันไปเพิ่มน้ำหนักหุ้นคุณค่า โดยเฉพาะหุ้นขนาดใหญ่ (large-cap value) ซึ่งเห็นได้ชัดจากแรงซื้อในกลุ่มอุตสาหกรรมและการเงิน เช่น Caterpillar ที่พุ่ง 7% และ Goldman Sachs ที่เพิ่มขึ้น 4% ช่วยหนุนดาวโจนส์ให้โดดเด่นกว่าดัชนีอื่น ขณะที่หุ้นขนาดเล็กก็แข็งแกร่ง โดยดัชนี Russell 2000 พุ่งถึง 3.6%
ด้าน บิตคอยน์ ฟื้นตัวขึ้นราว 10% ในวันศุกร์ แตะระดับสูงสุดระหว่างวันที่ 71,458 ดอลลาร์ หลังจากช่วงก่อนหน้านี้ร่วงลงต่ำกว่า 61,000 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2567 และต่ำกว่าจุดสูงสุดตลอดกาลกว่า 52% การดีดกลับครั้งนี้ช่วยบรรเทาความกังวลเชิงลบ (risk-off) ของนักลงทุนได้บางส่วน แม้ตลอดทั้งสัปดาห์บิตคอยน์ยังคงปรับลงราว 16%
ก่อนหน้าการฟื้นตัวในวันศุกร์ ตลาดกำลังเผชิญสัปดาห์ที่ย่ำแย่ โดย S&P 500 มีแนวโน้มแย่ที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว และ Nasdaq เสี่ยงทำผลงานแย่ที่สุดนับตั้งแต่ช่วงตลาดผันผวนจากมาตรการภาษีเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา
หุ้นที่สวนทางตลาดคือ Amazon ซึ่งร่วงมากกว่า 5% หลังบริษัทประกาศกำไรต่อหุ้นต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาด และส่งสัญญาณว่าจะใช้งบลงทุน (CapEx) สูงถึง 200,000 ล้านดอลลาร์ในปีนี้
อ้างอิง : www.cnbc.com