โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สรุปทรัมป์พูดอะไรบ้าง? ใน ‘State of the Union’ ทุบสถิติแถลงนานสุดเป็นประวัติการณ์

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แถลง “State of the Union” หรือการแถลงนโยประจำปีเป็นครั้งแรกในสมัยที่สองต่อที่ประชุมสภาคองเกรสเมื่อคืนวันอังคาร (24 ก.พ.) ตามเวลาท้องถิ่น คำปราศรัยครั้งนี้ยาวนานที่สุดเป็นประวัติการณ์ ท่ามกลางบรรยากาศที่สภาแตกแยกอย่างชัดเจน รีพับลิกันลุกขึ้นปรบมือสนับสนุนต่อเนื่อง ขณะที่เดโมแครตส่วนใหญ่มีสีหน้าเคร่งเครียด บางช่วงมีแสดงอาการไม่พอใจด้วย

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แถลง “State of the Union” หรือการแถลงนโยประจำปีเป็นครั้งแรกในสมัยที่สองต่อที่ประชุมสภาคองเกรสเมื่อคืนวันอังคาร (24 ก.พ.) ตามเวลาท้องถิ่น

คำปราศรัยครั้งนี้ยาวนานที่สุดเป็นประวัติการณ์ ท่ามกลางบรรยากาศที่สภาแตกแยกอย่างชัดเจน รีพับลิกันลุกขึ้นปรบมือสนับสนุนต่อเนื่อง ขณะที่เดโมแครตส่วนใหญ่มีสีหน้าเคร่งเครียด บางช่วงมีแสดงอาการไม่พอใจด้วย

1.) โจมตีเดโมแครตเรื่องผู้อพยพ ท้าทายให้ลุกขึ้นปรบมือ

ทรัมป์หันกลับมาใช้ประเด็นผู้อพยพ ซึ่งเป็นหัวข้อหลักในปีเลือกตั้ง โดยกล่าวถึง “angel moms” หรือมารดาที่สูญเสียบุตรจากเหตุอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับผู้อพยพไร้เอกสาร พร้อมเตือนว่าการลงคะแนนให้พรรคเดโมแครตเท่ากับ “เปิดพรมแดนอีกครั้ง”

เขากล่าวว่า “เราต้องไม่มีวันลืมว่า หลายคนในห้องนี้ไม่เพียงปล่อยให้การบุกรุกชายแดนเกิดขึ้นก่อนที่ผมจะเข้ามา แต่พวกเขาจะทำแบบเดิมอีกถ้ามีโอกาส”

ทรัมป์ยังท้าทายสมาชิกสภาฝั่งเดโมแครตให้ลุกขึ้นแสดงการสนับสนุนต่อถ้อยแถลงที่ว่า หน้าที่แรกของรัฐบาลอเมริกันคือปกป้องพลเมืองอเมริกัน ไม่ใช่คนต่างด้าวผิดกฎหมาย รีพับลิกันจะปกป้อง Social Security, Medicare, Medicaid แม้กฎหมายล่าสุดจะตัดงบ Medicaid จำนวนมาก โดยทรัมป์ชี้ไปทางฝั่งเดโมแครตและกล่าวว่า “คนพวกนี้เป็นคนบ้า”

ฝั่งเดโมแครตยังคงนั่งนิ่ง ขณะที่สมาชิกสภาพรรครีพับลิกันลุกขึ้นปรบมือยาวเพื่อเน้นความแตกต่างส่วนนี้ ก่อนที่ทรัมป์จะกล่าวว่า “คุณควรละอายใจที่ไม่ยืนขึ้น”

สมาชิกสภาฝั่งเดโมแครตบางรายตะโกนโต้ตอบ แม้ผู้นำพรรคจะเตือนล่วงหน้าให้หลีกเลี่ยงการแสดงออกดังกล่าว แม้ประเด็นผู้อพยพยังเป็นจุดแข็งเชิงเปรียบเทียบของรีพับลิกันในโพล แต่ผลสำรวจล่าสุดสะท้อนว่าความเห็นสาธารณะเริ่มกังวลต่อการบังคับใช้กฎหมายที่ถูกมองว่า “รุนแรงเกินไป” ในบางพื้นที่

ทรัมป์ยังกล่าวหาผู้อพยพโซมาเลียในมินนิโซตาว่าก่อโกงจำนวนมาก และประกาศ “สงครามกับการโกง” ให้รองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ เป็นผู้นำ และเรียกร้องให้สภาผ่านกฎหมายห้ามรัฐออกใบขับขี่เชิงพาณิชย์แก่ผู้อพยพผิดกฎหมาย

2.) ภาษี – ไม่ขอให้สภาออกกฎหมายรับรอง

ทรัมป์ไม่ได้กล่าวโจมตีศาลสูงอย่างรุนแรงซ้ำเหมือนก่อนหน้า แต่ยืนยันว่าเขายังมี “อำนาจภาษีด้านอื่น” อยู่ และประกาศว่า “ไม่จำเป็นต้องมีการดำเนินการจากสภาคองเกรส”

คำกล่าวนี้มีนัยสำคัญ เพราะรัฐธรรมนูญให้อำนาจจัดเก็บภาษีแก่สภาคองเกรสโดยตรง และการไม่ขอให้สภารับรองกฎหมายอาจสะท้อนว่าเขาเลือกใช้อำนาจฝ่ายบริหารต่อไป

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังคาดการณ์ว่า “ผมเชื่อว่าภาษีที่ต่างประเทศจ่าย จะมาแทนระบบภาษีเงินได้ยุคใหม่ ลดภาระทางการเงินของชาวอเมริกันที่ผมรัก”

แม้ในอดีตภาษีศุลกากรเคยเป็นแหล่งรายได้หลักของสหรัฐฯ แต่ในระบบเศรษฐกิจสมัยใหม่ การแทนที่ภาษีเงินได้ทั้งหมดด้วยภาษีนำเข้าเป็นเรื่องที่นักเศรษฐศาสตร์จำนวนมากตั้งคำถาม

3.) อิหร่าน, เวเนซุเอลา และสงคราม 8 สงคราม

อีกคำถามสำคัญคือท่าทีต่ออิหร่าน 8 เดือนหลังสหรัฐฯ โจมตีโครงสร้างพื้นฐานนิวเคลียร์ของอิหร่านในสงคราม 12 วันปีที่แล้ว ทรัมป์กล่าวว่าอิหร่านและตัวแทน ที่อิหร่านสนับสนุนคร่าชีวิตและทำให้ทหารอเมริกันพิการนับพัน และกล่าวหารัฐบาลอิหร่านสังหารผู้ประท้วงกว่า 32,000 คน

เขาพยายามอธิบายการโจมตีครั้งก่อนควบคู่กับคำเตือนใหม่ว่า “พวกเขาถูกเตือนแล้วว่าอย่าพยายามสร้างโครงการอาวุธอีก โดยเฉพาะอาวุธนิวเคลียร์ แต่พวกเขากำลังเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง เราลบมันออกไปแล้ว แต่พวกเขากำลังเริ่มต้นใหม่”

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ระบุว่าเขายัง “ต้องการทำข้อตกลง” แต่ย้ำว่า จะไม่มีวันยอมให้ผู้สนับสนุนการก่อการร้ายอันดับหนึ่งของโลกมีอาวุธนิวเคลียร์

รวมถึงทรัมป์ยังกล่าวถึงความสำเร็จจากการเป็นผู้ไกล่เกลี่ยจบสงคราม 8 สงคราม ซึ่งในที่นี่ได้กล่าวถึงความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชาด้วย

4.) คำเตือนเรื่องทุจริตเลือกตั้ง

ท่ามกลางการคาดการณ์ว่าการเลือกตั้งกลางเทอมปี 2026 อาจยากลำบากสำหรับรีพับลิกัน ทรัมป์กล่าวหาเดโมแครตว่า “พวกเขาต้องโกง เพราะนโยบายแย่มาก วิธีเดียวที่จะชนะได้คือโกง และเราจะหยุดมัน”

ทั้งนี้ CNN รายงานว่า ไม่มีหลักฐานว่ามีการโกงเลือกตั้งอย่างกว้างขวางในช่วงหลัง แต่ถ้อยคำดังกล่าวถูกมองว่าอาจปูทางไปสู่ความขัดแย้งทางการเมืองรอบใหม่

5.) ถ้อยแถลงทางเศรษฐกิจที่ถูกตั้งคำถาม

ทรัมป์กล่าวว่า ตัวเขามารับช่วงเงินเฟ้อในระดับทำสถิติสูงสุด ทั้งที่อัตราเงินเฟ้อล่าสุดอยู่ที่ 2.4% ในเดือนมกราคม และเคยแตะจุดสูงสุด 9.1% เมื่อปี 2022 ก่อนจะลดลงอย่างต่อเนื่อง

เขายังกล่าวว่า “พรมแดนเปิดกว้าง” ตอนรับตำแหน่ง แม้ตัวเลขการข้ามแดนจะลดลงมากในช่วงปลายรัฐบาลก่อนหน้า

ทรัมป์ยังอ้างว่าราคาน้ำมันต่ำกว่า 2.30 ดอลลาร์ต่อแกลลอนในบางรัฐ ข้อมูล AAA ไม่พบว่ามีรัฐใดมีราคาเฉลี่ยต่ำระดับนั้น

เขายังกล่าวว่ามี “เงินลงทุนมากกว่า 18 ล้านล้านดอลลาร์ไหลเข้าสหรัฐฯ” ซึ่งถูกมองว่าเป็นตัวเลขเกินจริงอย่างมาก

ทรัมป์กล่าวว่า “ชาวอเมริกันทำงานมากที่สุดในประวัติศาสตร์” ซึ่งเป็นความจริงในเชิงจำนวนรวมจากประชากรที่เพิ่มขึ้น แต่ในเชิงสัดส่วน อัตราว่างงานเพิ่มขึ้นและการจ้างงานปี 2025 ถูกจัดว่าอ่อนแอเมื่อเทียบกับหลายทศวรรษก่อน

นอกจากนี้ เขายังเสนอแผนเกษียณสำหรับแรงงานเอกชน คล้ายระบบของข้าราชการ โดยรัฐสมทบสูงสุดปีละ 1,000 ดอลลาร์

ท้ายที่สุด เขาประกาศว่าสหรัฐฯ กำลังเข้าสู่ “ยุคทอง” และ “เศรษฐกิจในเวลานี้กำลังส่งเสียงขู่คำรามแบบที่ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน” แม้ข้อมูลเศรษฐกิจจะสะท้อนภาพผสมผสานมากกว่านั้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...