โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

วิศวกรสเปนงง! จู่ ๆ ควบคุมเครื่องดูดฝุ่นอัจฉริยะได้ 7,000 เครื่องทั่วโลก

PPTV HD 36

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
วิศวกรสเปนแชร์เรื่องราวสุดงง เมื่อเขาพยายามควบคุมเครื่องดูดฝุ่นอัจฉริยะด้วยจอย PlayStation 5 แต่กลับควบคุมเครื่องอื่น ๆ ได้อีก 7,000 เครื่องทั่วโลก

เมื่อช่วงต้นเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา แซมมี อัซดูฟัล วิศวกรซอฟต์แวร์ชาวสเปน ได้ติดต่อ The Verge สำนักข่าวเทคโนโลยีในสหรัฐฯ และเล่าเรื่องราวประหลาดที่เขาค้นพบเกี่ยวกับ “เครื่องดูดฝุ่นอัจฉริยะ”

อัซดูฟัลเล่าว่า เขาสามารถควบคุมเครื่องดูดฝุ่นประมาณ 7,000 เครื่องทั่วโลกจากระยะไกลได้ ซึ่งเป็นการเปิดเผยช่องโหว่ด้านความปลอดภัยในวงกว้างของผลิตภัณฑ์อัจฉริยะ

อัซดูฟัลบอกว่า เขาซื้อเครื่องดูดฝุ่นมาใหม่ เป็นรุ่น DJI Romo และได้ดำเนินการวิศวกรรมย้อนรอย (Reverse Engineering) เพื่อที่จะควบคุมมันด้วยจอยเกม PlayStation 5

อัซดูฟัลค้นพบในไม่ช้าว่า เมื่อแอปฯ ควบคุมระยะไกลที่เขาสร้างขึ้นเริ่มสื่อสารกับเซิร์ฟเวอร์ของ DJI “ไม่ใช่แค่เครื่องดูดฝุ่นเครื่องเดียวที่ตอบกลับ แต่ประมาณ 7,000 เครื่องทั่วโลกเริ่มเชื่อฟังอัซดูฟัลเหมือนเป็นเจ้านายของพวกมัน”

อัซดูฟัลพบว่า เขาสามารถดูและฟังจากกล้องสดของเครื่องดูดฝุ่นอัจฉริยะได้ และรวบรวมข้อความได้มากกว่า 100,000 ข้อความจากอุปกรณ์เหล่านั้น เขายังสามารถใช้ที่อยู่โปรโตคอลอินเทอร์เน็ต หรือ IP ของหุ่นยนต์ใด ๆ เพื่อระบุตำแหน่งโดยคร่าวได้อีกด้วย

อัซดูฟัลยืนยันว่า เขาไม่ได้พยายามแฮกอุปกรณ์อื่น เขาจึงได้ติดต่อ The Verge เพื่อแจ้งให้ทราบถึงช่องโหว่ดังกล่าว เพื่อส่งเรื่องต่อไปยัง DJI ซึ่งทางบริษัททราบเรื่องแล้ว และระบุว่าได้แก้ไขปัญหาแล้ว

แต่อัซดูฟัลไม่ใช่คนเดียวที่ค้นพบข้อบกพร่องดังกล่าวในผลิตภัณฑ์อัจฉริยะ เหตุการณ์ที่คล้ายคลึงกันอื่น ๆ แสดงให้เห็นว่าสำหรับผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ดังกล่าวบางราย “ความปลอดภัยเป็นสิ่งที่นึกถึงทีหลัง”

อลัน วูดเวิร์ด ศาสตราจารย์ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์จากมหาวิทยาลัยเซอร์เรย์ในอังกฤษ กล่าวว่า “มีความคิดที่ว่าคุณต้องเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและทำลายสิ่งต่าง ๆ และคุณต้องคิดค้นนวัตกรรมเพื่อที่จะอยู่ในตลาด เพื่อให้ราคาถูกที่สุด เพื่อให้มีคุณสมบัติใหม่ ๆ”

เขาเสริมว่า “แต่ปัญหาคือ บทเรียนนี้ได้เรียนรู้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ในการพัฒนาซอฟต์แวร์แล้วว่า หากคุณทำเช่นนั้น คุณจะพบกับช่องโหว่ด้านความปลอดภัย”

อุตสาหกรรมอุปกรณ์อัจฉริยะเติบโตขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และตลาดบ้านอัจฉริยะคาดว่าจะเติบโตถึง 1.39 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.3 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2032 ตามรายงานของบริษัทวิจัย MarketsandMarkets

ในขณะที่ผู้คนซื้ออุปกรณ์เหล่านี้เพื่อทำให้ชีวิตง่ายขึ้น แฮกเกอร์กลับสามารถเข้าถึงความเป็นส่วนตัวของผู้คนได้ง่ายขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ นอกเหนือจากเครื่องดูดฝุ่นแล้ว แฮกเกอร์ยังสามารถควบคุมระบบไฟส่องสว่าง ล็อกประตู กล้องวงจรปิด เครื่องเฝ้าดูเด็กทารก และระบบทำความร้อนได้ ตามการศึกษาในวารสาร Journal of Information Security and Applications

ในกรณีของเครื่องดูดฝุ่น อัซดูฟัลสามารถควบคุมเครื่องได้เพราะข้อมูลประจำตัวของอุปกรณ์ของเขาทำให้เขาสามารถเข้าถึงเครื่องอื่นได้

บริษัทต่าง ๆ สามารถหลีกเลี่ยงปัญหานี้ได้โดยการบังคับให้ผู้บริโภคตั้งรหัสผ่านของตนเองก่อนใช้งานผลิตภัณฑ์เป็นครั้งแรก

นอกจากนี้ ผู้ผลิตยังต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าผู้ที่ออกแบบ สร้าง และเขียนซอฟต์แวร์นั้นตระหนักอย่างเต็มที่ถึงวิธีการที่ความปลอดภัยอาจถูกบุกรุก

วูดเวิร์ดกล่าวว่า ผู้บริโภคควรพิจารณาด้วยว่าประโยชน์ที่อาจได้รับจากอุปกรณ์อัจฉริยะนั้นคุ้มค่ากับความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัวหรือไม่ “แค่เพราะคุณทำได้ ไม่ได้หมายความว่าคุณควรทำ”

ด้าน DJI ขอบคุณอัซดูฟัลที่รายงานช่องโหว่นี้ โดยระบุว่า “ข้อเสนอแนะของคุณมีค่าอย่างยิ่งสำหรับเรา”

เรียบเรียงจาก The Guardian

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ช็อก! สื่อนอกรายงานวิจัยยุโรปพบสารพิษใน "หูฟัง" แบรนด์ดังกว่า 81 รุ่น

ธนาคารกัมพูชาล้มเพิ่มอีกแห่ง หลังสถานะการเงินย่ำแย่

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : วิศวกรสเปนงง! จู่ ๆ ควบคุมเครื่องดูดฝุ่นอัจฉริยะได้ 7,000 เครื่องทั่วโลก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...