โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

จีเอเบิล ประกาศผลประกอบการปี68 กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 30 จากปีก่อน โชว์แผนธุรกิจปี69 สร้างนิวไฮ

สยามรัฐ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

จีเอเบิล (GABLE) ประกาศผลการดำเนินงานปี 2568 ยังคงเติบโตได้ต่อเนื่อง โดยมีกำไรสุทธิ 318 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 30 จากปีก่อน โดยมีอัตรากำไรสุทธิเพิ่มเป็นร้อยละ 5.1 จากร้อยละ 4.0 ในปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.1 จากปีก่อน คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 20.6 จากร้อยละ 18.5 ในปีก่อน นอกจากนี้สิ้นปี 2568 กลุ่มบริษัทฯ มียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) สูงสุดเป็นประวัติการณ์ในระดับ 6,771 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 จากปีก่อน รองรับการรับรู้รายได้ในอนาคต

ดร.ชัยยุทธ ชุณหะชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จีเอเบิล จำกัด (มหาชน) หรือ GABLE เปิดเผยว่า แม้ว่าเศรษฐกิจไทยและโลกกำลังเผชิญความไม่แน่นอนสูง อย่างไรก็ตามกลุ่มบริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 318 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 30 จากปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นร้อยละ 12 จากปีก่อน และอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.1 จากปีก่อน สอดคล้องกับกลยุทธ์ในการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทฯที่ได้พัฒนาประสิทธิภาพการดำเนินงานเพื่อความคล่องตัวรวมถึงการเติบโตของธุรกิจหลักของกลุ่มบริษัทฯ และกลุ่มธุรกิจที่มีการเติบโตสูง ได้แก่ เบลนเดต้า ผู้พัฒนาเทคโนโลยีบริหารจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ และกลุ่มธุรกิจแอปพลิเคชันทางธุรกิจ ได้แก่ บริษัท ราวด์ ทู โซลูชั่นส์ จำกัด (R2) ที่เป็นผู้นำด้านที่ปรึกษาระบบ Enterprise Resource Planning (ERP) และระบบ Customer Relationship Management (CRM) นอกจากนี้กลุ่มบริษัทฯ มีประสิทธิภาพในการขายได้อย่างต่อเนื่อง สะท้อนมายังกลุ่มบริษัทฯ ที่มีแบ็กล็อกสูงสุดเป็นประวัติการณ์ได้อีกครั้ง

นางสาวรวีรัตน์ สัจจวโรดม ประธานบริหารสายงานการเงินและกลยุทธ์ บริษัท จีเอเบิล จำกัด (มหาชน) หรือ GABLE เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทฯ เติบโต ในปี 2568 โดยมีรายได้จากการขายและบริการ 6,237 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 1 จากปีก่อน หากไม่นับรวมโครงการขนาดใหญ่ด้านฮาร์ดแวร์ (Big Deal) ที่เกิดขึ้นในปี 2567 กลุ่มบริษัทฯ จะมีรายได้จากการขายและบริการ เพิ่มขึ้นร้อยละ 15 จากปีก่อน สำหรับในปี 2568 กลุ่มบริษัทฯ มีกำไรขั้นต้น 1,287 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 12 จากปีก่อน อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 20.6 จากร้อยละ 18.5 ในปีก่อน กำไรสุทธิ 318 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 30 จากปีก่อน โดยมีอัตรากำไรสุทธิเพิ่มเป็นร้อยละ 5.1 จากร้อยละ 4.0 ในปีก่อน สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นตามกลยุทธ์ในการดำเนินงานของบริษัทฯ ณ สิ้นปี 2568 กลุ่มบริษัทฯ มียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) สูงสุดเป็นประวัติการณ์ในระดับ 6,771 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 จากปีก่อน รองรับการรับรู้รายได้ในอนาคต

สำหรับแผนธุรกิจในปี 2569 บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายในการสร้างรายได้เติบโต 5-15% เพิ่มขึ้นจากปี 2568 นอกจากนี้บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายอัตรากำไรขั้นต้นระดับ 20-21% พร้อมเป้าหมายรายได้ที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง (Recurring Income) ระดับ 40-50% และเป้าหมาย Backlog ที่ระดับสูงกว่า 6,500-7,500 ล้านบาท จากความสามารถในการทำกำไรอย่างต่อเนื่อง และการมีวินัยทางการเงินของบริษัทฯ โดยไม่มีภาระหนี้สินที่มีดอกเบี้ยต่อทุน และมีกระแสเงินสดแข็งแกร่งมากกว่า 1,600 ล้านบาท ที่พร้อมรองรับการเติบโตของกลุ่มบริษัทฯ ลงทุนธุรกิจเกี่ยวเนื่องที่มีศักยภาพ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบริษัทฯ

ทั้งนี้คณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลประจำปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.32 บาทต่อหุ้น หรือคิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผล 73% ของกำไรสุทธิรวม นอกจากความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจแล้ว บริษัท จีเอเบิล จำกัด (มหาชน) ยังได้รับความสำเร็จด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนภายใต้ ESG ตอกย้ำความมุ่งมั่นสู่ความยั่งยืนขององค์กร ได้รับการประเมิน SET ESG Ratings ประจำปี 2568 ในระดับ Rating A จาก ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และบริษัทได้รับรางวัล Sustainability Disclosure Recognition ประจำปี 2568 จากสถาบันไทยพัฒน์ ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนอย่างครบถ้วน โปร่งใส และครอบคลุมทั้งมิติสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล

นอกจากนี้กลุ่มบริษัทฯ ได้รับการรับรองการเป็นสมาชิกของแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (CAC – Thai Private Sector Collective Action Against Corruption) ได้รับผลการประเมินการกำกับดูแลกิจการในระดับสูงสุด 5 ดาว หรือ “ดีเลิศ” (Excellent CG Scoring) ประจำปี 2568 เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน โดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) และได้รับ 100 คะแนนเต็ม หรือ “ดีเยี่ยมสมควรเป็นตัวอย่าง” ในโครงการประเมินคุณภาพการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัทจดทะเบียน หรือ AGM Checklist โดยสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย (TIA)

“โดยสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ที่มุ่งมั่นในธรรมาภิบาลและการบริหารแบบยั่งยืนตามหลัก ESG ของ G-Able ที่ให้ความสำคัญกับผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน และสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ลงทุน ขณะที่บริษัทจะนำผลการประเมินนี้ไปใช้เป็นแนวทางพัฒนาด้านธรรมาภิบาล เพื่อเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป” ดร.ชัยยุทธ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...