‘วัดสระเกศฯ’ เชิญชวนพุทธศาสนิกชนร่วมบูรณะฟื้นฟู ‘ต้นพระศรีมหาโพธิ์’ สมัยร.2 อายุกว่า 200 ปี
พระราชกิจจาภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร กล่าวว่า วัดสระเกศฯ จะจัดกิจกรรมฟื้นฟูต้นพระศรีมหาโพธิ์ สมัยรัชกาลที่ 2 เนื่องในวันมาฆบูชา วันที่ 3 มี.ค. 2569 ณ ลานโพธิ์ลังกา วัดสระเกศฯ โดยในช่วงเช้าเวลา 07.00 น. จะมีพิธีตักบาตรที่ลานโพธิ์ลังกา พร้อมทั้งเปิดลานโพธิ์ลังกาให้ประชาชนได้มาสวดมนต์ นั่งสมาธิ และเวียนเทียนรอบต้นโพธิ์ลังกาได้ตลอดทั้งวัน นอกจากนั้น จะมีการจัดแสดงนิทรรศการความเป็นมาของต้นโพธิ์ลังกาพันธุ์พระศรีมหาโพธิ์ เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับลักษณะใบของโพธิ์ลังกา ซึ่งจะมีความแตกต่างจากโพขี้นก หรือโพท้องถิ่น จากนั้นเวลา 19.00 น. จะมีพิธีเวียนเทียนขึ้นไปสักการะพระบรมสารีริกธาตุ บนองค์พระเจดีย์บรมบรรพต ภูเขาทอง และเวลา 20.00 น. จะมีการแสดงธรรมกัณฑ์พิเศษ ประกอบ แสง สี เสียง บอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ของต้นพระศรีมหาโพธิ์ ผ่านการเดินทางอันยาวนานนับพันปี กว่าจะถึงแผ่นดินสยาม ในรัชสมัยของรัชกาลที่ 2 และเจริญงอกงาม เติบโตอยู่บนผืนแผ่นดินไทยต่อมาอีกร่วม 200 ปี
พระราชกิจจาภรณ์ กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้การจัดกิจกรรมดังกล่าว เนื่องจากทางวัดสระเกศฯ พบว่า ต้นโพธิ์ลังกาพันธุ์พระศรีมหาโพธิ์ ถูกคุกคามโดยโพขี้นก ทั้งยังถูกเบียดเบียนจากเห็ดรา จึงแคระแกร็นอ่อนล้าลง ดังนั้นจึงจัดกิจกรรมดังกล่าว เพื่อเชิญชวนพุทธศาสนิกชนชาวไทย มาร่วมแรงร่วมใจกันในการบูรณะ ฟื้นฟูต้นพระศรีมหาโพธิ์ให้กลับมาเป็น “พระมหาเจดีย์ที่มีชีวิต” แผ่กิ่งก้านสาขาเจริญงอกงาม ทำหน้าที่สืบต่ออายุพระพุทธศาสนา แทนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสืบไป
ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ กล่าวด้วยว่า สำหรับประวัติต้นพระศรีมหาโพธิ์ ซึ่งเป็นสถานที่พระพุทธเจ้า ประทับนั่งตรัสรู้ จึงเป็น “บริโภคเจดีย์” เป็นเจดีย์มีชีวิตที่เป็นตัวแทนของพระพุทธเจ้า ต้นพระศรีมหาโพธิ์ เกิดวันเดียวกันกับวันที่พระมหาโพธิสัตว์ประสูติ หยั่งรากลงดิน เจริญงอกงามเติบโต แผ่กิ่งก้านสาขา อยู่ท่ามกลางผืนป่าอันเงียบสงบ รอการมาของพระมหาบุรุษผู้เป็นสหชาติ เมื่อพระมหาบุรุษเสด็จออกผนวชเพื่อแสวงหาโมกขธรรม ขณะมีอายุ 29 ปี และตรัสรู้ที่โคนต้นพระศรีมหาโพธิ์ในอีก 6 ปีถัดมา ขณะตรัสรู้พระพุทธองค์มีพระชนมายุ 35 ปี ขณะนั้นต้นพระศรีมหาโพธิ์ก็เติบโตเต็มที่มีอายุได้ 35 ปี และเมื่อพระพุทธเจ้าปรินิพพานด้วยพระชนมายุ 80 ปี ต้นพระศรีมหาโพธิ์ก็มีอายุ 80 ปี เท่ากับอายุของพระพุทธเจ้า แม้พระพุทธเจ้าจะปรินิพพานไปแล้ว แต่ต้นพระศรีมหาโพธิ์ยังคงมีชีวิต ทำหน้าที่สืบต่ออายุพระพุทธศาสนา ผ่านกาลเวลาอยู่ต่อมานับพันปี เสมือนหนึ่งพระพุทธองค์ยังทรงพระชนม์อยู่ ต่อมาในพ.ศ. 236 พระเจ้าอโศกมหาราชโปรดให้พระสังฆมิตตาเถรี อัญเชิญกิ่งด้านขวาของพระศรีมหาโพธิ์ จากพุทธคยา เดินทางโดยเรือไปเกาะลังกา พระเจ้าเทวานัมปิยติสสะ กษัตริย์แห่งลังกา เสด็จลงน้ำถึงพระอุระไปรอรับหน่อพระศรีมหาโพธิ์ด้วยพระองค์เอง ขณะนั้นต้นพระศรีมหาโพธิ์มีอายุได้ 316 ปี
ต่อมา พ.ศ. 2357 พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 โปรดให้เลือกพระภิกษุผู้ชอบเที่ยวธุดงค์ ได้พระอาจารย์ดีกับพระอาจารย์เทพจากสำนักวัดสระเกศ เป็นหัวหน้าสมณทูตออกไปสืบพระศาสนาที่ลังกา พร้อมด้วยคณะสงฆ์รวม 8 รูป พระอาจารย์ดีกับพระอาจารย์เทพไปอยู่เป็นเวลา 3 ปี ครั้นกลับมาได้นำหน่อต้นโพธิ์ลังกา พันธุ์พระศรีมหาโพธิ์ เมืองอนุราธบุรีมาถวายรัชกาลที่ 2 จำนวน 3 ต้น และพ.ศ. 2361 ทรงโปรดฯ ให้ปลูกไว้ที่วัดสระเกศ 1 ต้น อยู่ที่ลานโพธิ์หน้าพระอุโบสถ ปรากฏอยู่จนทุกวันนี้ และตั้งแต่ พ.ศ. 2361 อันเป็นปีที่หน่อโพธิ์ลังกาพันธุ์พระศรีมหาโพธิ์ ถูกปลูกลงบนผืนแผ่นดินไทย จนถึงปัจจุบัน นับโดยปีได้ 208 ปี และในบรรดาสหชาติทั้ง 7 ที่เกิดวันเดียวกันกับพระพุทธเจ้านั้น ต้นพระศรีมหาโพธิ์ คือ สิ่งมีชีวิตเพียงหนึ่งเดียว ที่อยู่ทันพระพุทธเจ้า และมีชีวิตอยู่มาจนถึงปัจจุบัน พุทธศาสนิกชนชาวไทยควรภูมิใจว่า เรามีต้นพระศรีมหาโพธิ์ต้นเดียวกันกับต้นที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ อยู่บนผืนแผ่นดินไทย