โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศเก็บภาษีนำเข้าทั่วโลก 10% ทดแทนภาษีที่ศาลสูงสุดยกเลิก

ไทยพับลิก้า

อัพเดต 29 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่มาภาพ:https://www.whitehouse.gov/gallery/president-donald-trump-delivers-remarks-to-house-republicans-at-the-donald-j-trump-john-f-kennedy-center/

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเมื่อเย็นวันศุกร์(20 กุมภาพันธ์ 2569) ว่า เขาได้ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารเพื่อจัดเก็บ “ภาษีศุลกากรทั่วโลก” (global tariff) อัตราใหม่ 10% เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากศาลสูงสหรัฐมีคำวินิจฉัยยกเลิกมาตรการภาษีนำเข้าแบบ “ตอบโต้ในอัตราที่เท่ากัน” (reciprocal) ในวงกว้างของเขา ซึ่งถือเป็นการตบหน้าครั้งใหญ่ต่อวาระนโยบายการค้าของทรัมป์

ทรัมป์ระบุผ่านโพสต์บน Truth Social ว่า ภาษีภายใต้มาตรา 122 (Section 122) จะมีผลบังคับใช้ “แทบจะในทันที”

มาตรการใหม่นี้จะถูกจัดเก็บเพิ่มเติมจากภาษีที่ยังคงมีผลบังคับใช้อยู่ หลังจากคำตัดสินของศาลสูงที่เพิกถอนภาษีซึ่งทรัมป์เคยประกาศใช้ภายใต้กฎหมายอำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ (International Emergency Economic Powers Act: IEEPA)

CNBC รายงานว่า ในการแถลงข่าวที่ทำเนียบขาวเมื่อบ่ายวันศุกร์ ทรัมป์วิพากษ์วิจารณ์คำวินิจฉัยด้วยตะแนนเสียง 6 ต่อ 3 ของศาลสูงว่าเป็นเรื่องที่ “น่าผิดหวังอย่างยิ่ง”

“ผมรู้สึกละอายแทนผู้พิพากษาบางคนในศาลอย่างที่สุด ละอายจริง ๆ ที่พวกเขาไม่มีความกล้าพอที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้องเพื่อประเทศของเรา” ทรัมป์กล่าว

คำตัดสินดังกล่าวได้ล้มล้างฐานทางกฎหมายของมาตรการภาษีจำนวนมาก ซึ่งทรัมป์ยืนกรานมาโดยตลอดว่ามีความจำเป็นต่อเศรษฐกิจสหรัฐ และเป็นเครื่องมือสำคัญในการฟื้นฟูภาคการผลิตของอเมริกาที่กำลังหดตัวลง

มาตรการภาษีแบบ “ตอบโต้กันในอัตราที่เท่ากัน” (reciprocal tariffs) ของทรัมป์ รวมถึงภาษีที่เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด ล้วนตั้งอยู่บนการตีความกฎหมายอำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ ( International Emergency Economic Powers Act :IEEPA) ของฝ่ายบริหารในวงกว้าง อย่างไรก็ตาม เสียงข้างมากของศาลสูงมีคำวินิจฉัยเมื่อวันศุกร์ว่า IEEPA “ไม่ได้ให้อำนาจประธานาธิบดีในการจัดเก็บภาษีศุลกากร”

เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวรายหนึ่งให้สัมภาษณ์กับ CNBC ในเวลาต่อมาวันเดียวกันว่า ภาษีศุลกากรทั่วโลกอัตรา 10% ฉบับใหม่ ซึ่งมีกรอบเวลาบังคับใช้ 150 วัน จะเข้ามาแทนที่ภาษีที่เคยอาศัยอำนาจตาม IEEPA

การดำเนินการดังกล่าวอาจหมายความว่า อัตราภาษีของสหรัฐต่อบางประเทศจะลดลง โดยเฉพาะประเทศที่ได้บรรลุข้อตกลงการค้ากับรัฐบาลทรัมป์แล้ว หรืออยู่ระหว่างการเจรจาการค้าอย่างต่อเนื่อง

เนื่องจากหลายประเทศและภูมิภาคดังกล่าวเคยเผชิญอัตราภาษีของสหรัฐที่สูงกว่า 10% ภายใต้ข้อตกลงเหล่านั้น ตัวอย่างเช่น สหภาพยุโรปตกลงยอมรับอัตราภาษี 15% เป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงการค้ากับสหรัฐ

ภาษีเหล่านั้นส่วนใหญ่ถูกบังคับใช้ภายใต้อำนาจตามกฎหมาย IEEPA ซึ่งหมายความว่าได้ถูกเพิกถอนโดยผลของคำวินิจฉัยของศาลสูง

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อาจส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อจีน ซึ่งก่อนหน้านี้ต้องเผชิญภาษีสหรัฐที่อาศัยอำนาจ IEEPA สองชุด ชุดละ 10% รวมกับภาษี 25% ที่ยังคงมีผลบังคับใช้ โดยเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวระบุว่า ภาษีตาม IEEPA จะถูกแทนที่ด้วยภาษีทั่วโลกฉบับใหม่ของทรัมป์ ส่งผลให้อัตราภาษีรวมของจีนอยู่ที่ 35%

ทรัมป์ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า เขาจะหาช่องทางอื่นในการจัดเก็บภาษีศุลกากรโดยไม่ต้องผ่านความเห็นชอบจากสภาคองเกรส ขณะที่เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวระบุว่า ระหว่างที่ฝ่ายบริหารกำลังพิจารณาช่องทางทางกฎหมายอื่น ๆ เพื่อเก็บภาษี อัตราภาษีที่เรียกเก็บจากแต่ละประเทศอาจกลับไปอยู่ในระดับที่สูงขึ้นอีกครั้ง

ในการแถลงข่าววันศุกร์มีการถามว่าทำไมไม่ต้องการทำงานร่วมกับฝ่ายนิติบัญญัติ ทรัมป์ตอบว่า “ผมไม่จำเป็นต้องทำ ผมมีสิทธิที่จะกำหนดภาษี”

ถ้อยแถลงของทรัมป์ในวันนั้นสลับไปมาระหว่างท่าทีท้าทายและการวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง เขายังพาดพิงไปถึงผู้พิพากษา นีล กอร์ซัช และเอมี โคนีย์ บาร์เร็ตต์ ซึ่งเป็นผู้ที่เขาเสนอชื่อแต่งตั้ง หลังจากทั้งสองลงมติร่วมกับเสียงข้างมากของศาล

“ผมคิดว่าคำตัดสินของพวกเขาแย่มาก” ทรัมป์กล่าว “พูดตามตรง ผมคิดว่ามันน่าอายสำหรับครอบครัวของพวกเขา ทั้งสองคนนั่นแหละ”

คำสั่งภาษีฉบับใหม่นี้อ้างอิงอำนาจตามมาตรา 122 แห่งกฎหมายการค้าปี 1974 (Trade Act of 1974) โดยภาษีที่กำหนดภายใต้กฎหมายมาตรานี้สามารถมีผลบังคับใช้ได้เพียง 150 วันเท่านั้น และหากจะขยายเวลา ต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาคองเกรส

ในการแถลงข่าวทรัมป์ได้รับคำถามเกี่ยวกับกรอบเวลา 150 วัน และการขอความเห็นชอบจากฝ่ายนิติบัญญัติ ทรัมป์ตอบว่า “เรามีสิทธิทำแทบทุกอย่างที่เราต้องการทำ”

ทรัมป์ยังประกาศด้วยว่า ภาษีทั้งหมดที่บังคับใช้อยู่ภายใต้กฎหมายที่รู้จักกันในชื่อมาตรา 232 (Section 232) และมาตรา 301 (Section 301) จะยังคงมีผลบังคับใช้อย่าง “เต็มรูปแบบและมีผลต่อไป”

รัฐบาลทรัมป์ยังใช้อำนาจตามมาตรา 301 (Section 301) เพื่อเปิดการสอบสวนหลายกรณีเกี่ยวกับแนวปฏิบัติทางการค้าที่อาจไม่เป็นธรรม ซึ่งอาจนำไปสู่การจัดเก็บภาษีใหม่เพิ่มเติม ทรัมป์กล่าว

รายได้จากภาษีศุลกากรของสหรัฐในปีที่แล้ว ส่วนใหญ่มาจากภาษีที่จัดเก็บภายใต้อำนาจตามกฎหมาย IEEPA

“เราจะใช้ทางเลือกอื่นเข้ามาแทนที่มาตรการที่ศาลยกเลิกอย่างไม่ถูกต้อง” ทรัมป์กล่าวเมื่อวันศุกร์

“เราจะมีรายได้เพิ่มขึ้น และเราจะแข็งแกร่งขึ้นมากจากสิ่งนี้” เขากล่าว

ด้านสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งกล่าวสุนทรพจน์ที่สโมสรเศรษฐกิจเมืองดัลลัส (Economic Club of Dallas) ไม่นานหลังทรัมป์แถลง ระบุว่า รัฐบาลจะใช้กฎหมายภาษีอื่น ๆ ที่มีอยู่หลายฉบับ เพื่อทดแทนภาษี IEEPA ที่ถูกศาลปัดตก

การดำเนินการดังกล่าว “จะทำให้รายได้จากภาษีศุลกากรในปี 2026 แทบไม่เปลี่ยนแปลง” เบสเซนต์กล่าว พร้อมย้ำว่า “ไม่น่ามีใครคาดหวังว่ารายได้จากภาษีจะลดลง”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...