อินช์เคปยันยังทำธุรกิจในไทย ชี้ไตรมาส 2 เห็นผลภาษีใหม่กระทบรถนำเข้า
อินช์เคปลั่นยังยืนยันทำธุรกิจในไทย เดินหน้าลุย 3 แบรนด์ จากัวร์, แลนด์โรเวอร์, ทาทา ยังไปต่อ โอดหลังโครงสร้างสรรพสามิตใหม่บังคับใช้ ระบุชัด “ไม่มีใครได้ประโยชน์” รัฐเก็บภาษีน้อยลง ผู้ประกอบการขายรถน้อยลง ลูกค้าซื้อรถแพงขึ้น เชื่อส่งผลรถนำเข้าปีนี้ยอดร่วง 5-10%
นายชาญชัย มหันตคุณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินช์เคป (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ จากัวร์, แลนด์โรเวอร์ และทาทา (JAGUAR, LAND ROVER, TATA) อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย กล่าวยืนยันกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า บริษัทยังคงยืนยันที่จะดำเนินธุรกิจเป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง หลังจากมีกระแสข่าวลือว่าบริษัทแม่ คืออินช์เคปอาจจะถอดใจจากประเทศไทยนั้น ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด
ทั้งนี้ บริษัทยังคงเดินหน้าทำตลาดและดำเนินธุรกิจตามแผนงานที่วางไว้ของรถยนต์ทั้ง 3 แบรนด์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในส่วนของรถยนต์แลนด์โรเวอร์ บริษัทตั้งเป้ายอดขายปีนี้ไว้ใกล้เคียงคือ 150 คัน
แม้ว่าตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2569 ประเทศไทยได้ประกาศบังคับใช้ภาษีสรรพสามิตใหม่ ที่จัดเก็บภายใต้เงื่อนไขและข้อกำหนดตามขนาดและประเภทของเครื่องยนต์และการปล่อยค่าไอเสีย (CO2) ส่งผลในราคารถยนต์นำเข้าของรถในกลุ่มปลั๊ก-อิน ไฮบริด (PHEV) ของบริษัทมีต้นทุนที่สูงขึ้น 10% จากเดิมจ่ายภาษีในอัตรา 8% เพิ่มเป็น 15%
และยังส่งผลให้ยอดขายโดยรวมของรถยนต์นำเข้าราคาตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป หายไปราว 10% เช่นเดียวกัน
ทั้งนี้ บริษัทมองว่าภาษีที่ปรับขึ้นนั้นยังไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์กับผู้ใด ทั้งในส่วนของผู้นำเข้าต้องขายรถยนต์ได้น้อยลง ส่วนภาครัฐก็จัดเก็บภาษีได้ลดลง หรือแม้แต่ลูกค้าต้องซื้อรถยนต์ในราคาที่สูงขึ้น ดังนั้น เชื่อว่าทุกคนต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้น
ปัจจุบันบริษัทยังมีรถในสต๊อกที่เป็นสต๊อกสุดท้ายราคาจากฐานโครงสร้างภาษีเดิม ส่วนโครงสร้างภาษีใหม่นั้น เชื่อว่าผลกระทบดังกล่าวจะเริ่มมีความชัดเจนในช่วงไตรมาสที่สอง
“จะเห็นได้ว่าถ้ามองตามเกมทุกคนได้รับผลกระทบหมด ใครได้ประโยชน์จากตรงนี้เรายังมองไม่เห็น ผู้บริโภค ผู้ประกอบการ หรือแม้แต่ภาครัฐเอง ผมยังไม่เห็น ส่วนรถที่นำเข้าราคาตั้งแต่ 5-6 ล้านบาทขึ้นไป เชื่อว่าตลาดก็จะเล็กลง เนื่องจากภาษี และมีแบรนด์จีนเข้ามาทำตลาด”
นายชาญชัยยังกล่าวต่อไปว่า จากโครงสร้างภาษีใหม่ ภาครัฐน่าจะต้องการสนับสนุนและส่งเสริมผู้ประกอบการที่มีโรงงานผลิตในประเทศไทยมากกว่าผู้นำเข้า และเชื่อว่าสถานการณ์แบบนี้น่าจะส่งผลให้ตลาดรถยนต์นำเข้าปีนี้มียอดขายลดลง 5-10% แน่นอน
ส่วนรถยนต์จากัวร์และทาทานั้น ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างรอการพัฒนารถยนต์รุ่นใหม่จากทั้ง 2 แบรนด์ คาดว่าในช่วงปลายปีนี้หรือต้นปีหน้าน่าจะได้เห็นรถยนต์จากัวร์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าเปิดตัวออกสู่ตลาดโลก ส่วนประเทศไทยคาดว่าจะใช้เวลาหลังจากนั้นอีกไม่นาน
เช่นเดียวกับรถยนต์ทาทาที่กำลังอยู่ระหว่างพัฒนาเครื่องยนต์ใหม่ ให้รองรับตามมาตรฐาน EU6 คาดว่าจะใช้เวลาอีกไม่นานเช่นเดียวกัน
ส่วนแผนการขยายเครือข่ายการจัดจำหน่าย ปัจจุบันมีโชว์รูมแลนด์โรเวอร์ 2 สาขาคือ พระราม 4 และสยามพารากอน ปีหน้าบริษัทมีแผนลงทุนเพื่อขยายสาขาออกไปยังพื้นที่ต่างจังหวัด โดยมองที่ จ.ภูเก็ต และกรุงเทพฯ อีกอย่างน้อย 1 สาขา เบื้องต้นได้เตรียมงบประมาณลงทุนไว้ที่ 100 ล้านบาท
ส่วนโชว์รูมรถยนต์ทาทา ปัจจุบันมี 8 สาขา บริษัทก็มีแผนที่จะขยายเพิ่ม โดยมองไปยังพื้นที่ในภาคเหนืออย่างเชียงใหม่ที่ยังไม่มีสาขา ส่วนสาขาลูกค้าที่เดิมบริษัทใช้เป็นศูนย์บริการจัดจำหน่ายของบริษัทเองนั้น ก็จะปรับรูปแบบใหม่ให้รองรับการจัดจำหน่ายในรูปแบบของโฮลเซลเป็นหลัก ไม่เน้นขายแบบรีเทล
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อินช์เคปยันยังทำธุรกิจในไทย ชี้ไตรมาส 2 เห็นผลภาษีใหม่กระทบรถนำเข้า
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net