โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ส่อง 5 นโยบายขวัญใจชาวเน็ต ศึกเลือกตั้ง 69 แก้รัฐธรรมนูญครอง 36%

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ในช่วงเลือกตั้งปี 2569 ประเด็นที่ชาวเน็ตให้ความสนใจมากที่สุด คือ นโยบายการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างรัฐบาลไทยและกัมพูชา ปี 2543 และปี 2544 คิดเป็นสัดส่วน 36% ของการสนทนาทางการเมืองบนโลกออนไลน์ทั้งหมด

ข้อมูลดังกล่าวมาจากผลสำรวจของ เรียลวอทช์ แล๊ป (RealWatch Lab) ส่วนวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูล บริษัท เรียล สมาร์ท จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการเทคโนโลยีด้าน AI-Data Driven Technology ซึ่งรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลจากทุกแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ระหว่างวันที่ 1–21 มกราคม 2569 รวมทั้งสิ้น 170,226 ข้อความ เพื่อประเมินว่านโยบายของพรรคการเมืองใดได้รับความสนใจจากสังคมออนไลน์มากที่สุด

ผลการวิเคราะห์พบว่า ประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญและ MOU ไทย–กัมพูชา ถูกพูดถึงอย่างเข้มข้น โดยความเห็นส่วนใหญ่สะท้อนความกังวลเกี่ยวกับการแก้ไข รัฐธรรมนูญมาตรา 1 และมาตรา 2 ความเห็นทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตลอดจนความกังวลต่อการเชื่อมโยง มาตรา 112 เข้ากับกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รวมถึงแนวทางการจัดการหรือทบทวน MOU ปี 2543 และปี 2544

นโยบายด้านความมั่นคง เป็นประเด็นที่ชาวเน็ตให้ความสนใจเป็นอันดับ 2 คิดเป็นสัดส่วน 28% โดยเนื้อหาหลักที่ถูกกล่าวถึง ได้แก่ นโยบายด้านการทหาร แนวทางการรักษาอธิปไตยของประเทศ การแก้ไขปัญหาชายแดนไทย–กัมพูชา และการจัดสรรงบประมาณด้านการทหารของพรรคการเมือง เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของประเทศ

ถัดมา นโยบายด้านความโปร่งใสของพรรคการเมืองและนักการเมือง อยู่ในอันดับ 3 คิดเป็นสัดส่วน 15% ความเห็นส่วนใหญ่มุ่งไปที่การคัดกรองสมาชิกพรรคที่ไม่เกี่ยวข้องกับทุนเทา กลุ่มสแกมเมอร์ หรือกลุ่มหลอกลวง การต่อต้านคอร์รัปชัน การทำการเมืองอย่างโปร่งใส และการมีนักการเมืองที่ประชาชนสามารถไว้วางใจได้ โดยให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของประชาชนมากกว่าผลประโยชน์ของพรรคหรือพวกพ้อง

ด้าน นโยบายเศรษฐกิจและปัญหาปากท้องประชาชน อยู่ในอันดับ 4 คิดเป็นสัดส่วน 14% โดยชาวเน็ตสะท้อนถึงความลำบากของกลุ่มรากหญ้า กลุ่มเปราะบาง และผู้มีรายได้น้อย พร้อมเรียกร้องให้พรรคการเมืองมีนโยบายดูแลอย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่ราคาสินค้าเกษตร การลดความเหลื่อมล้ำทางรายได้ ไปจนถึงนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการดูแลกลุ่มผู้มีรายได้น้อย เกษตรกร และผู้สูงอายุ

ขณะที่ นโยบายด้านการศึกษาและสาธารณสุข อยู่ในอันดับ 5 คิดเป็นสัดส่วน 7% โดยประเด็นด้านการศึกษา เน้นการลดจำนวนเด็กที่ขาดโอกาสทางการศึกษา และลดความเหลื่อมล้ำระหว่างโรงเรียนในเมืองกับชนบท ส่วนด้านสาธารณสุข ให้ความสำคัญกับการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงบริการรักษาพยาบาล การจัดหาวัคซีน และการต่อยอดนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค

ผลสำรวจดังกล่าวสะท้อนว่า ในช่วงเลือกตั้งปี 2569 ความสนใจของประชาชนบนโลกออนไลน์กระจุกตัวอยู่ที่นโยบายเชิงโครงสร้างรัฐ ความมั่นคง และธรรมาภิบาลทางการเมือง ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ความเชื่อมั่น และทิศทางการพัฒนาประเทศในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...