โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

โลกร้อนเขย่าแอนตาร์กติกา เพนกวินขยับฤดูผสมพันธุ์เร็วผิดปกติ หวั่นกระทบห่วงโซ่อาหาร

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
งานวิจัยล่าสุดพบ “เพนกวิน” ในทวีปแอนตาร์กติกาขยับฤดูผสมพันธุ์เร็วขึ้นอย่างผิดปกติ นักวิทยาศาสตร์ชี้อาจเป็นผลจากภาวะโลกร้อน และเตือนว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจกระทบแหล่งอาหารและการอยู่รอดของเพนกวินหลายสายพันธุ์

งานวิจัยล่าสุดพบว่า เพนกวินในทวีปแอนตาร์กติกาได้เปลี่ยนแปลงช่วงเวลาการผสมพันธุ์อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจคุกคามการอยู่รอดของเพนกวินอย่างน้อย 3 สายพันธุ์

การศึกษาระยะยาวกว่า 10 ปี นำโดยโครงการ Penguin Watch จากมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด และมหาวิทยาลัย Oxford Brookes พบว่า เพนกวินบางกลุ่มเริ่มฤดูผสมพันธุ์เร็วขึ้นมากกว่า 3 สัปดาห์ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมที่ไม่เคยมีบันทึกมาก่อน

“ดร. อิกนาซิโอ ฮัวเรซ มาร์ติเนซ” หัวหน้าทีมวิจัย ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วเช่นนี้อาจทำให้เพนกวินเริ่มผสมพันธุ์ในช่วงเวลาที่อาหารยังไม่พร้อม ส่งผลให้ลูกเพนกวินขาดแคลนอาหารในช่วงสัปดาห์แรกของชีวิต ซึ่งอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ พร้อมเตือนว่า แม้เพนกวินจะพยายามปรับตัวให้สอดคล้องกับแหล่งอาหาร แต่ไม่อาจรักษาความเร็วในการปรับตัวเช่นนี้ได้ในระยะยาว

นักวิจัยวิเคราะห์ข้อมูลช่วงปี 2012–2022 โดยพิจารณา “วันตั้งถิ่นฐาน” ของเพนกวิน ซึ่งหมายถึงวันที่เพนกวินเริ่มเข้าครอบครองพื้นที่ทำรังอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมเพนกวิน 3 สายพันธุ์ ได้แก่ เพนกวินอเดลี เพนกวินชินสแตรป และเพนกวินเจนทู จากอาณานิคม 37 แห่งทั่วแอนตาร์กติกาและหมู่เกาะกึ่งแอนตาร์กติกา โดยใช้กล้องถ่ายภาพแบบไทม์แลปส์จำนวน 77 ตัว ซึ่งบันทึกข้อมูลอุณหภูมิอากาศควบคู่กันไป

ผลการศึกษา ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Animal Ecology ระบุว่า เพนกวินทั้งสามสายพันธุ์เริ่มฤดูผสมพันธุ์เร็วขึ้นในอัตราที่สูงเป็นประวัติการณ์ โดยเพนกวินเจนทูเปลี่ยนแปลงมากที่สุด เฉลี่ยเร็วขึ้น 13 วันภายในระยะเวลา 10 ปี และในบางอาณานิคมเร็วขึ้นถึง 24 วัน นับเป็นการเปลี่ยนแปลงช่วงเวลาการสืบพันธุ์ที่เร็วที่สุดเท่าที่เคยบันทึก และอาจรวมถึงสัตว์มีกระดูกสันหลังทั้งหมด ขณะที่เพนกวินอเดลีและชินสแตรปก็เริ่มผสมพันธุ์เร็วขึ้นเฉลี่ยราว 10 วันเช่นกัน

นักวิจัยเตือนว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจเพิ่มการแข่งขันระหว่างเพนกวินแต่ละสายพันธุ์ โดยมีทั้ง “ผู้ได้ประโยชน์” และ “ผู้เสียเปรียบ” อย่างชัดเจน เพนกวินเจนทูซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ชอบสภาพอากาศอบอุ่นกว่า กำลังได้ประโยชน์จากอุณหภูมิที่สูงขึ้น ขยายอาณานิคมและเพิ่มจำนวนประชากร ขณะที่เพนกวินอเดลีและชินสแตรปมีแนวโน้มลดลงทั่วคาบสมุทรแอนตาร์กติกา

นอกจากนี้ เพนกวินเจนทูยังเป็นนักล่าที่ปรับเปลี่ยนอาหารได้หลากหลาย สามารถหันไปกินปลาแทนคริลล์ได้ในปีที่คริลล์ขาดแคลน ขณะที่อีกสองสายพันธุ์พึ่งพาคริลล์เป็นหลัก ทำให้เสี่ยงต่อผลกระทบมากกว่าในภาวะอาหารขาดแคลน

การที่ช่วงเวลาผสมพันธุ์ของเพนกวินทั้งสามสายพันธุ์เริ่มทับซ้อนกันมากขึ้น ยังอาจนำไปสู่การแข่งขันแย่งพื้นที่ทำรัง โดยเฉพาะพื้นที่ที่ปราศจากหิมะ ซึ่งก่อนหน้านี้แต่ละสายพันธุ์สามารถอยู่ร่วมกันได้เนื่องจากมีช่วงผสมพันธุ์เหลื่อมเวลากัน นักวิจัยระบุว่า เริ่มพบเพนกวินเจนทูเข้ายึดรังที่เคยเป็นของเพนกวินอเดลีหรือชินสแตรปแล้ว

ขณะเดียวกัน สาเหตุที่แท้จริงของการเปลี่ยนแปลงช่วงผสมพันธุ์ยังไม่แน่ชัด อาจเกี่ยวข้องกับอุณหภูมิที่สูงขึ้น การละลายของน้ำแข็งและหิมะที่เร็วขึ้น การบานของแพลงก์ตอนพืชที่เกิดก่อนเวลา หรือปัจจัยอื่นร่วมกัน

นักวิทยาศาสตร์ย้ำว่า เพนกวินมีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อาหารของแอนตาร์กติกา โดยช่วยนำสารอาหารจากทะเลลึกขึ้นสู่ผิวน้ำ ซึ่งจำเป็นต่อการสังเคราะห์แสงของสาหร่าย หากเพนกวินบางสายพันธุ์สูญหาย อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการล่มสลายของระบบนิเวศโดยรวม

ดร.ฮัวเรซกล่าวว่า อาณานิคมของเพนกวินอเดลีและชินสแตรปกำลังลดลงอย่างชัดเจน และไม่มีสัญญาณว่าจะฟื้นตัวได้ในเร็ววัน ขณะที่เพนกวินจักรพรรดิซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ก็มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์เช่นกัน โดยนักวิทยาศาสตร์เตือนว่า หากสูญเสียเพนกวินหลายสายพันธุ์ภายในสิ้นศตวรรษนี้ตามที่แบบจำลองคาดการณ์ไว้ อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่บั่นทอนความมั่นคงและความยืดหยุ่นของระบบนิเวศแอนตาร์กติกาอย่างรุนแรง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...