โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คุกตลอดชีพ‘แอม’อีกคดี

ไทยโพสต์

อัพเดต 21 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 4.19 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“แอม ไซยาไนด์” โดนอีก ศาลอาญาพิพากษาประหารชีวิต ก่อนลดโทษเหลือคุกตลอดชีวิตคดีวางยาฆ่าสารวัตรปู ชี้เจตนาฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ครอบครัวคนตายขอบคุณศาลให้ความยุติธรรม แม้ใจจริงอยากให้ลงโทษประหารเหมือนคดีแรก

เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ศาลอาญาได้นัดฟังคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.77/2568 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ ฟ้องนางสรารัตน์ รังสิวุฒาภรณ์ หรือ แอม ไซยาไนด์ เป็นจำเลย ฐานฆ่าผู้อื่น โดยอัยการโจทก์ระบุฟ้องความผิดสรุปว่า เมื่อวันที่ 1 เม.ย.2566 เวลากลางวัน จำเลยได้วางแผนตระเตรียมการ โดยได้ใส่สารพิษไซยาไนด์ปลอมปนในอาหาร ยาหรือเครื่องดื่ม ให้ พ.ต.ต.หญิงนิภา แสนจันทร์ หรือสารวัตรปู ดื่ม รับประทาน หรือเสพสารดังกล่าวเข้าสู่ร่างกายด้วยวิธีใดไม่ปรากฏชัดในปริมาณมาก จนเป็นเหตุให้ พ.ต.ต.หญิงนิภาถึงแก่ความตายสมดังเจตนาฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เพื่อเอาไว้ผลประโยชน์ของจำเลย ที่จำเลยได้กระทำผิดฐานฉ้อโกงไว้ต่อผู้ตาย ทั้งนี้ เพื่อปกปิดความผิดของจำเลยเอง เหตุเกิดที่ ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมืองฯ จ.นครปฐม

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัย ว่าจำเลยครอบครองสารไซยาไนด์จริงหรือไม่ จากการสอบสวนพบว่า ในวันที่ 9 ส.ค.2565 พบหลักฐานว่าจำเลยสั่งซื้อไซยาไนด์ร้านค้าแห่งหนึ่ง และให้จัดส่งด่วนอ้างว่านำมาใช้ทดลอง โดยจัดส่งข้างโรงเรียนอนุบาล มีหลักฐานการส่งมอบถ่ายรูปหลักฐานการส่งมอบสินค้าให้กับจำเลย โดยติดรถสภาพรถของจำเลยรวมถึงเห็นกระเป๋าจำเลยภายในรถ ซึ่งมาตรวจสอบภายหลังว่าเป็นรถของจำเลย และไม่พบนายแด้ในรถยนต์ตามจำเลยอ้างว่า จำเลยสั่งซื้อไซยาไนด์ให้นายแด้ซึ่งเป็นแฟนใหม่ของจำเลย สอดคล้องกับบัญชีธนาคารของจำเลยที่มีการโอนเงินให้ร้านค้าขายสารไซยาไนด์ และต่อมาในวันเดียวกัน มีคนเสียชีวิตจากสารไซยาไนด์ จำเลยอ้างว่าไปซื้อไซยาไนด์ให้นายแด้ และนายแด้นั่งในรถด้วยกัน เป็นการโยนความผิดให้นายแด้ที่เสียชีวิตไปแล้ว ซึ่งมีลักษณะการเสียชีวิตแบบเดียวกันกับผู้เสียชีวิตรายอื่นจากสารไซยาไนด์

พนักงานสอบสวนสอบคำให้การญาติของนายแด้ ภายหลังจากเสียชีวิต จำเลยได้เดินทางมาที่บ้านของนายแด้ เมื่อพบกับญาติพร้อมยื่นถุงสีดำวานให้นำถุงดำดังกล่าวไปฝังทำลาย แต่ญาติของนายแด้เห็นภาพข่าวผ่านโทรทัศน์ว่าจำเลยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำให้ผู้อื่นเสียชีวิตจากสารไซยาไนด์ จึงไม่กล้านำถุงดังกล่าวไปฝังทิ้ง และมาเปิดถุงดังกล่าวภายหลังพบว่าในถุงมีเข็ม ขวดสีขาว กรอบป้ายทะเบียนรถ ใบมรณะของนายแด้

ทั้งนี้ จากคำเบิกความ รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ นักวิชาการด้านสารเคมี ได้รับหนังสือจากตำรวจขอให้ตรวจพิสูจน์หลักฐานที่ตำรวจตรวจยึดจากจำเลย และพบว่ามีสารไซยาไนด์อยู่จริง ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่า จำเลยได้ครอบครองสารไซยาไนด์ และจำเลยเป็นคนอยู่กับผู้ตายเป็นคนสุดท้าย และผู้ตายเพิ่งออกจากร้านข้าวมันไก่หลังพบกับจำเลยได้เพียงไม่นานก็เสียชีวิต น่าเชื่อว่ายังไม่ได้พบกับคนอื่นๆ

จากการตรวจสอบและคำเบิกความพยาน พบว่าจำเลยเคยยืมเงินผู้ตายเป็นเงินจำนวน 50,000 บาท ใช้คืนไปแล้ว 20,000 บาท พร้อมทั้งผู้ตายต้องการให้ พ.ต.ท.วิฑูรย์ รังสิวุฒาภรณ์ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.สวนผึ้ง อดีตรอง ผกก.สภ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี สามีเก่าของจำเลยโยกย้ายผู้ตายให้กลับมารับราชการที่ จ.นครปฐม จากการตรวจสอบของพนักงานสอบสวนพบว่าผู้ตายจะไปพบจำเลยไม่กี่วัน ผู้ตายได้ถอนเงินจำนวน 140,000 บาท แต่ภายหลังการเสียชีวิตญาติและตำรวจไม่พบเงินจำนวนดังกล่าว กลับพบบัญชีของจำเลยมีการฝากเงินจำนวนสองครั้ง ครั้งแรก 47,000 บาท ครั้งที่สอง 93,000 บาท ซึ่งสอดคล้องกับจำนวนเงินของผู้ตายที่หายไป ประกอบกับจำเลยมีพฤติกรรมติดพนันออนไลน์อย่างมาก มีการโอนเงินเข้าออกบัญชีม้าของเว็บพนันออนไลน์หลายบัญชี วงเงินมากกว่า 93 ล้านบาท โดยเสียเงินให้กับพนันออนไลน์ 10 ล้านบาท และมีหนี้บัตรเครดิต 2 ล้านบาท หนี้สินเชื่อออนไลน์อีก 3 ล้านบาท

ดังนั้นพยานหลักฐานแสดงให้เห็นว่า จำเลยไม่ต้องการชำระเงินคืนผู้ตาย และการที่จำเลยแบ่งเงินโอนเข้าธนาคารจำนวนสองครั้งเป็นการวางแผนเพื่อไม่ให้มีพิรุธ การกระทำของจำเลยเป็นการไตร่ตรอง อำพรางซ่อนเร้น พยานหลักฐานของโจทก์มีน้ำหนัก มั่นคงน่าเชื่อถือ

พิพากษาว่า จำเลยกระทำความผิดตามกฎหมายอาญามาตรา 289 (4) ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ซึ่งเป็นโทษบทหนักสุด ลงโทษประหารชีวิต แม้ในชั้นสอบสวนจะไม่ให้การใด แต่ในชั้นศาลยังพอให้การเป็นประโยชน์อยู่บ้าง ศาลมีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุกตลอดชีวิต และให้นับโทษต่อจากคดีหมายเลขดำ อ.2084/2566

โดยบรรยากาศภายในห้องพิพากษา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ ได้เข้าร่วมรับฟังคำพิพากษาคดีนี้ด้วย ส่วนนางสรารัตน์ หรือแอม ที่ตัดผมสั้น ใส่แว่นสายตา ใส่ชุดผู้ต้องขังหญิง มีการ ปรึกษาคุยกับทนายเป็นระยะและยิ้มแย้มเป็นบางครั้ง ในช่วงที่ศาลอ่านคำพิพากษาเสร็จแอมได้หันไปพูดคุยกับทนายด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ส่วนทางด้านครอบครัวของผู้ตายได้ร้องไห้ออกมาทันทีหลังจากที่ศาลอ่านคำพิพากษาลงโทษประหารชีวิต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 20 พ.ย.2567 ศาลอาญามีคำพิพากษาให้ประหารชีวิตแอม กรณีใส่สารพิษไซยาไนด์ในน้ำดื่มให้ น.ส.ศิริพร ขันวงษ์ หรือก้อย ดื่มจนถึงแก่ความตาย

ภายหลังนางลัดดาวัลย์ พี่สาว ให้สัมภาษณ์ว่า พอใจกับคำพิพากษาประหารชีวิตตามที่ตนเองและครอบครัวคาดหวังไว้ ได้ฟังคำพิพากษาได้ยินพฤติการณ์ต่างๆ ก็รู้สึกหดหู่ใจที่คนดีๆ ต้องมาเสียชีวิตลงเพราะฆาตกร ใจจริงอยากให้มีการลงโทษประหารชีวิตเลยด้วยซ้ำ เพราะมองว่าการลงโทษจำคุกตลอดชีวิตดูเบาเกินไปกับสิ่งที่นางสรารัตน์ทำกับน้องสาว

น.ส.จารุวรรณ น้องสาว กล่าวว่า คดีนี้ไม่ได้เรียกร้องค่าเสียหายแต่อย่างใด เพราะทางครอบครัวไม่ต้องการเงิน แต่ต้องการเรียกร้องความยุติธรรมให้พี่สาวเฉยๆ ทุกวันนี้ครอบครัวยังทำใจไม่ได้ แม้วันนี้จะได้รับความยุติธรรมจากศาลแล้ว อยากขอบคุณไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตำรวจทุกนาย พยาน รศ.ดร.วีรชัย ที่ทำให้คดีนี้ลุล่วงไปได้ด้วยดี.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...