โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

CGSI อัพเป้า SET แตะ 1,480 จุด รับรัฐบาลเสถียรภาพสูง ชู 11 หุ้นแลกการ์ดโฟลว์ไหลเข้า

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 09 ก.พ. เวลา 04.46 น. • เผยแพร่ 09 ก.พ. เวลา 04.46 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด หรือ CGSI เปิดเผยในบทวิเคราะห์ประเมินสถานการณ์หลังการเลือกตั้ง โดยระบุว่า ผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการสะท้อนให้เห็นว่า พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้รับจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) มากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งส่งผลให้พรรคมีอำนาจต่อรองในการดูแลกระทรวงเศรษฐกิจสำคัญได้มากขึ้น

ทั้งนี้ ฝ่ายวิเคราะห์ฯ เชื่อมั่นว่ามีโอกาสสูงที่พรรคภูมิใจไทยจะจับมือกับพรรคเพื่อไทย (พท.) เพื่อจัดตั้งรัฐบาลตามสมมติฐานเดิม โดยคาดว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะรับรองผลคะแนนอย่างน้อย 95% ภายในวันที่ 9 เมษายน 2569 ก่อนจะมีการเปิดประชุมรัฐสภาครั้งแรกภายใน 15 วัน หรือไม่เกินวันที่ 24 เมษายน 2569 และคาดว่าจะมีการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ในช่วงปลายเดือนเมษายน 2569

โดยจากผลการดำเนินงานที่โดดเด่นของพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งครั้งนี้ ฝ่ายวิเคราะห์ฯ คาดการณ์ว่าตลาดหุ้นไทยจะตอบรับในเชิงบวกจากความคาดหวังต่อเสถียรภาพของรัฐบาลชุดใหม่ และความต่อเนื่องในการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจ ในเชิงกลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้นักลงทุนพิจารณาปรับพอร์ต (Rotation) โดยย้ายเม็ดเงินจากกลุ่มหุ้นปลอดภัย (Defensive) ที่ปรับตัวดีกว่าตลาด (Outperform) ไปแล้วในช่วงก่อนหน้า อาทิ กลุ่มโทรคมนาคม, กลุ่มพลังงาน และกลุ่มธนาคาร เข้าสู่หุ้นกลุ่มที่ราคายังปรับตัวขึ้นช้า (Laggard) ได้แก่ กลุ่มการแพทย์, กลุ่มท่องเที่ยว, กลุ่มสินเชื่อเพื่อผู้บริโภค และกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม

นอกจากนี้ ความชัดเจนทางการเมืองยังเป็นปัจจัยสำคัญที่จะดึงดูดเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (Fund Flow) ให้ไหลกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นไทย โดยสถิติระบุว่านักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยรวมกว่า 4.47 แสนล้านบาท ในช่วงปี 2566-2568 อย่างไรก็ตาม ทิศทางเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง โดยนับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน (YTD) มีเงินลงทุนต่างชาติไหลเข้าสุทธิแล้ว 1.5 หมื่นล้านบาท ในขณะที่ดัชนี SET ปรับตัวลง 19% จากสิ้นปี 2565 ซึ่งถือว่าให้ผลตอบแทนต่ำกว่าตลาดคู่แข่งในภูมิภาคอย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ตาม ในแง่ของการประเมินมูลค่า (Valuation) ปัจจุบันดัชนีตลาดหุ้นไทยซื้อขายอยู่ที่ระดับ P/E ล่วงหน้า 12 เดือน ประมาณ 15 เท่า หรือต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปี อยู่ที่ -1SD ซึ่งถือเป็นระดับที่น่าสนใจลงทุน ประกอบกับภาพการเมืองที่มีความชัดเจนจะช่วยหนุนให้ Fund Flow ไหลเข้าต่อเนื่อง ฝ่ายวิเคราะห์ฯ จึงได้พิจารณาปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนี SET Index จากเดิมที่ 1,400 จุด (อิง P/E 15 เท่า ปี 2570, -0.75SD) ขึ้นเป็น 1,480 จุด (อิง P/E 15.6 เท่า ปี 2570, -0.25SD) โดยมองว่าเสถียรภาพทางการเมืองและเงินทุนต่างชาติจะเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงต้องติดตามความเสี่ยง (Downside Risk) ในกรณีที่เกิดความวุ่นวายทางการเมืองรอบใหม่ หรือเศรษฐกิจในประเทศฟื้นตัวช้ากว่าที่คาดการณ์ สำหรับหุ้นเด่น (Top Pick) ที่ฝ่ายวิเคราะห์ฯ แนะนำ ประกอบด้วย BDMS, MRDIYT, CPN, ERW, GULF, MOSHI, MTC, PR9, SPALI, TIDLOR และ WHA

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...