โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

JAS ขาดทุนลวงตา.!

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 21 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ต๊กกะใจกันทั้งบาง..!! ที่เห็นหุ้นขวัญใจนักลงทุนรายย่อยอย่างบริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JASของ “เสี่ยพิชญ์ โพธารามิก” กลับมาขาดทุนอีกครั้งในรอบ 2 ปี โดยงบปี 2568 มีตัวเลขขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 502 ล้านบาทเทียบกับปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 494 ล้านบาท…

ทั้ง ๆ ที่ถูกมองว่างบจะออกมาเริ่ดหรู เนื่องจากช่วงปลายปี 2568 เพิ่งได้เงินก้อนโต 5,136.90 ล้านบาทเข้ากระเป๋า จากการชนะคดี บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ที่ว่าด้วยเรื่องส่วนแบ่งรายได้ตามสัญญาร่วมลงทุนสร้างโครงข่ายเคเบิลใต้น้ำ (ฝั่งตะวันออก)

มิหนำซ้ำ ตั้งแต่กลางเดือน ส.ค. 2568 ผู้ตัดสินได้เป่านกหวีดเปิดฤดูกาลพรีเมียร์ลีก 2025/26 ไปแล้ว นั่นหมายความว่า JASเริ่มรับรู้รายได้จากการถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีกและเอฟเอคัพ อังกฤษแล้ว..!!

แต่ไหงถึงขาดทุนได้ล่ะเนี่ย..?? บ่เข้าใจ๋ ๆ

งบไม่ดีไม่พอ…ยังมางดจ่ายเงินปันผลอีก ยิ่งสร้างความชอกช้ำให้กับนักลงทุน ส่งผลให้เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 26 ก.พ. 2569 หุ้น JAS ถูกขายอย่างหนัก จนราคาทรุดไป 7.75% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 139.26 ล้านบาท

แต่ ๆๆ…เกรงว่าจะขายหมูกันเสียมากกว่า.!? เพราะสิ่งที่เห็น…อาจไม่ใช่สิ่งที่เป็นก็ได้นะ

ถ้าไปถ่างตาดูดี ๆ จะเห็นว่า JAS ยังมีผลการดำเนินงานปกติที่แข็งแกร่ง โดยมีรายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 3,872 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% จากปีก่อน สาเหตุหลักมาจากเริ่มรับรู้รายได้จากธุรกิจคอนเทนต์กีฬาในช่วงครึ่งหลังของปี 2568

แล้วหากเจาะในรายกลุ่มธุรกิจ…ธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลและเทคโนโลยีโซลูชันมีรายได้อยู่ที่ 2,389 ล้านบาท ลดลง 2% เนื่องจากการยุติการให้บริการเครือข่ายคอมพิวเตอร์และสื่อสัญญาณไร้สายแบบครบวงจร

ส่วนธุรกิจสื่อและคอนเทนต์ มีรายได้อยู่ที่ 1,286 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 178% มีปัจจัยหลักจากการเริ่มรับรู้รายได้ธุรกิจคอนเทนต์กีฬาในไตรมาส 3/2568 ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อการเติบโตของรายได้ในภาพรวมของปี โดยการเพิ่มขึ้นของรายได้สอดคล้องกับจำนวนสมาชิกที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามกระแสความสนใจ และการตอบรับที่ดีต่อการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก และเอมิเรตส์ เอฟเอ คัพ

ขณะที่รายได้ส่วนงานอื่นอยู่ที่ 197 ล้านบาท ลดลง 41% มีสาเหตุมาจากการปรับลดลงของรายได้จากการให้บริการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตสำหรับลูกค้าองค์กร เนื่องจากอยู่ระหว่างทยอยการดำเนินงานในธุรกิจดังกล่าว

นอกจากนี้ ยังได้แรงหนุนจากดอกเบี้ยรับตามผลตัดสินคดีพิพาทเรื่องส่วนแบ่งรายได้ตามสัญญาร่วมลงทุนก่อสร้างโครงข่ายเคเบิลใต้น้ำ (ฝั่งตะวันออก) เข้ามา 2,619 ล้านบาท ส่งผลให้รายได้จากการดำเนินงานรวมอยู่ที่ 6,783 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 76% จากปีก่อน และส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานหลักอยู่ที่ 1,571 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 123% จากปีก่อน

แล้วจากผลการดำเนินงานหลักที่เติบโต ทำให้บริษัทมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) อยู่ที่ 3,452 ล้านบาท หรือคิดเป็น EBITDA Margin 51% และมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 1,101 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 100% จากปีก่อน

จะเห็นว่าตัวเลขต่าง ๆ ดูดีหมด…แต่ตัวการที่ทำให้ JAS พลิกไปขาดทุน เป็นแค่อุบัติเหตุทางเทคนิค ซึ่งได้รับผลกระทบจากรายการปรับปรุงทางบัญชีที่เกี่ยวข้องกับสิทธิ์คอนเทนต์กีฬาและสินทรัพย์ดิจิทัลซึ่งเป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นครั้งเดียวนะจิบอกให้…

ทีนี้เชื่อหรือยังว่า JAS ไม่ได้แย่อย่างที่เห็น…เนื้อแท้ยังดูดีอยู่ เพียงแต่ต้องส่องทุกซอกทุกมุมให้ทะลุปรุโปร่งก็เท่านั้น

ที่น่าจับตาการเบนเข็มไปสู่ธุรกิจสื่อและดิจิทัล น่าจะช่วยให้ JAS เติบโตแบบก้าวกระโดดได้อีกครั้ง สะท้อนได้จากธุรกิจบริการสตรีมมิ่งในประเทศไทยที่มีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ยกว่า 12.9% ต่อปี ในช่วงปี 2568-2573 ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของบริการดิจิทัล และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคสู่การรับชมผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์

รวมถึงการบุกตลาดเวียดนามผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับบริษัท FPT Telecom ผู้ให้บริการ FPT Play แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งชั้นนำของเวียดนาม ในการเผยแพร่ภาพการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2569 จนสิ้นสุดฤดูกาล 2030/31 ที่จะเป็นตัวเสริม…ไม่รวมอื่น ๆ ที่จะตามมาอีกในอนาคต

งั้นถ้าไม่รีบเก็บหุ้น JAS ตอนนี้…แล้วจะรอเก็บตอนไหนเนี่ย..??

วันดีคืนดีหุ้นวิ่งทะลุนรกขึ้นมา…จะมาเสียใจทีหลังไม่ได้นะ

…อิ อิ อิ…

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...