โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ระทึก! ไฟไหม้โรงงานทินเนอร์ฉะเชิงเทรา พบทินเนอร์ 5.3 หมื่นลิตร เสี่ยงระเบิดซ้ำ เร่งควบคุมเพลิง

แนวหน้า

เผยแพร่ 05 มี.ค. เวลา 17.00 น.

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 6 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานเกิดเหตุเพลิงไหม้อย่างรุนแรงภายใน บริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นสถานประกอบการผลิตทินเนอร์และสารเคมีไวไฟรายใหญ่ ตำบลเทพราช อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา ส่งผลให้กลุ่มควันดำทะมึนพวยพุ่งพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าจนสามารถมองเห็นได้ไกลหลายกิโลเมตร

นายมติชน ชูทับทิม รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งอยู่ในพื้นที่จุดเกิดเหตุ ได้เร่งประสานรถน้ำจาก อบต.ในพื้นที่ และใกล้เคียง ตลอดจนรถน้ำของหน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา เร่งให้การช่วยเหลือแล้วกว่า 20 คัน แต่ยังไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ โดยเพลิงยังมีความรุนแรงระดับ 5 นอกจากนี้ในพื้นที่ยังมีทินเนอร์อีก 6 ถังใหญ่ หรือ 53,000 ลิตร ที่พร้อมจะระเบิดได้ตลอดเวลา ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็ทำงานลำบาก เพราะนอกจากจะต้องคอยระวังเรื่องถังทินเนอร์อีก 6 ถังที่เหลือซึ่งพร้อมระเบิด ยังต้องระวังควันจากการเผาไหม้ของทินเนอร์ ซึ่งเป็นสารเคมีที่มีความอันตรายสูง นอกจากนี้เส้นทางการวิ่งรถเข้าไปภายในโรงงาน ทำได้ยากลำบากเนื่องจากเป็นทางแคบ ทำให้รถน้ำที่จะวิ่งเข้าไป ไม่สามารถจอดซ้อนคันได้ เบื้องต้นได้มีการประสานรถฉีดโฟมให้เข้ามาทำการช่วยดับไฟ

ขณะที่ เจ้าหน้าที่ดับเพลิง ระบุว่า สถานการณ์ความรุนแรงอยู่ในระดับ 4-5 โดยระหว่างการเข้าสกัดกั้นเพลิง มีเสียงระเบิดดังขึ้นจากภายในตัวอาคารอย่างต่อเนื่องเป็นระยะ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวังสูงสุด นอกจากนี้ยังมีรายงานที่น่ากังวลว่า มีพนักงานติดค้างอยู่ภายในอาคารโรงงานที่ 2 ซึ่งเป็นจุดที่เปลวไฟโหมกระหน่ำอย่างหนัก เจ้าหน้าที่กู้ภัยยังไม่สามารถฝ่าเปลวเพลิงและความร้อนเข้าไปช่วยเหลือได้

นางยุพิน อายุ 48 ปี ผู้อยู่ในเหตุการณ์เล่าด้วยอาการตื่นตระหนกว่า ขณะพักอาศัยอยู่กับญาติและหลานชาย ได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวตามด้วยเปลวไฟที่ลุกพรึบขึ้นอย่างรวดเร็ว ตนเห็นท่าไม่ดีจึงรีบคว้าแขนหลานวิ่งหนีออกจากพื้นที่ทันที

"เสียงมันดังมากจนบ้านสะเทือน พอเห็นไฟลุกสูงก็ไม่คิดชีวิตแล้ว รีบพากันหนีออกมาให้เร็วที่สุด" นางยุพินกล่าว

โดยเจ้าหน้าต้องระดมรถน้ำสกัด-และวอนประชาชนให้หลีกเลี่ยงเส้นทาง ล่าสุด กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ระดมรถน้ำและเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากพื้นที่ใกล้เคียงนับสิบคัน เข้าฉีดน้ำสกัดเพลิงและหล่อเย็นถังเคมีเพื่อป้องกันการลุกลามไปยังอาคารข้างเคียง พร้อมประกาศแจ้งเตือนให้ประชาชน หลีกเลี่ยงเส้นทางโดยรอบพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อเปิดทางให้รถกู้ภัยและรถน้ำเข้าปฏิบัติงานได้สะดวก

ส่วนสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้และมูลค่าความเสียหายทั้งหมด ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและพิสูจน์หลักฐานจะเข้าตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งหลังจากเพลิงสงบลง เบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...