Platonic : จิตวิทยาความรัก(ไม่)ใคร่...เพราะโซลเมต ไม่ใช่แค่...คนรัก “อยากใช้ชีวิตอยู่กับคนนี้...ไม่ว่าจะเป็นปัจจุบัน หรือ...อนาคต”
ปากกาขนนก/สกุล บุณยทัต
“..ความรัก..ถือเป็นความรู้สึกอันยิ่งใหญ่ของมวลมนุษยชาติ เป็นภาวะที่สุดแสนจะสลับซับซ้อนเหนือความเป็นชีวิตหนึ่ง เราล้วนต่างเคยมีผัสสะกับ “ความรู้สึกแห่งรัก” ไม่ในแง่มุมใดก็แง่มุมหนึ่ง ..สุขหรือเศร้า เข้าใจหรือไม่เข้าใจ ผิดหวังหรือสมหวัง ทั้งหมดคือบทเรียนอันทายท้าต่อการพินิจพิเคราะห์มาในทุกยุคสมัย..
เป็นภาวะที่เกี่ยวเนื่องกับนัยแห่งจิตวิทยา ที่มีความล้ำลึกเป็นข้อกำหนด หลายๆคนอาจตั้งความปรารถนาเอาไว้ ถึงการได้มีโอกาสใช้ชีวิตกับใครสักคนที่มุ่งหวัง..ไม่ว่าจะเป็น ณ ปัจจุบันหรืออนาคต ด้วยความรักที่ไม่มีความใคร่ปะปน ด้วยสัมพันธภาพที่ไม่ได้โยงใยกับสถานะของ “โซลเมต” และไม่ได้ตกอยู่ในการโอบประคองของความรัก แต่มันคือการอยู่ร่วมกันด้วยหัวใจ ที่ถักทอผูกร้อยกัน..ด้วยหัวใจอันบริสุทธิ์ ที่ไม่ได้หวังถึงการครอบครองอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดใดๆ…!”
สาระความคิดเบื้องต้น..คือความหมายแห่งความเข้าใจอันยิ่งใหญ่ต่อ..รสชาติแห่งท่าทีของความรัก และ ความผูกพันระหว่างหัวใจอันเที่ยงแท้ ที่ได้รับจากหนังสือแสนงามและเต็มไปด้วยคุณค่า..และ “PLATONIC": จิตวิทยาความรัก(ไม่)ใคร่…เพราะโซลเมต ไม่ใช่แค่…คนรัก..ผลงานรังสรรค์และค้นคว้าโดย “ดร.มาริซา จี. แฟรนโก” (Marisa G. Franco,Dr.)นักจิตวิทยาร่วมสมัย ที่เดินอยู่บนเส้นทางแห่งปริศนาที่ว่า…“เหตุใดเพื่อนของคุณจึงไม่ตอบคำถามของคุณ?”
..โลกต่างหวังว่า..การเข้าใจในวิทยาศาสตร์แห่งความผูกพัน เป็นกุญแจสำคัญในการสร้างมิตรภาพ ที่ยั่งยืน และ ได้มีการค้นหา “กลุุ่มคนที่ใช่” ในโลกที่แตกแยกมากขึ้นเรื่อยๆหรือไม่?
..คำถามสำคัญก็คือว่า..เราจะรักษามิตรภาพไว้ได้อย่างไร? ในยุคที่เต็มไปด้วยสิ่งที่รบกวนความเหนื่อยล้าและความวุ่นวาย..โดยเฉพาะในสังคมที่มักให้คุณค่ากับความรักแบบ “โรแมนติก” มากกว่าความสัมพันธ์แบบอื่นๆ..!
“ดร.มาริซา” ได้อธิบายถึงข้อค้นพบใหม่ๆ ที่มักจะขัดแย้งกับสามัญสำนึกอันเกี่ยวกับความผูกพันระหว่างเรา..เช่นเดียวกับการสร้างความสัมพันธ์ใดๆ ที่จักต้องใช้ความพยายาม..ดังมีผู้กล่าวว่า การที่เราจะสร้างหรือรักษามิตรภาพ เราต้องเข้าใจรูปแบบของความผูกพันของตัวเราเอง ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบ ที่มั่นคง แบบวิตกกังวล หรือแบบหลีกเลี่ยง..!
…นี่คือกุญแจสำคัญ ในการไขปริศนาว่าอะไรจะได้ผล และอะไรที่จะล้มเหลวในมิตรภาพของเรา
…ว่ากันว่า การสร้างมิตรภาพใหม่ และการกระชับความสัมพันธ์ที่มีมายาวนานนั้น เป็นไปได้ในทุกช่วงวัย ซึ่งที่จริงแล้ว มันเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องเพราะ..มันมีวิธีการที่เฉพาะเจาะจง และอิงตามงานวิจัย เพื่อปรับปรุงทั้งจำนวนและคุณภาพของความสัมพันธ์ที่เป็นของเรา โดยใช้ข้อมูลเชิงลึก จากทฤษฎีความผูกพัน และ งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ล่าสุดที่เกี่ยวกับมิตรภาพ..!
..เหตุดั่งนี้..หนังสือ “PLATONIC” จึงเหมือนการนำเสนอ “พิมพ์เขียวแห่งรัก” ที่ชัดเจน ซึ่งนำไปสู่ การปฏิบัติได้จริง สำหรับการสร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่ง และ ยั่งยืนกับผู้อื่น..เพื่อการเป็นตัวของเราเองที่มีความสุข และ สมบูรณ์ที่สุด ในกระบวนการนี้ โดยรับข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับเคล็ดลับ การหาเพื่อนในวัยผู้ใหญ่ วิธีรักษาความสัมพันธ์กับเพื่อนๆ การแก้ไขความขัดแย้งในมิตรภาพของเรา กระทั่งได้ข้อตระหนักว่า“มิตรภาพที่ดียิ่งกว่านี้” ..จะเป็นอย่างไร? รวมถึง นัยแห่งมิตรภาพภายในอดีตของเราได้ส่งผลต่อวิธีที่แสดงออก ในฐานะเพื่อนอย่างไร???
ตามทฤษฎี..มิตรภาพของ “เพลโต” (Platonic Friendship/l Love) ถือเป็นความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น และใกล้ชิดกับทางอารมณ์และจิตวิญญาณ โดยปราศจากความรู้สึกทางเพศหรือความโรแมนติก เป็นความรักบริสุทธิ์ ที่เน้นถึงความห่วงใย..สนับสนุน และเติมเต็มตัวตนที่ดีที่สุด มองกันและกัน เป็นเพื่อนสนิทที่อยู่เคียงข้างกัน โดยไม่มีเงื่อนไข..ส่งเสริมกันและกัน เพื่อนแบบ“เพลโต”นี้จะช่วยดึงศักยภาพสูงสุดออกมา และจะสงบสุขในยามยาก เคารพให้เกียรติ และ ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วม รวมทั้งจะเคารพในขอบเขตของกันและกัน..!
นิยามที่เปิดกว้าง ของความสัมพันธ์แบบนี้ คือสถานะที่เกิดขึ้นได้ ระหว่างเพื่อน คนรู้จัก ซึ่งเป็นทั้งเพศเดียวกันและต่างเพศ..โดยไม่จำเป็นต้องเป็นคู่รัก..ปราศจากเรื่องเซ็กซ์ ความสัมพันธ์เชิงชู้สาว เพราะเป็นความสัมพันธ์ ที่ไม่ปรารถนาเชิงกายภาพเข้ามาเกี่ยวข้อง..!
“PLATONIC"..มาจากนักปรัชญาชาวกรีก ผู้เชื่อในความรักว่า “อยู่เหนือแรงดึงดูดทางกายภาพ” และมุ่งเน้นถึงการแสวงหาความจริง..มีสถานะเป็นลูกศิษย์ของนักปรัชญากรีกโบราณชื่อก้องโลก “โสคคราเตส” เขาเกิดในตระกูลขุนนาง..เมื่อประมาณปี 348 หรือ 347BC./มีชื่อจริงเดิมว่า “Aristocles” และเป็นผู้ก่อตั้งสำนักวิชา “Academy”…! อันเป็นที่พูดถึงและจดจำ..!
หนังสือ "PLATO" เล่มนี้แบ่งออกเป็น 8 บทตอน เริ่มด้วย
*การมีเพื่อนทำให้รู้จักตนเอง เข้าอกเข้าใจผู้อื่น เป็นมิตร และ มีชีวิตที่มีความหมายยิ่งขึ้น “การมีเพื่อนแท้ จะช่วยสะท้อนตัวตนที่แท้จริงของเรา” และ ความเป็นมิตรภาพ จะช่วยเติมเต็มชีวิตของเรา..ให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น..
*ความสัมพันธ์ในอดีต ส่งผลต่อเราอย่างไร?:ในทางทฤษฎี..ความผูกพัน! มีคำอธิบายว่า..คนที่เริ่มเลี่ยงคบใครไม่ได้นานๆ (Avoidant Attachment) จะถอนตัวออกจากความสัมพันธ์ก่อนเวลาอันควร/..คนที่รู้สึกผูกพันแบบวิตกกังวล(Anxious Attachment) มักจะกลัวการถูกทอดทิ้ง/รวมทั้ง คนที่มีความผูกพันแบบมั่นคง(Secure Attachment)จะสามารถเชื่อมโยงและมอบความรักให้ได้!
*การสามารถที่จะมีเพื่อนใหม่ๆเพิ่มขึ้น โดยการเข้าหาคนอื่นมากขึ้น “อย่ารอโชคชะตา” เพื่อนที่ดีมาจากการที่เรากล้าเริ่มผูกมิตรกับคนอื่นๆ/ ให้เข้าร่วมกิจกรรมบ่อยๆเพื่อจะได้เจอคนอื่นๆ “เจอบ่อย-คุ้นเคย-สนิทสนม”/..เวลาที่เรากล้าที่จะเข้าหาคนใหม่ๆ..ให้คิดเสียว่า คนๆนั้นก็ปรารถนาที่จะรู้จักเราเช่นกัน..!
*การเปิดเผยความเปราะบาง จะช่วยให้เราสบายขึ้น/การแชร์ด้านที่อ่อนแอ ไม่ได้ทำให้เราดูแย่ แต่จะทำให้เราสนิทสนมกันมากขึ้น/..เลือกคนที่เราไว้ใจ และฝึกเมตตาตัวเองไปพร้อมกัน/..กล้าบอก กล้าเล่าความรู้สึกไปตรงๆ แม้จะละเลย สิ่งที่ทำให้น้ำตาไหล!
*เป็นตัวเอง ในการแสวงหามิตรภาพ ..การเป็นตัวเอง คือภาวะที่ไม่ถูกกระทำจากความคิดของคนอื่น แต่เปิดเผยธาตุแท้ที่เปี่ยมไปด้วยความเข้าใจ/เหตุการณ์ไม่ดีในมิตรภาพ ไม่ได้แปลว่าเราล้มเหลว แต่มันคือบทเรียนที่เราจะผ่านไปได้/เวลาที่รู้สึกกลัว ลองโฟกัสที่เพื่อนตรงหน้า ไม่ใช่ความกังวลในหัว/ และต้องถือว่า การถูกปฏิเสธไม่ใช่จุดจบ แต่คือขั้นบันไดที่ทำให้เรา ได้เดินต่อไปอย่างมั่นคง..!
*วิธีอยู่รับมือกับความโกรธ และวิธีรับมือกับความขัดแย้ง/..ให้ถือว่า..ความขัดแย้งเป็นเรื่องที่ธรรมดา/แยกความผิดพลาดออกจากคุณค่าของตัวเอง/สงบสติอารมณ์ ให้บอกความรู้สึกตรงๆ/มองและฟังจากมุมของเพื่อน/..ตอบสนองความกังวลของเพื่อนด้วยความเข้าใจ การยืนยันความรู้สึก และ ความเอาใจใส่/ขอจงจำไว้ว่า..ต่อให้ความขัดแย้ง ลงเอยด้วยความล้มเหลว เราก็ทำถูกแล้วที่รับมือ อย่างดีที่สุดในแบบของตัวเอง!
*สร้างความสัมพันธ์แบบเกื้อกูล มิตรภาพที่ยั่งยืนนั้น เกิดจากการให้โดยไม่หวังผลตอบแทน ให้เข้าใจว่าที่เราช่วยเพราะอยากเชื่อมโยง ไม่ใช่เพื่อหนี้บุญคุณ!
*สุดท้าย…การแสดงความรักต่อเพื่อน เป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็น/ให้เปิดรับการแสดงความรักจากเพื่อนด้วยการรักตอบ เพื่อแสดงถึงการมีเจตนาอันบริสุทธิ์ ให้บอกเพื่อนว่า “คุณมีความหมายกับฉัน”/ฉลองความสุขเล็กๆให้กันและกัน/การยิ้มทักทาย หรือสัมผัสเล็กๆ ก็เป็นการ “ส่งสัญญาณรัก”
โดยสรุป “..PLATONIC” ไม่ใช่ความรักที่ขาด…แต่เป็นความรักที่ “เต็มในแบบ…เพื่อน”
..เมื่อถึงวารวันแห่งการรำลึกถึงความรัก..หัวใจของคนเราก็ควรจะได้มีการทบทวนถึงนัยความหมายแห่งความรักกันอีกสักครั้ง มันคือตราประทับแห่งโจทย์ทางความรู้สึก ที่ยากจะมีวันเข้าใจและขบแตกกันอย่างง่ายๆ ประสบการณ์เกี่ยวกับความรัก จะย้อนกลับและกระตุ้นเตือนเพื่อให้เราได้พินิจพิเคราะห์บทบาทแห่งความรักในทุกๆโอกาสแห่งลมหายใจเข้าออก เป็นอารมณ์ร่วมของชีวิตที่ยากจะให้ข้อสรุปอันเบ็ดเสร็จหรือถาวร
เหตุนี้..ในความเป็นชีวิตหนึ่ง การเรียนรู้ รับรู้ และสังเกตในเงื่อนไขนานาของความรักนั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญในทุกเมื่อ ทุกๆช่วงวัย.. “PLATONIC”..ถือเป็นอุบัติการณ์ความรักในอีกปัจจัยของศรัทธาหนึ่งที่อยู่คู่โลกมายาวนาน เป็นศรัทธาความคิดที่เกิดจากนักคิดคนสำคัญของโลก ที่ได้อธิบายและแจกแจง ความเป็นชีวิตของความรักออกมาด้วยรูปรอยแห่งคความเข้าใจ ภาวะชีวิตของการอยู่ร่วมกันอันบริสุทธิ์ มันคือ “นัยซ้อนอยู่ในนัย”..ที่ผู้คนจักต้องหยั่งรู้และขบแตก เพียงด้วยตัวเองเพียงเท่านั้น!
"ศิริกมล ตันติวิทยาพิทักษ์” ถอดความและแปลหนังสือเล่มนี้ออกมา ด้วยคุณลักษณะของความเข้าใจและรักใน“ศาสตร์แห่งรัก” เป็นหนังสือที่สมควรสดับรู้ในทุกเมื่อ ที่ชีวิตต้องหมุนคว้างอยู่กับปริศนาของความรัก …ความรักแบบ “เพลโต”ถูกมองว่า เหนือชั้นกว่าความรักเชิงชู้สาว ไม่มีเรื่องเพศเข้ามาเกี่ยวข้อง คนในยุคสมัยนี้เพียงปรารถนาใครสักคนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจ
“ทิ้งตัว” ปรึกษาได้ทุกครั้งที่มีเรื่องทุกข์ ซึ่งส่วนใหญ่คู่รักในชีวิตจริงของโลกแห่งตัวตน จะทำไม่ได้และยากจะให้โอกาสแก่กันและกัน! เหตุนี้..ความรัก แบบชู้สาวจึงมีบางสิ่งที่ขาดหาย นั่นคือนัยความรู้สึกอันยิ่งใหญ่ของความเป็น “มิตรภาพตลอดกาล และ ตลอดๆไป” ..!!
“เราจักเป็นเพื่อนแห่งชีวิตที่ดีกว่าเดิม และเป็นมนุษย์ที่ดียิ่งขึ้น..ด้วยความรักที่ไม่ปรารถนาในร่างกาย แต่ปรารถนาในความเจิดจรัสของแสงศักดิ์สิทธิ์..ที่ฉายผ่านร่างกาย..!!”
#ปากกาขนนก #PlatonicLove #รักไม่ใคร่ #โซลเมต #จิตวิทยาความรัก #มิตรภาพแท้ #ความรักบริสุทธิ์ #หนังสือน่าอ่าน #วรรณกรรมชีวิต