'อภิสิทธิ์'ผุด แพลตฟอร์มส่องรัฐ เบรคแก้ รธน.กระทบสถาบันพระมหากษัตริย์
17 ก.ค. อาคารกีฬาเวสน์ 1 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) ดินแดง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ระบุ"เนชั่น กรุ๊ป" เปิดเวทีแสดงวิสัยทัศน์ "NATION ELECTION 2569" จุดเปลี่ยนประเทศไทย
ร่วมเกาะติดเวทีดีเบตครั้งสำคัญ จาก 8 พรรคการเมืองและแคนดิเดตนายกฯ ช่วงชิงคะแนนนิยม ในศึกชิงเก้าอี้นายกรัฐมนตรีคนที่ 33
หากได้เป็นนายกฯ 1 ปีแรกที่จะทําให้ประสบความสําเร็จ ตั้งคณะรัฐมนตรีที่ประกอบไปด้วยบุคคล ซื่อสัตย์ มืออาชีพ ถ้าหากมีพรรคการเมืองอื่นเข้ามาร่วมรัฐบาลต้องมีความรู้ความสามารถและความซื่อสัตย์ แต่เหนือสิ่งอื่นใด ใครมาร่วมกับเราเมื่อทำงานไปแล้วตนจะใช้มาตรฐานการเมืองที่สูงกว่ามาตรฐานทางกฎหมายเหมือนที่เคยทำมา ปลดออกจากคณะรัฐมนตรีหากมีข้อสงสัย
1 ปีแรกคือการวางรากฐานสู่บ้านเมืองสุจริตและเศรษฐกิจที่ดีเราเริ่มต้น มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น เงินออกเร็ว และง่าย ให้พี่น้องประชาชนลืมตาอ้าปากได้ และบรรดานโยบายทั้งหลายที่เราตั้งไว้ เพื่อช่วยกลุ่มเปราะบาง จะได้สิทธิ์นั้นทันที หลังผ่านพรบ.งบประมาณปี 2570 รถไฟฟ้าราคา 25-30บาท รวมถึงการประกันรายได้ ยกระดับการบรรเทาสาธารณภัยขึ้นตรงกับนายกฯ เพื่อให้มีประสิทธิภาพ
ปัญหาทุนเทาจะถูกปราบปรามจากการโยกย้ายคนที่เป็นอุปสรรคในปัจจุบัน สามารถอายัดสินทรัพย์ที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ การซื้อขายคริปโต ทองคําต้องรายงาน เราจะวางรากฐานออกกฎหมายแม่บทในการปลดล็อกแก้กฎหมายอุปสรรคในการทํามาหากินและการประกอบอาชีพและการเชื่อมโยงข้อมูลรัฐทั้งหมดเพื่อประสิทธิภาพในการทํางานกับประชาชนในงานบริการ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ภาคเอกชนไปใช้ได้ในภาคธุรกิจ การเปิดข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างเชื่อมโยงกับการบัญชีทรัพย์สิน เพื่อให้ เอไอ ตรวจจับทุจริตได้มีประสิทธิภาพมีแพลตฟอร์มส่องรัฐเกิดขึ้นทันที
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า เราจะเดินหน้าการต่างประเทศ การค้าสหรัฐและยุโรปตั้งทูตธุรกิจเชิงรุกเชิญชวนการลงทุนสู่อุตสาหกรรมเป้าหมายที่กําหนดไว้ เปิดเสรีโซลาร์เซลล์ วางรากฐานระบบไฟฟ้าไปสู่การลดค่าไฟถาวรโดยไม่ต้องใช้เงินภาษี แทนที่เราได้เตรียมไว้มีความชัดเจนทั้งในเรื่องขั้นตอนกฎหมายและงบประมาณ เพื่อนําไปสู่เป้าหมาย 4 ปีที่เศรษฐกิจจะต้องเติบโต ปีแรกจะเห็นฟ้าใหม่ไล่เมฆเทาและเห็นฟ้าหลังฝน เพื่อให้หายจน
นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวต่อว่า พรรคประชาธิปัตย์มีมติของคณะกรรมการบริหารพรรคไปแล้วหากเราพบสิ่งเหล่านี้ในระหว่างการเลือกตั้ง เราจะประกาศไม่สนับสนุนและมีการสอบวินัยดําเนินการเช่นเดียวกันเพื่อให้หลุดไปจากวงจรการเมือง
สําหรับมาตรฐานความรับผิดชอบทางการเมือง ตนเคยทํามาแล้วในช่วงเป็นนายกรัฐมนตรี และเห็นด้วยกับการใช้เทคโนโลยีที่มาช่วยตรวจจับการคอร์รัปชั่น เพิ่มการการซื้อขายตําแหน่งในระบบราชการต้องมีการปรับเปลี่ยนให้กระบวนการโยกย้ายระดับสูงของทุกกระทรวงมีความโปร่งใสมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึง การแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ทุกพรรคการเมืองเคยพิจารณาเรื่องนี้อยู่แล้ว แต่ปัญหาตนเห็นด้วยว่าทําไมคนตั้งคําถามถึงตั้งคําถามเช่นนี้ แต่อยากหาทางออกให้ว่าทุกคนจะสบายใจที่จะเห็นชอบ หากทุกพรรคยืนยันไม่แก้หมวด 1หมวด 2 และไม่แก้เพื่อให้นักการเมืองหลุดพ้นจากการตรวจสอบ ประชาชนจะได้เห็นชอบอย่างสบายใจ
พร้อมยืนยันว่า การแก้หมวด1หมวด2 หากจะทํา ต้องบอกมาเลยว่าจะแก้อย่างไรเพราะจะต้องไปทําประชามติเฉพาะประเด็นนั้น แม้การแก้รัฐธรรมนูญเปลี่ยนแปลงรูปของรัฐไม่ได้ แต่มีการแก้กฎหมายกระทบสถานะสถาบันพระมหากษัตริย์มาแล้ว
นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึง บทบาทของกองทัพกับรัฐบาลพลเรือน ในการทํางานร่วมกันว่า ช่วงที่เคยดำรงตำแหน่งนายกฯ สนับสนุนภารกิจกองทัพในการปกป้องประเทศเต็มที่ และสนับสนุนให้กองทัพมีบทบาทช่วยเหลือประชาชนในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะกรณีภัยพิบัติ มักจะมีการตั้งคำถามทำนองว่ารัฐบาลพลเรือนสามารถให้กองทัพปฏิบัติตามนโยบายได้หรือไม่ จากประสบการณ์การแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตนบอกว่าเวลาเจ้าหน้าที่ของกองทัพไปทำอะไร เกิดปัญหากับประชาชนต้องมีการตรวจสอบรับผิดชอบ กองทัพก็ให้ความร่วมมือ แม้แต่การเริ่มกระบวนการการพูดคุยผู้นำเหล่าทัพ ไม่เห็นด้วย แต่เมื่อบอกเป็นนโยบายของรัฐบาลเขาก็เดินตาม เช่นเดียวการยกเลิกกฎอัยการศึก การประกาศภาวะฉุกเฉินในบางพื้นที่ กองทัพมีลังเล แต่เมื่อบอกว่าเป็นนโยบายเขาก็ทำกันทั้งหมด
ยืนยันว่าคนเป็นผู้นำพลเรือนถ้ามีเหตุผลตนมองไม่เห็นว่า ทำไมกองทัพจะเป็นอุปสรรคในการขับเคลื่อนนโยบายเหล่านั้น แต่การที่จะปรับปรุงกองทัพก็จะต้องทำเรื่องการทบทวนอัตรากำลังพลเพื่อนำไปสู่ระบบทหารอาสา รวมถึงการพัฒนาการผลิตอาวุธภายในประเทศเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจและการจัดซื้ออาวุธโปร่งใสเป็นเครื่องมือเศรษฐกิจแลกเปลี่ยนต่อรองในการส่งออกสินค้าหรือถ่ายทอดเทคโนโลยีของเรา