โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

ชีวิตราคาถูก ในประเทศที่รัฐมองไม่เห็นหัวประชาชน

The Momentum

อัพเดต 18 มกราคม 2569 เวลา 0.25 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • THE MOMENTUM

“อีกแล้วเหรอ” คือคำแรกที่หลายคนอุทานขึ้นเมื่อเห็นข่าวเครนถล่มที่ถนนพระราม 2 เมื่อวันที่ 15 มกราคมที่ผ่านมา จนมีผู้เคราะห์ร้ายเสียชีวิตไป 2 คน

หนึ่งวันก่อนหน้านั้น เพิ่งมีเหตุเครนถล่มใส่รถไฟ มีประชาชนที่ไม่รู้เรื่องราวอะไรเสียชีวิตไป 32 คน เป็นอุบัติเหตุใหญ่ของการรถไฟฯ ในรอบหลายสิบปี ทำให้การเดินทางโดยรถไฟซึ่งควรจะปลอดภัยที่สุด กลายเป็นเสี่ยงภัยขึ้นมาทันตา

ส่วนความรู้สึกของผมก็คือ ทำไมชีวิตคนไทยมันราคาถูกนัก (วะ) ใช้รถใช้ถนนอยู่ดีๆ ก็เสียชีวิต นั่งรถไฟอยู่ดีๆ ก็มีเครนหล่นลงมาทับ มีแต่เรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้น

ที่สำคัญคือเรื่องพวกนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เรารู้กันดีว่าโครงการก่อสร้างบนถนนพระราม 2 ช่วง 10 ปีที่ผ่านมานั้น คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วเป็นร้อยคน เพียงแค่ขยายถนน-สร้างทางด่วนด้านบน ขณะที่อาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ก็เพิ่งถล่มไปไม่ถึงปีจากเหตุแผ่นดินไหวที่อยู่ไกลไปหลายร้อยกิโลเมตร ทำให้มีคนเสียชีวิตไปอีกเป็นร้อยคนเช่นกัน

นี่ยังไม่นับรวมเหตุหลุบยุบที่ถนนสามเสน เหตุสะพานถล่มที่ลาดกระบัง เหตุอุโมงค์ถล่มที่อุดมสุข… เรามีภัยพิบัติที่เกิดจากการก่อสร้างจำนวนมาก ขณะเดียวกัน เรามีโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่อีกเป็นจำนวนมาก ในกรุงเทพฯ กำลังก่อสร้างรถไฟฟ้าพร้อมกันอีก 2 สาย ในต่างจังหวัด หลายจังหวัดภาคเหนือกำลังทำรถไฟทางคู่ หลายจังหวัดภาคอีสานกำลังก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงสายเดียวกับที่เป็นข่าว

นี่มันเรื่องอะไรกัน (วะ)… นั่งคิดดีๆ ผมคิดว่าเรื่องนี้มีความผิดปกติอยู่ 3 ประเด็น

1.ความน่าเชื่อถือในการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ของรัฐกำลังมีปัญหา

จริงๆ แล้ว บริษัทก่อสร้างผู้ดูแลโครงการอาคาร สตง. การก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงที่เครนถล่มทับรถไฟ และโครงการก่อสร้างทางด่วน M82 เป็นบริษัทระดับโลก ไม่ได้ก่อสร้างเพียงในไทย แต่ยังขยายโครงข่ายงานไปรับงานก่อสร้างขนาดใหญ่หลายประเทศภูมิภาคนี้ หลายถนน-ทางด่วน-รถไฟฟ้า ทว่าอยู่ดีๆ บริษัทที่น่าเชื่อถือกลับผิดพลาดซ้ำๆ ติดกันหลายครั้ง

ข้อสันนิษฐานจากหลายๆ คนพบว่า บริษัทมีปัญหาเรื่อง Cash Flow จากเหตุท่าเรือน้ำลึกที่ทวาย เมียนมา เมกะโปรเจกต์ซึ่งถูกยกเลิกจากการรัฐประหารในเมียนมา และโครงการรถไฟความเร็วสูง 3 สนามบิน ซึ่งเริ่มก่อสร้างไม่ได้เสียที ทำให้เงินหมุนมีปัญหารุนแรง ยังไม่นับรวมกรณี ‘เสือดำ’ ซึ่งแน่นอนว่าสั่นคลอนต่อภาพลักษณ์-ความน่าเชื่อถือของผู้บริหารบริษัท

แต่ข้อสังเกตกรณีนี้ก็คือ เพราะเหตุใด บริษัทใหญ่ที่มีความน่าเชื่อถือ มีประสบการณ์โครงการขนาดใหญ่ของรัฐ จึงกลายสภาพเป็นบริษัทที่ก่อสร้างอะไรก็มีปัญหา ทั้งที่ในทางวิศวกรรม เรื่องความปลอดภัย Safety Factor เป็นเรื่องใหญ่มาก เป็นเรื่องที่ควรคำนึงถึงเป็นลำดับต้นๆ

เป็นคำถามที่ยังไม่มีคำตอบ และน่าจะไม่ได้คำตอบในเร็วๆ นี้ หากโครงสร้างประเทศยังคงเป็นแบบเดิม

2.ระบบตรวจสอบ-ติดตามของรัฐใช้ไม่ได้จริง

เรื่องใหญ่อีกเรื่องก็คือ ทุกครั้งที่เกิดเหตุเช่นนี้ ไม่ว่ารัฐบาลไหนจะพูดอยู่เสมอว่า เตรียม ‘แบล็กลิสต์’ ผู้รับเหมาต้นเหตุของเครนถล่ม เตรียม ‘สมุดพก’ ไว้ตัดคะแนนการรับงานของรัฐ

ทว่าเมื่อถึงเวลาจริง ปัญหาความปลอดภัยก็เกิดจากบริษัทเดิมซ้ำแล้วซ้ำอีกอยู่ดี

นั่นหมายความว่า ‘คะแนน’ ในสมุดพกของรัฐอาจไม่มีค่าเท่ากับ ‘เส้นสาย’ หรือ ‘โควตา’ ที่ตกลงกันไว้หลังม่าน เป็นที่รู้กันว่าระบบการคัดเลือกผู้รับเหมาที่น่าเชื่อถือ มีประสบการณ์ แต่ในอีกด้านก็เน้นเกณฑ์ราคาต่ำสุด หรือเกณฑ์ความสัมพันธ์พิเศษ ทำให้บริษัทที่มีปัญหาขาดสภาพคล่องรุนแรงยังคงได้รับความไว้วางใจให้ดูแลโครงการ และแม้จะก่อเหตุผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก็ยังได้งานโครงการใหญ่ๆ เสมอ

บริษัทเจ้าปัญหาที่ควรจะโดนตัดคะแนนจากสมุดพกยังคงได้รับงานก่อสร้างทางด่วนสายใหม่ สะพานข้ามแม่น้ำสายใหม่ ทั้งที่โครงการเดิมยังอยู่ในสถานะลูกผีลูกคน แต่ปัญหาของประเทศนี้คือ บริษัทก่อสร้างรายใหญ่ที่สามารถรับงานสเกลนี้ได้ก็มีไม่กี่ราย ว่ากันที่หลังฉาก แต่ละบริษัทอาจแบ่งกันแล้วด้วยซ้ำว่าใครจะรับโครงการไหน แล้วจะแบ่งโครงการไหนให้ใครต่อ

ส่วนความผิดพลาดในการก่อสร้าง ก็กลายเป็นเรื่องที่ประชาชนต้องรับความเสี่ยงเอาเอง แม้ทุกครั้งจะมีสัญญาณจากรัฐบาลว่าจะต้อง ‘ถอดบทเรียน’ และหาข้อสรุปสาเหตุ แต่จนถึงวันนี้หลายเหตุการณ์ยังไม่มีข้อสรุปใดๆ ยังแทบไม่มีใครต้องรับผิดชอบ นอกจากบริษัทเดิมยังสามารถรับงานต่อได้แล้ว ผู้บริหารหน่วยงานหลายแห่งก็ยังเป็นคนเดิมที่อยู่ในเก้าอี้เดิมต่อ

เรื่องพวกนี้จึงรอเพียงคนลืม แล้วก็เกิดเหตุใหม่ซ้ำอีกรอบ

3.หรือจะมีคอร์รัปชัน

เมื่อเกิดเหตุบ่อยครั้งแบบนี้ คำถามที่ตามมาอย่างเลี่ยงไม่ได้คือ ในเมื่อความบกพร่องเกิดขึ้นซ้ำซาก ทำไมกลไกการเอาผิดถึงดูไม่จริงจัง มีแต่เพียงการจ่ายเงินชดเชยให้กับครอบครัวผู้เคราะห์ร้าย แล้วเหตุแบบเดิมก็เกิดขึ้นอีกโดยไม่มีใครต้องรับผิดชอบ

สมมติฐานที่เลวร้ายที่สุด แต่อาจใกล้เคียงความเป็นจริงมากที่สุด คือการคอร์รัปชันในเชิงระบบ ตั้งแต่กระบวนการประมูลงานที่อาจมีการใช้อิทธิพลทางการเมืองเพื่อให้บริษัทบางรายได้งานต่อเนื่อง แม้จะมีประวัติความปลอดภัยที่เลวร้ายก็ตาม หรืออาจเป็นได้ทั้งบริษัทต้องจ่ายเงินทอนคืนผู้อนุมัติโครงการในสัดส่วนที่สูงเพื่อให้ได้งานมา สิ่งที่ตามมาก็คือการรีดงบประมาณในส่วนที่ไม่สำคัญออกไป มาตรฐานวิศวกรรมที่เคยถูกคำนวณไว้ดิบดี ถึงที่สุด ถูกลดทอนลงเพื่อชดเชยเงินที่หายไปใต้โต๊ะ ประชาชนจึงกลายเป็นผู้จ่ายส่วนต่างนั้นด้วยชีวิต

รัฐบาลมักอ้างเรื่องการเยียวยาด้วยตัวเงินหลักแสนบาทหรือหลักล้านบาท แต่คำถามคือชีวิตคนไทยถูกประเมินค่าไว้ต่ำเพียงเท่านี้หรือ

ในขณะที่งบประมาณโครงการพุ่งสูงขึ้นระดับหมื่นล้าน แต่ความปลอดภัยกลับถอยหลังลงคลอง นี่คือเครื่องสะท้อนความล้มเหลวในการกำกับดูแลอย่างสิ้นเชิง

เหตุการณ์เครนถล่มจึงไม่ใช่เพียงอุบัติเหตุ หากคือการ ‘ฆาตกรรม’ ผ่านความเมินเฉยของบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างที่มอง Safety Factor เป็นเรื่องเล็ก และความเพิกเฉยของรัฐ ผู้กำกับดูแลโครงการ ที่ปล่อยให้เรื่องเดิมผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำอีก

หากรัฐบาลยังคงเดินหน้าโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่โดยใช้ระบบเดิม ไม่รื้อระบบตรวจสอบ ไม่กล้าแบนบริษัทที่ไร้มาตรฐานจริงจัง และยังปล่อยให้เส้นสายทางการเมืองอยู่เหนือความปลอดภัย การใช้ถนนทุกเส้น ใช้รถไฟทุกขบวน ก็ไม่ต่างกับการเดินเข้าหาความเสี่ยงโดยที่ไม่มีสิทธิเลือก

ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ ‘สมุดพก’ ต้องบังคับใช้งานจริง ‘แบล็กลิสต์’ ไม่ได้เป็นเพียงแค่คำขู่ แต่มีไว้เพื่อกำจัดผู้รับเหมาที่มองข้าม Safety Factor มองชีวิตประชาชนเป็นเรื่องสำคัญมากกว่านี้

เพราะราคาของความมักง่ายที่รัฐจ่ายด้วยงบประมาณจากภาษีประชาชน คือราคาเดียวกับที่ประชาชนต้องจ่ายด้วยชีวิต… ซึ่งไม่ควรมีใครต้องจ่ายอีกแล้ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...