โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สรุปคดี 'ทรัมป์-เฟด' ยกแรกกับการปลด 'ลิซา คุก' เปิดมุมมองศาลฎีกาต่อการเมือง

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เมื่อคืนวันพุธที่ 21 ม.ค. ตามเวลาในไทย ศาลสูงสหรัฐได้เปิดการไต่สวนที่ทั่วโลกจับตามองในคดีที่ "ลิซา คุก" กรรมการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยื่นฟ้องประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อ "โต้แย้งอำนาจของประธานาธิบดี" ที่สั่งปลดเธอออกจากตำแหน่งทันทีโดยกล่าวหาว่าเธอฉ้อโกงสินเชื่อที่อยู่อาศัย ทั้งที่ไม่เคยมีการตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการ

การไต่สวนเมื่อวานนี้ใช้เวลาประมาณเกือบ 2 ชั่วโมง แต่ยังไม่มีคำตัดสินใดๆ ออกมา และยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าศาลฎีกาจะใช้เวลานานเท่าไรในการวินิจฉัย

อย่างไรก็ตาม การไต่สวนครั้งนี้ก็ได้เผยให้เห็น "ท่าทีที่ระมัดระวัง" ของผู้พิพากษาศาลสูงสหรัฐและแนวโน้มที่อาจเกิดขึ้น ซึ่ง ผู้พิพากษาหลายคนส่งสัญญาณชัดถึงความกังวลต่อผลกระทบเชิงโครงสร้างของระบบการเงินสหรัฐ หลายคนเตือนผลกระทบที่อาจลุกลามถึงความเชื่อมั่นตลาด หากเปิดช่องให้ฝ่ายการเมืองแทรกแซงเฟดได้ง่าย

เบื้องต้นบลูมเบิร์กได้สรุปสาระสำคัญจากการไต่สวนครั้งนี้ออกมาได้ ดังนี้

ศาลไม่สบายใจกับเหตุผลฝ่ายรัฐบาล

ผู้พิพากษาส่วนใหญ่ตั้งคำถามอย่างหนักต่อแนวโต้แย้งของฝ่ายรัฐบาล โดยชี้ว่าการปลดกรรมการเฟดในลักษณะนี้อาจบ่อนทำลายความเป็นอิสระของธนาคารกลาง และเสี่ยงสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อความเชื่อมั่นของตลาดการเงิน

บทบาทศาลยังจำเป็น

ประธานศาลฎีกา จอห์น โรเบิร์ตส์ แสดงความไม่สบายใจกับแนวคิดที่ว่า ศาลไม่มีบทบาทใดๆ ในการตรวจสอบการตัดสินใจของประธานาธิบดี โดยเฉพาะในกรณีที่เจ้าหน้าที่รัฐได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายว่า จะถูกปลดได้เฉพาะเมื่อมี “เหตุอันสมควร”

ขั้นตอนการปลดสำคัญไม่แพ้เหตุผล

ก่อนจะไปถึงคำถามว่า ทรัมป์มีเหตุอันสมควรในการปลดคุกหรือไม่ อัยการสหรัฐ ดี. จอห์น ซาวเออร์ ต้องเผชิญคำถามเชิงสงสัยเกี่ยวกับกระบวนการปลดลิซา คุก โดยเฉพาะการอ้างว่า "ข้อความบนโซเชียลมีเดียของประธานาธิบดีถือเป็นการแจ้งอย่างเป็นทางการ"

ผู้พิพากษาเอมี คอร์นีย์ บาร์เร็ต ตั้งข้อสังเกตว่า ทำไมทรัมป์จึงไม่เปิดโอกาสให้คุกเข้าชี้แจงหรือปกป้องตนเองแบบเผชิญหน้า ก่อนจะมีคำสั่งปลดออกมา

“เหตุอันสมควร” นิยามนี้ไม่ชัดเจน

ผู้พิพากษาหลายคนหลีกเลี่ยงการกำหนดเส้นแบ่งตายตัวว่า พฤติกรรมแบบใดจึงจะเข้าข่ายเป็น “เหตุอันสมควร” สำหรับการปลดผู้ว่าการเฟด เนื่องจากกฎหมายธนาคารกลางสหรัฐไม่ได้ใช้ถ้อยคำเดียวกับกฎหมายอื่นๆ ที่ระบุชัดถึง “ความไร้ประสิทธิภาพ” “การละเลยหน้าที่” หรือ “การทุจริต”

เศรษฐกิจและตลาดคือหัวใจของคดี

ผู้พิพากษา เบรตต์ คาวานอห์ เตือนว่า หากศาลรับคำโต้แย้งของฝ่ายรัฐบาล อาจทำให้ความเป็นอิสระของเฟด “พังทลาย” และส่งผลระยะยาวต่อระบบเศรษฐกิจ

ด้านพอล เคลมองต์ ทนายความของคุกย้ำว่าแก่นแท้ของคดีคือ "ความเชื่อมั่นของตลาด" และสิ่งสำคัญสูงสุดคือ ตลาดต้องไม่รู้สึกว่าการลดดอกเบี้ยเกิดจากแรงกดดันทางการเมือง

นัยทางการเมืองระยะยาว

คาวานอห์ยังแสดงความกังวลว่า หากศาลตัดสินเข้าข้างรัฐบาล จะเปิดทางให้ประธานาธิบดีในอนาคตสามารถหาเหตุผลใดๆ มาปลด "ประธานเฟด" ที่ได้รับการแต่งตั้งจากรัฐบาลชุดก่อน ซึ่งอาจเปลี่ยนโครงสร้างอำนาจของธนาคารกลางสหรัฐไปอย่างสิ้นเชิง

ทั้งนี้ ปัจจุบัน ลิซา คุก ยังคงทำหน้าที่เป็นกรรมการเฟดต่อไป หลังจากชนะคดีในชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ซึ่งมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวไม่ให้ถูกปลดออกจากตำแหน่งระหว่างการพิจารณาคดีในชันศาลฎีกา

ขณะที่การตัดสินของศาลฎีกาสหรัฐในคดีนี้ หากที่สุดแล้วศาลยืนตามแนวทางเดิมและปฏิเสธคำร้องของฝ่ายบริหาร ก็อาจถูกมองว่าเป็น “ชัยชนะแรก” ของเฟดในการรักษาความเป็นอิสระ ก่อนที่จะไปสู่กรณีของ "เจอโรม พาวเวลล์" ประธานเฟด ที่ถูกขึ้นเรียกให้การต่อคณะลูกขุนใหญ่ของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐ เกี่ยวกับการก่อสร้างอาคารสำนักงานใหม่ของเฟด และอาจนำไปสู่การตั้งข้อหาคดีอาญาตามมา ซึ่งเป็นประเด็นที่ทั่วโลกต้องจับตาอย่างใกล้ชิดต่อไป

ที่มา: Bloomberg

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...