โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ทรัมป์เตือนอาจมีทหารสหรัฐฯ เสียชีวิต หลังเปิด “ปฏิบัติการรบใหญ่” ถล่มอิหร่าน

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีแห่ง สหรัฐอเมริกา แถลงว่า สหรัฐฯ ได้เริ่ม “ปฏิบัติการรบครั้งใหญ่” ต่อ อิหร่าน พร้อมเตือนว่าอาจมีทหารอเมริกันเสียชีวิตจากปฏิบัติการดังกล่าว

ทรัมป์ระบุผ่านวิดีโอที่เผยแพร่บนแพลตฟอร์ม Truth Social ว่า เป้าหมายของการโจมตีคือการทำลายขีปนาวุธของอิหร่านและ “กวาดล้างกองทัพเรือ” ของเตหะราน โดยย้ำว่า รัฐบาลของเขาได้ดำเนินมาตรการทุกทางเพื่อลดความเสี่ยงต่อกำลังพลสหรัฐฯ ในภูมิภาคแล้ว

"ชีวิตของวีรบุรุษอเมริกันอาจต้องสูญเสีย และเราอาจมีความสูญเสีย ซึ่งเกิดขึ้นได้ในสงคราม” ทรัมป์กล่าว พร้อมระบุว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็น “ภารกิจอันทรงเกียรติ” เพื่ออนาคต

กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่าปฏิบัติการดังกล่าวใช้ชื่อว่า “EPIC FURY” และคาดว่าจะดำเนินต่อเนื่องหลายวัน ต่างจากการโจมตีครั้งก่อนในเดือนมิถุนายนที่มุ่งเป้าไปยังโรงงานนิวเคลียร์อิหร่าน

ด้านเจ้าหน้าที่อิหร่านส่งสัญญาณเตรียมตอบโต้ “อย่างรุนแรง” ขณะที่กองทัพอิสราเอลเปิดเผยว่าเตหะรานได้ยิงขีปนาวุธมายังอิสราเอลแล้ว ท่ามกลางความเสี่ยงที่ความขัดแย้งจะขยายวงกว้างในภูมิภาค

ทรัมป์ยังเรียกร้องให้สมาชิกกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) วางอาวุธ โดยสัญญาว่าจะให้ความคุ้มกัน หากไม่ปฏิบัติตาม ทางเลือกที่เหลือคือ “ความตายอย่างแน่นอน”

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังการเจรจาระหว่างวอชิงตันและเตหะรานเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์รอบล่าสุดไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ ทรัมป์กล่าวว่าอิหร่านปฏิเสธทุกโอกาสในการยุติความทะเยอทะยานด้านนิวเคลียร์

นอกจากนี้ ผู้นำสหรัฐฯ ยังส่งสัญญาณถึงประชาชนอิหร่าน โดยระบุว่าเมื่อปฏิบัติการสิ้นสุดลง พวกเขาควร “ยึดรัฐบาลของตนเอง” และชี้ว่านี่อาจเป็นโอกาสสำคัญที่สุดในหลายชั่วอายุคน

ท่าทีดังกล่าวสะท้อนการยกระดับเชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ต่ออิหร่าน และเพิ่มความเสี่ยงต่อเสถียรภาพตะวันออกกลาง ทั้งด้านความมั่นคง พลังงาน และตลาดการเงินโลกในระยะต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...