"เอกวาดอร์” รับอานิสงส์ภาษีกุ้งสหรัฐฯ ส่งออกพุ่ง 48% สวนไทยยอดขายหด
กองนโยบายและแผนพัฒนาการประมง กรมประมง อัปเดตความคืบหน้าสถานการณ์การค้าสินค้ากุ้งในตลาดสหรัฐฯ ภายหลังมาตรการภาษีตอบโต้ของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ที่ส่งผลกระทบต่อประเทศคู่ค้าหลายประเทศ รวมถึงไทย พร้อมเปิดไทม์ไลน์อย่างน่าสนใจ
เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2568 นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ประกาศใช้มาตรการภาษีตอบโต้ (reciprocal tariffs) กับประเทศที่เกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ โดยไทยถูกเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมสูงถึงร้อยละ 36 ขณะที่จีนร้อยละ 34 เวียดนามร้อยละ 46 อินโดนีเซียร้อยละ 32 และอินเดียร้อยละ 26
ต่อมา วันที่ 9 เมษายน 2568 ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศชะลอมาตรการดังกล่าวเป็นเวลา 90 วัน แต่ยังคงเก็บภาษีพื้นฐาน (baseline) ร้อยละ 10 ทันที เพื่อเปิดทางให้มีการเจรจาปรับอัตราภาษีใหม่ กระทั่งวันที่ 31 กรกฎาคม 2568 สหรัฐฯ ประกาศอัตราภาษีตอบโต้ใหม่ โดยไทยถูกปรับลดเหลือร้อยละ 19 (จากเดิม 36%) ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ร้อยละ 19 เวียดนาม ร้อยละ 20 อินเดีย ร้อยละ 25 เอกวาดอร์ สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ร้อยละ 15 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 7 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป
สำหรับผลกระทบตลาดกุ้งสหรัฐฯ ปี 2568 ในช่วงเดือนมกราคม–กรกฎาคม 2568 ซึ่งเป็นช่วงก่อนการเก็บภาษีเต็มอัตรา หลายประเทศเร่งส่งออกกุ้งไปยังตลาดสหรัฐฯ ส่งผลให้ปริมาณนำเข้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.13 และมูลค่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.09 เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยปี 2565–2567
อย่างไรก็ตาม ในช่วงเดือนสิงหาคม–ธันวาคม 2568 ซึ่งเป็นช่วงที่เริ่มเสียภาษีนำเข้าเต็มรูปแบบ การส่งออกกุ้งจากหลายประเทศลดลง ทั้งที่โดยปกติเป็นช่วงที่สหรัฐฯ เพิ่มการนำเข้า โดยปริมาณนำเข้าลดลงเฉลี่ยร้อยละ 12.74 และมูลค่าลดลงร้อยละ 9.95 เทียบค่าเฉลี่ยปี 2565–2567 แม้ช่วงปลายปีจะชะลอตัว แต่ภาพรวมทั้งปี 2568 การนำเข้ากุ้งของสหรัฐฯ ยังเพิ่มขึ้น โดยปริมาณเพิ่มร้อยละ 3.30 และมูลค่าเพิ่มร้อยละ 9.88 เมื่อเทียบกับปี 2567
เมื่อพิจารณาเฉพาะช่วงสิงหาคม–ธันวาคม 2568 พบว่า การนำเข้าจากอินเดีย (สัดส่วน 36%) อินโดนีเซีย (15%) เวียดนาม (10%) และไทย (4.5%) ต่างลดลง ขณะที่เอกวาดอร์ (26%) กลับเพิ่มขึ้น สะท้อนว่าโครงสร้างภาษีใหม่เอื้อประโยชน์ต่อประเทศผู้ส่งออกรายใหญ่อย่างเอกวาดอร์มากกว่ากลุ่มประเทศเอเชีย
ล่าสุด วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ศาลสูงสหรัฐฯ มีคำพิพากษายกเลิกมาตรการภาษีตอบโต้ที่ออกภายใต้กฎหมาย IEEPA ส่งผลให้การขึ้นภาษีดังกล่าวเป็นโมฆะทันที อย่างไรก็ตาม โดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงใช้นโยบายการค้าเชิงรุก โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 122 ของกฎหมายการค้า ปี 1974 (Section 122 of the Trade Act of 1974) ประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้าเพิ่ม (surcharge) ร้อยละ 10 กับทุกประเทศทั่วโลก เป็นการชั่วคราว 150 วัน มีผลตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569
ท้้งนี้ภาษีใหม่นี้จะเรียกเก็บเพิ่มจากอัตราภาษีนำเข้าปกติ อากรตอบโต้การทุ่มตลาด (AD) และอัตราอื่น ๆ ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เพื่อทดแทนมาตรการ Reciprocal Tariff รายประเทศที่ถูกศาลยกเลิก อย่างไรก็ดีสถานการณ์ดังกล่าวยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีผลโดยตรงต่อทิศทางการส่งออกกุ้งไทยในตลาดสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดสำคัญของอุตสาหกรรมประมงไทยในระยะยาว