ดร. เอกนิติ หนุน กนง. เซอร์ไพรส์หั่นดอกเบี้ย แก้เงินเฟ้อต่ำเป้า 10 ปี เตรียมดันไทยสู่ Sustainomy โต 4-5%
ดร.เอกนิติ วางโรดแมป "Sustainomy" ผสานพลัง 4P (Public, Process, People, Planet) ยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจไทยสู่ 5% หนุน กนง. หั่นดอกเบี้ยเซอร์ไพรส์ตลาด แก้ปัญหาเงินเฟ้อไทยต่ำเป้าเรื้อรัง 10 ปี
27 ก.พ. 2569 ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในงาน FUTUREADY 2026 ช่วง FUTUREADY Dinner Thought จัดโดย BRANDi Institute of Systematic Transformation (BiOST) ร่วมกับ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ว่า
โครงสร้างเศรษฐกิจของไทยหลังจากนี้จำเป็นต้องก้าวไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน หรือ Sustainomy ซึ่งประกอบด้วย 4 องค์ประกอบ ได้แก่ การเติบโตระยะยาวอย่างยั่งยืน การเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ การเติบโตอย่างทั่วถึงให้การเติบโตทางเศรษฐกิจกระจายสู่คนตัวเล็ก และ การเติบโตอย่างรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
องค์ประกอบที่ 1 การเติบโตระยะยาวอย่างยั่งยืน ปัจจุบันเศรษฐกิจไทยเติบโตที่ระดับ 2.4% ซึ่งต่ำกว่าระดับศักยภาพที่ 3% อย่างไรก็ตามภาครัฐต้องไม่ทำเฉพาะมาตรการกระตุ้นระยะสั้นแต่ต้องมุ่งยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจ (Potential Growth) ให้ขยายตัวแตะระดับ 4-5% ให้ได้
องค์ประกอบที่ 2 การเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ โดยเสถียรภาพด้านระบบสถาบันการเงินอยู่ในระดับที่ดี โดยสัดส่วนหนี้เสีย (NPL) ต่อสินเชื่อรวมในปัจจุบันต่ำกว่า 3% ขณะที่มีเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงสูงถึง 20% จากมาตรฐานอยู่ที่ 11%
นอกจากนี้เสถียรภาพด้านต่างประเทศยังอยู่ในระดับที่ดีเช่นกัน โดยไทยมีทุนสำรองระหว่างประเทศสูงถึง 3 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งมากพอที่จะรองรับการนำเข้าได้นานเกือบ 9 เดือน และมากกว่าหนี้ต่างประเทศระยะสั้นถึง 2.8 เท่า
อย่างไรก็ตามเสถียรภาพในประเทศในปี 2568 ในด้านอัตราเงินเฟ้ออาจยังมีปัญหา โดยอัตราเงินเฟ้อของไทยอยู่ที่ระดับ -0.1% ยังต่ำกว่ากรอบเป้าหมายที่ 1-3%
“ไม่แปลกใจที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้ลดดอกเบี้ยนโยบายเซอร์ไพรส์ตลาดเมื่อวันที่ 25 ก.พ. 2569 ที่ผ่านมา ถ้าไม่ลดอาจจะเป็นปัญหา เราตั้งเป้าหมายเงินเฟ้อมาเป็น 10 ปี แต่เงินเฟ้อก็ต่ำกว่าเป้า เราจึงมีปัญหาเสถียรภาพตรงนี้”
นอกจากนี้ด้านเสถียรภาพการคลังหนี้สาธารณะที่ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 66% ต่อ GDP ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกับกรอบเพดานความยั่งยืนทางการคลังที่กำหนดไว้ 70%
“ตอนนี้ถ้าดูด้านเสถียรภาพด้านสถาบันการเงิน ด้านต่างประเทศ ของเราอยู่ในระดับที่รองรับวิกฤตได้ แต่จุดอ่อนของเราอาจอยู่ที่เงินเฟ้อที่ติบลบและภาคการคลัง ดังนั้นในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมาการดำเนินนโยบายถึงเน้นเรื่องวินัยทางการคลังเพราะรู้ว่าตรงนี้คือจุดอ่อน เราจึงต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับเครดิตเรตติ้งให้ได้”
องค์ประกอบที่ 3 คือการเติบโตอย่างทั่วถึง (Inclusive Growth) โดยองค์ประกอบนี้อาจเป็นจุดอ่อนของไทย เนื่องจากระบบเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันยังคงกระจุกตัวและมีความเหลื่อมล้ำสูงมาก สะท้อนจากข้อมูลระบบธนาคารที่พบว่า บัญชีที่มีเงินฝากเกิน 1 ล้านบาท มีเพียง 1% ของบัญชีทั้งหมดในระบบ แต่มีสัดส่วนมูลค่าเงินฝากรวมสูงถึง 80% หรือคิดเป็นเม็ดเงินประมาณ 14 ล้านล้านบาท นอกจากนี้หากดูในด้านการถือครองทรัพย์สินพบว่า กลุ่มคนที่มีฐานะร่ำรวยที่สุด 20% ถือครองโฉนดที่ดินถึง 80% ขณะที่กลุ่มคนฐานราก 20% ถือครองโฉนดรวมกันไม่ถึง 1%
องค์ประกอบที่ 4 การเติบโตที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม โดยไทยมีพันธกิจระดับโลกในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลง 30% ภายในปี 2030 และมุ่งสู่ Net Zero ในปี 2050 อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาไทยเผชิญกับภัยพิบัติทางธรรมชาติที่รุนแรงและเกิดถี่ขึ้น ดังเช่นอุทกภัยใหญ่ในพื้นที่หาดใหญ่และแม่สาย ซึ่งส่งผลโดยตรงให้อันดับความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศของไทยร่วงลงจากกลุ่ม TOP 10 มาอยู่ที่ราวอันดับ 30
“ถ้าเราจะทำให้ประเทศไทย Sustainomy ต้องทำให้ 4 เรื่องนี้เกิดขึ้นให้ได้ ทำให้เศรษฐกิจโตระยะยาว ศักยภาพเศรษฐกิจดีขึ้น โตแบบมีเสถียรภาพ กระจายทั่วถึง และคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม”
ดร. เอกนิติ กล่าวว่า เพื่อเป็นการผลักดันให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมาย Sustainomy ได้กำหนดแนวทาง 4P ได้แก่
- การผสานพลังระหว่างภาครัฐและเอกชน (Public and Private) โดยเน้นหนักไปที่การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและพลังงานสะอาดในรูปแบบรัฐร่วมเอกชน (PPP) เนื่องจากปัจจุบันไทยมีข้อจำกัดด้านพื้นที่ทางการคลังจากหนี้สาธารณะที่ใกล้เต็มเพดานจึงต้องอาศัยเม็ดเงินลงทุนและนวัตกรรมจากภาคเอกชนเข้ามาเป็นแรงผลักดันสำคัญ
- การถ่ายทอดเทคโนโลยี (Process/Technology) โดย AI มาเป็นผู้ช่วยอัจฉริยะให้กับร้านค้ารายย่อยบนแอปพลิเคชันถุงเงิน เพื่อช่วยทำระบบบัญชีและวิเคราะห์ช่วงเวลาที่ยอดขายดีที่สุด โดยข้อมูลพฤติกรรมการค้าขายดังกล่าวจะถูกนำไปแปลงเป็นเครดิตสกอริ่งเพื่อพิจารณาปล่อยสินเชื่อดิจิทัล เช่น ให้ในวงเงิน 10% ของยอดขาย โดยกลไกนี้จะช่วยให้พ่อค้ารายเล็กรายน้อยเข้าถึงแหล่งทุนในระบบได้ง่ายขึ้นซึ่งจะเป็นการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบได้อย่างเป็นรูปธรรม
- ประชาชน (People) ปัจจุบันไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ดังนั้นจึงให้น้ำหนักไปที่การยกระดับทักษะแรงงานเพื่อรับมือกับโครงสร้างสังคมสูงวัย โดยอยู่ระหว่างจะนำ AI เข้ามาบูรณาการกับโครงการคนละครึ่งพลัสเพื่อสร้างเกราะป้องกันมิจฉาชีพหรือสแกมเมอร์ แก่ประชาชนที่ลงทะเบียนกว่า 20 ล้านคน รวมถึงกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีก 13.4 ล้านคน
- สิ่งแวดล้อม (Planet) โดยได้วางวิสัยทัศน์ในการผลักดันเศรษฐกิจสีเขียวให้จับต้องได้และสามารถสร้างรายได้จริงให้กับชุมชนฐานราก เช่น โครงการสระบุรีโมเดลที่ชาวบ้านสามารถต่อยอดสร้างรายได้เสริมจากการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์และการคัดแยกขยะอย่างเป็นระบบ รวมถึงกรณีศึกษาของกลุ่มสหกรณ์การเกษตรในจังหวัดร้อยเอ็ด ที่พลิกบทบาทมารวมตัวกันปลูกข้าวอินทรีย์และระดมทุนเพื่อติดตั้งโซลาร์เซลล์ใช้เองภายในกลุ่ม ส่งผลให้สามารถลดรายจ่ายด้านพลังงานลงได้ถึง 50%