โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'พิพัฒน์' คิกออฟระบบตั๋วร่วม ประเดิมบัตรแมงมุม EMV แตะนั่งรถไฟฟ้าไร้รอยต่อ 1 มิ.ย.นี้

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
พิพัฒน์ รัชกิจประการ

“พิพัฒน์” คิกออฟระบบตั๋วร่วม นำร่องบัตรมาตรฐาน EMV Contactless นั่งรถไฟฟ้า 4 สาย เต็มรูปแบบ 1 มิ.ย.นี้ เพิ่มความสะดวกสบายในทุกการเดินทางแบบไร้รอยต่อ เปิดไทม์ไลน์ยกเลิกบัตรเดิม

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 กระทรวงคมนาคม เปิดตัวบัตร EMV Contactless ใช้เดินทางได้ในระบบ รถไฟฟ้า MRT ทั้ง 4 สาย ได้แก่ สายสีน้ำเงิน สายสีม่วงเตาปูน-บางใหญ่ สายสีชมพูแคราย-มีนบุรี และสายสีเหลืองลาดพร้าว-สำโรง เพิ่มความสะดวกการเดินทางด้วยบัตรใบเดียวแบบไร้รอยต่อ โดยจะเปิดบริการอย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569

“บัตร EMV เป็นจุดเริ่มต้นของระบบตั๋วรวม ซึ่งรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม พยายามผลักดันนโยบายตั๋วร่วมมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มความสะดวกชำระค่าโดยสาร ลดค่าใช้จ่ายการเดินทาง ซึ่งพระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. 2568 บังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคมที่ผ่านมา จะเปิดทางให้เกิดระบบตั๋วร่วมอย่างเป็นทางการ

อนาคตใช้บัตรใบเดียวเดินทางเชื่อมต่อได้ทุกระบบ อาทิ รถไฟฟ้า รถเมล์ เรือ ลดความยุ่งยากซ้ำซ้อนชำระค่าโดยสาร รอออกกฎหมายลูก จัดตั้งกองทุนส่งเสริมระบบตั๋วร่วม เร่งเจรจาแก้ไขสัญญาสัมปทานกับเอกชนให้สอดคล้องกับอัตราค่าโดยสารร่วม และอนาคตหารือกับผู้ให้บริการระบบต่าง ๆ อาทิ รถเมล์ ขสมก. รถบัส บขส. สำหรับการเดินทางด้วยรถบัสระหว่างกรุงเทพฯ กับต่างจังหวัดด้วย”

นายพิพัฒน์กล่าวว่า ประชาชนผู้ใช้บริการ MRT สายสีน้ำเงิน และสายสีม่วง โดยเฉพาะผู้ใช้บัตรโดยสารแบบเติมเงิน (บัตร MRT/MRT Plus) ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคมถึงสิ้นปี 2569 สามารถนำบัตรโดยสารแบบเติมเงินใบเดิมติดต่อเจ้าหน้าที่ที่ห้องออกบัตรโดยสารได้ทุกสถานี ขอคืนมูลค่าคงเหลือในบัตร หากต้องการทำบัตรแมงมุม EMV แจ้งเจ้าหน้าที่ได้ทันที เพื่อรับสิทธิยกเว้นค่าธรรมออกบัตร หรือหากมีบัตรเครดิต/เดบิต ที่เป็น EMV Contactless อยู่แล้ว ต่อไปใช้แตะเข้าระบบ MRT ได้ทุกสาย ทั้งสายสีน้ำเงิน สายสีม่วง สายสีเหลือง และสายสีชมพู

หากยังไม่ต้องการเปลี่ยนไปใช้บัตร EMV Contactless โดยทันที ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 สายสีน้ำเงิน และสายสีม่วง จะยุติการเติมเงินเข้าบัตร MRT/MRT Plus แต่ยังใช้เงินคงเหลือในบัตรได้ถึง 31 พฤษภาคม 2569 เมื่อเข้าสู่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 จะยุติการรับชำระค่าโดยสารด้วยบัตรโดยสารแบบเติมเงินทุกสถานี จากนั้นวันที่ 1 มกราคม 2570 คาดว่าจะยุติการใช้เหรียญโดยสาร (Token) สำหรับผู้เดินทางเที่ยวเดียว เปลี่ยนไปใช้ระบบ QR Ticket แตะเข้าระบบรถไฟฟ้าแทน

นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยว่า จากข้อมูลสถิติการใช้บัตร EMV ตั้งแต่ปี 2565 ที่เริ่มใช้ถึงปัจจุบันพบว่ามีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นและมีสัญญาณที่ดี มีผู้ใช้บัตร EMV 30% คาดว่าจะมีการเปลี่ยนพฤติกรรมมาใช้มากขึ้น

สำหรับขั้นตอนการดำเนินการเปลี่ยนบัตรโดยสารระบบเดิม เป็นบัตร EMV Contactless เพื่อใช้เดินทางและชำระค่าโดยสารรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน และสายสีม่วง เป็นดังนี้

• วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป ยุติการให้บริการเติมเงินเข้าบัตรโดยสาร MRT และ MRT Plus ทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นห้องออกบัตรโดยสาร และช่องทางเติมเงินอัตโนมัติแบบออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูมันนี่ กรุงไทยเน็กซ์ และช้อปปี้

• วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ยุติการรับชำระค่าโดยสารด้วยบัตรโดยสาร MRT/MRT Plus ในระบบรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน และสายสีม่วง ทุกสถานี ผู้โดยสารจะไม่สามารถใช้บัตรดังกล่าวแตะผ่านประตูอัตโนมัติได้ ซึ่ง BEM จะอำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารในการขอคืนมูลค่าคงเหลือในบัตร (Refund) ที่ห้องออกบัตรโดยสารทุกสถานี โดยไม่มีค่าธรรมเนียมในการออกบัตรแมงมุม EMV ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2569-31 ธันวาคม 2569 แต่ยังสามารถทำการขอคืนบัตร (Refund) ได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘พิพัฒน์’ คิกออฟระบบตั๋วร่วม ประเดิมบัตรแมงมุม EMV แตะนั่งรถไฟฟ้าไร้รอยต่อ 1 มิ.ย.นี้

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...