อภินิหาร‘งูเขียว’แผลงฤทธิ์?
ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา121 เพื่อเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร จากนั้นจะได้นัดวันเลือกนายกรัฐมนตรี คาดว่าจะเป็นช่วงเดือน มี.ค.นี้ แล้วก็จะเข้าสู่ตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามมาด้วยการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาแล้ว ก็เริ่มเดินหน้าทำงานก็น่าจะอยู่ในช่วงเดือน พ.ค.69
แต่ขณะนี้สิ่งที่ฝุ่นตลบคือการตั้งรัฐบาล“อนุทิน 1 “ ที่มีการปล่อยโผรายวัน สกัดพรรคคู่แข่ง และสกัดเก้าอี้รัฐมนตรีของ “คนใน” กันเอง โดย “โกเกี๊ยะ” พิพัฒน์ รัชกิจประการ” แม่ทัพภาคใต้ค่ายสีน้ำเงิน พูดถึงกระแสปิดปิดดีลสมการจัดตั้ง“รัฐบาลภูมิใจไทยพลัส” ที่สูตร 300 เสียงโดยยอมรับว่า ใกล้เคียงตัวเลขความเป็นจริง คาดว่าน่าจะจบก่อนสงกรานต์
ขณะที่“เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่พูดไว้เมื่อวันที่ 24 ก.พ. ยืนยันว่า ยังไม่ปิดดีล เพราะดีลยังไม่เริ่มเพราะยังมีการนับคะแนนใหม่ ยังนับคะแนนสส.บัญชีรายชื่อใหม่หลายเขต ต้องรอให้ทุกอย่างนิ่งก่อน ทุกวันนี้ได้แต่ประมาณเอาว่ามีสส.อยู่เท่าไหร่ ถ้าทุกอย่างไม่นิ่งก็ไปคุยกับใครไม่ได้ เพราะคุยไปก็ไม่นิ่ง และยังไม่มีเปิดดีลอะไร
เวลานี้สิ่งที่ชัดเจนที่สุด คือ 2 ประเด็นคือประเด็นแรก เสียงพรรคร่วมรัฐบาล ณ วันที่ 26 ก.พ.นี้ล่าสุดมีจำนวน292 เสียง ที่จะสนับสนุนนายอนุทิน หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แบ่งเป็น พรรคภูมิใจไทย 192 เสียง พรรคเพื่อไทย 75 เสียง พรรคประชาชาติ 5 เสียง พรรคพลังประชารัฐ 5 เสียง พรรคเศรษฐกิจ 3 เสียง พรรคเพื่อชาติไทย 2 เสียง พรรคไทยสร้างไทย 2 เสียง พรรคใหม่ 1 เสียง พรรครวมใจไทย 1 เสียง พรรคไทยทรัพย์ทวี 1 เสียง พรรครวมพลังประชาชน 1 เสียง พรรคมิติใหม่ 1 เสียง พรรคประชาธิปไตยใหม่ 1 เสียง พรรคทางเลือกใหม่ 1 เสียง พรรคโอกาสใหม่ 1 เสียง
ประเด็นที่ 2 ตำแหน่ง รัฐมนตรี ชัดเจนใน 3 เก้าอี้ ตอนหาเสียงได้แก่ นายเอกนิติ นิตทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี ควบรมว.คลัง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี ควบ รมว.ต่างประเทศ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีควบรมว.พาณิชย์ รวมถึงนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย
แต่ที่น่าจับตาคือการสัมมนา 192 สส.ของพรรคภูมิใจไทย วันที่ 8 มีค.นี้ ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์สาระสำคัญคือการกำหนดทิศทางการทำงานของ ส.ส.ในฐานะแกนนำรัฐบาล ที่ ”เสี่ยหนู”หัวหน้าพรรค จะนำเสนอข้อมูลสะท้อนความต้องการของประชาชนจากทั่วประเทศ เพื่อกำหนดกรอบ นโยบายและลำดับความเร่งด่วนในการบริหารประเทศเพื่อนำแถลงนโยบายต่อรัฐสภา
ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การประกาศความชัดเจน และมีมติจัดตั้งรัฐบาล โดยจะเลือกพรรคการเมืองต่าง ๆมาร่วมรัฐบาลโดย กก.บห. จะรับฟังความเห็นจาก ส.ส. ก่อนพิจารณามีมติในทิศทางเดียวกัน เพื่อเดินหน้าเจรจาจัดตั้งรัฐบาลอย่างเป็นทางการ
ต้องลุ้นว่า 58 เสียง“พรรคกล้าธรรม” ของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม จะถูกเคาะอย่างไร ในฐานะพรรคที่มีเสียงลำดับที่ 3 จะได้ร่วมรัฐบาลหรือไม่ และ มี”ไม้เด็ด“อะไรในมือหรือไม่
แต่ท่าทีของพรรคภูมิใจไทยดูจะเป็นนัยว่า “ปิดประตู”สำหรับพรรคกล้าธรรมไปแล้ว
หาก“แสงสีเขียว”ไปต่อไม่ไหว สูตร“อภินิหารงูเขียว” จากกลุ่มสส.ของเฉลิมชัย ศรีอ่อน ที่จะขอแยกตัวจากค่ายสีเขียว เลื้อยมาซบ“รัฐบาลสีน้ำเงิน” ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้.