เลือกตั้ง 2569 : “รวมกันอยู่ภูมิใจไทย ชาติไทยจะพัฒนา” อนุทินปราศรัยใหญ่เมืองสุพรรณบุรี รำลึกบรรหาญ ฝากไส้เดือนดูแลมังกร อ้อนชาวบ้านเลือกยกจังหวัด
วันนี้ (2 กุมภาพันธ์) อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ปราศัยใหญ่ ที่จังหวัดสุพรรณบุรี ช่วยผู้สมัคร ทั้ง 5 เขต และรณรงค์เลือก สส.บัญชีรายชื่อ ภูมิใจไทย เบอร์ 37
ประเดิมเปิดเวทีด้วย ประภัตร โพธสุธน ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุพรรณบุรี เขต 5 พรรคภูมิใจไทย ขึ้นปราศรัยบนเวทีใหญ่จังหวัดสุพรรณบุรี ระบุว่า วันนี้ถือเป็นการเปิดหน้าประวัติศาสตร์การเมืองของจังหวัดสุพรรณบุรี เพราะสิ่งที่ประชาชนรอคอยคือการรวมพลังของคนสุพรรณบุรี เพื่อเดินไปด้วยกันในฐานะคนสุพรรณบุรี โดยขอให้สนับสนุนหมายเลข 37
ประภัตร กล่าวว่า ประเด็นที่ชาวสุพรรณบุรีสงสัยและตั้งคำถามมากที่สุด คือเหตุผลในการย้ายพรรค ซึ่งตนยอมรับว่าเป็นเรื่องใหญ่สำหรับคนสุพรรณบุรีทุกคน ขอให้ลองย้อนกลับไปเมื่อปี 2518-2519 กว่า 50 ปีก่อน ในยุคบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกฯ ขณะนั้นสุพรรณบุรีแทบไม่มีไฟฟ้า ไม่มีถนน ไม่มีน้ำประปา แต่หลังจากมีผู้แทนจากพรรคชาติไทยและพรรคชาติไทยพัฒนา บ้านเมืองก็พัฒนาอย่างต่อเนื่องมากว่า 50 ปี
“วันนี้หากเราต้องการให้บ้านเมืองดีกว่านี้ จำเป็นต้องมีนายกรัฐมนตรีชื่อ อนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งประชาชนได้เห็นฝีมือการทำงานมาแล้ว” ประภัตร กล่าว
ประภัตร กล่าวต่อว่า ตนเป็นนักการเมืองที่ทำงานคู่บุญกับบรรหารมากว่า 50 ปี โดยย้อนเหตุการณ์ในปี 2562 หลังการรัฐประหาร พรรคชาติไทยพัฒนาแทบไม่เหลืออะไร มีเพียง 2 หลาน คือ กัญจนา ศิลปอาชา และวราวุธ ศิลปอาชา และอีกหนึ่งอาคือตนเอง ทุกคนไม่แน่ใจว่าจะเดินต่ออย่างไร
“นาทีสุดท้าย เราทั้งสามคนไปหาคุณแม่แจ่มใส ศิลปอาชา ทุกคนร้องไห้ ท่านบอกว่าพ่อบรรหารสร้างพรรคไว้ คนสุพรรณรักพรรค ก็ต้องรักษาพรรคไว้ แม่จึงให้ 2 หลาน 1 อา เดินหน้าต่อ จนพรรคชาติไทยพัฒนาได้ สส. 10 เสียง และได้ร่วมรัฐบาลกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นเวลา 4 ปี”
ประภัตร กล่าวอีกว่า การเลือกตั้งปี 2566 พรรคชาติไทยพัฒนาได้ สส. 10 เสียง พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับพรรคชาติไทยพัฒนา แต่ทักษิณ ชินวัตร จะติดต่อประสานให้ไปร่วมงานก็ตาม กระทั่งปี 2568 มีการยุบสภา ทำให้สถานการณ์ของพรรคชาติไทยพัฒนาเปลี่ยนไปอย่างมาก
“ผู้แทนราษฎรต้องทำงานกับรัฐบาล ต้องมีงบประมาณดูแลประชาชน หากเลือกตั้งครั้งนี้เราได้ไม่ถึง 10 เสียง ก็จะไม่มีใครเชิญร่วมรัฐบาล พี่น้องประชาชนต้องเห็นใจเรา เราจำเป็นต้องตัดสินใจเลือกพรรคภูมิใจไทย”
ประภัตร กล่าวด้วยว่า ต้องขอบคุณเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่โทรศัพท์มาพูดคุยและนัดรับประทานอาหารร่วมกัน รวมถึงอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ให้เกียรติชักชวน ถือเป็นการให้เกียรติ พร้อมย้ำว่าพรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคใหญ่ มีศักยภาพเป็นรัฐบาล และมีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีชัดเจน
“เราต้องการมากกว่านโยบาย คือ 1. เรื่องปากท้องประชาชน 2. ราคาข้าว วันนี้ข้าวราคา 5,000 บาทต่อตันอยู่ไม่ได้ แต่ภายใน 3 เดือน หลังได้นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ราคาข้าวขึ้นเป็น 7,500 บาทต่อตัน และเป้าหมายของเราคือ ข้าวต้องถึงตันละ 10,000 บาท” ประภัตร กล่าว
ขณะที่ วราวุธ ศิลปอาชา ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ โดยเริ่มกล่าวปราศรัยว่า “ท็อปวราวุธคนเดิม ลูกพ่อบรรหาร สวัสดีครับ” พร้อมกล่าวต่อว่า วันนี้หลายคนดราม่ากันเหลือเกิน พูดกันนักพูดกันหนาว่า วราวุธทิ้งสมบัติพ่อบรรหารไปแล้วอย่างโน้นอย่างนี้ ไม่รักสิ่งที่พ่อบรรหารสร้างมาแล้วอย่างนั้นอย่างนี้
วันนี้วราวุธมาอยู่พรรคภูมิใจไทย ได้มีโอกาสมาพูดต่อหน้าพี่น้องประชาชนว่าสิ่งที่พ่อบรรหารทำมาตลอด 40 ปี ตนขอถามหน่อยเถอะว่า สิ่งที่พ่อบรรหารทำมาในจังหวัดสุพรรณบุรี มีเพียงแค่พรรคชาติไทยพัฒนาเพียงอย่างเดียวหรือ ไม่มีถนน ไม่มีแหล่งน้ำหรือปลูกสร้างเลยใช่หรือไม่
วราวุธ กล่าวต่อว่า วันนี้สิ่งที่อยากจะบอกกับชาวสุพรรณบุรีว่า ตั้งแต่ที่พ่อบรรหารเสียชีวิตไป 23 เมษายน 2559 พวกเราพรรคชาติไทยพัฒนา ทำงานกันอย่างหนัก ดูแลพี่น้องประชาชนชาวสุพรรณบุรีตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทำตั้งแต่รุ่นพ่อจนถึงรุ่นลูก แต่ในการเลือกตั้งปี 2562 เราได้ สส. 10 คน ตนดูแลกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ 1 กระทรวง และในปี 2566 ก็ได้ สส.มา 10 คน ซึ่งได้มาอีก 1 กระทรวงคือ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และวันนี้เราย้ายมาอยู่พรรคภูมิใจไทย ยังไม่ทันเลือกตั้ง พี่น้องประชาชนเห็นพรรคภูมิใจไทยดูแลกี่กระทรวง
อนุทินเป็นนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เรามีกระทรวงคมนาคม กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม วันนี้กระทรวงมาเป็แผงเลย ตนจึงอยากจะถามพี่น้องชาวสุพรรณ เมื่อก่อนเลือกพวกเรา 10 คนเข้าไป ได้กระทรวงเดียว แต่วันนี้เลือกไอ้หน้าเดิมเข้าไป แต่ได้กระทรวงมาเป็นพรือเลย เอาหรือไม่ ถ้าเป็นแบบนี้เข้าคูหากาบัตรสีชมพู พรรคภูมิใจไทยเบอร์ 37
วราวุธ กล่าวอีกว่า ที่สำคัญเข้าพรรคภูมิใจไทยมา หัวหน้าพรรคบอกว่า จะให้อยู่บัญชีรายชื่อไม่เกินที่ 5 ตนก็ดีใจ ปรากฎว่าพี่ชายสุดที่รักของตน พอประกาศออกมาเมื่อที่ 27 ธันวาคม ให้เกียรติคนสุพรรณบุรี ได้อยู่อันดับที่ 3 แบบนี้ดีหรือไม่ นี่คือความอบอุ่น นี่คือเกียรติที่พรรคภูมิใจไทยให้กับพวกเราคนสุพรรณบุรี
วราวุธ กล่าวอีกว่า อยากให้ข้าวมีราคาแพงหรือไม่ รวมถึงอยากให้ประเทศไทยเปิดด่านหรือไม่ และอยากให้ประเทศไทยเป็นที่รับรองของนานาประเทศหรือไม่ นี่คือสองเดือนที่มีนายกฯ ชื่ออนุทิน ชาญวีรกูล ทำให้กับพี่น้องประชาชนชาวไทย และนี่คือสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยทำตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา หากลองนึกภาพ ถ้ามีเวลาอีก 4 ปีหลังจากนี้เราจะทำให้ได้ขนาดไหน และหากพรรคภูมิใจไทยเข้ามา มีนายกรัฐมนตรี ชื่ออนุทิน ที่จะเข้ามาพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับพี่น้องชาวสุพรรณบุรีให้ดีขึ้น
ขณะที่อนุทิน ปราศรัยว่า พวกเรามารวมตัวกัน เพื่อนำชัยชนะ ความเป็นปึกแผ่น ความร่ำรวย มาให้ชาวสุพรรณบุรี ตนได้ไปกราบอนุสาวรีย์อาบรรหาร ศิลปอาชา มาเมื่อธันวาคมที่ผ่านมา 20 กว่าปีก่อน ท่านเรียกตนไปพบ 2 ต่อ 2 เหมือนกับมองการไกล ว่าวันหนึ่ง ไอ้หลานคนนี้ จะมีโอกาสได้ฝากเนื้อฝากตัวทำงานให้กับชาวสุพรรณบุรี สืบต่อเจตนารมย์ของท่าน ตนตื่นเต้นโทรศัพท์แทบตก ท่านบอก ‘อนุทิน’ ดูแลไอ้ท็อปด้วย อาฝาก
ตนจึงตอบกลับไปว่า มาฝากลูกมังกรไว้กับไส้เดือนได้อย่างไร ซึ่งท่านก็ตอบว่า เอ็ง 2 คนน่าจะไปกันได้ เอาอย่างนี้รับปากอา อย่าทิ้งกัน เอ็งใหญ่เอาไอ้ท็อปไปดู ไอ้ท็อปใหญ่ อาจะสั่งให้มันเอาเอ็งไปดู นี่คือวิสัยทัศน์อันยาวไกลของท่านบรรหาร ผู้ซึ่งรักสุพรรณบุรียิ่งกว่ารักตัวเอง แล้วก็ถึงวันที่ตนต้องตัดสินใจหาวิธีการที่จะชวนวราวุธ และทีมจากพรรคชาติไทยพัฒนามาร่วมกับพรรคภูมิใจไทย วราวุธ ใหญ่ไม่ใหญ่ไม่รู้ พ่อตนก็เคยอาศัยพรรคนี้อยู่ เนวิน ชิดชอบ ก็เคยอยู่ชาติไทยพัฒนา สมัยก่อนตนเรียนจบใหม่ๆ อยากเดินตามนักการเมือง ก็ไปอยู่ซอยราชครู ที่ตั้งที่ทำการพรรคชาติไทย
“สุพรรณบุรีแข็งแรงเช่นเดิม บุรีรัมย์ก็แข็งแรง ทำไมไม่นำความแข็งแรงของทั้ง 2 จังหวัด มาทำให้ทั้งประเทศแข็งแรงเล่า วันที่ชักชวนวราวุธ ตนก็บอกเขาตรง ๆ ว่าการเมืองจากนี้ไป พี่ต้องการน้อง น้องก็ต้องการพี่ เราสองศรีพี่น้องเดินไปด้วยกัน ตามคำสั่งของพ่อเรา มึงจะให้กูจุดธูปเอาท่านบรรหาร มาเข้าทรง หรือต้องเขียนตาราง ก ถึง ฮ ว่า ขอเอา ลูกชายมาอยู่ด้วยกันหรือไม่ เอาแก้วมาวาง จะได้เดินไป ที่ สระไอไม้มลาย ด.เด็ก ไม่โท อาเขาไปอยู่สวรรค์แล้ว จะให้เรียกมาอยู่ในถ้วยนี้เหรอ จนท็อปยอมบอกไม่ต้องเรียก ไปแล้ว ไปแล้ว เดี๋ยวพ่อมา เผ่นกันหมดไม่ได้คุยธุระกันพอดี” อนุทินเล่า
อนุทินกล่าวอีกว่า รวมกันอยู่ภูมิใจไทย ชาติไทยจะพัฒนา แปลว่า ทุกคนชนะหมด ภูมิใจไทยยุคนี้ใช้คำว่าพลัส เพราะฉะนั้นสุพรรณบุรี เมื่อมีภูมิใจไทย รวมกับชาติไทยพัฒนา จะเป็นสุพรรณบุรีพัฒนาชาติไทย พัฒนาพลัสพลัสพลัส
อนุทิน กล่าวต่อว่า ขอให้ดูว่าสุพรรณบุรีมีอิทธิพลมากแค่ไหนกับตน พร้อมชูกระดาษนโยบายจากกระเป๋าเสื้อขึ้นมาฉีกทิ้ง ก่อนบอกว่าตอนนี้จำนโยบายพรรคไม่ได้แล้ว เลิกพูดถึงนโยบาย แล้ววันที่ 8 กุมภาฯ กาภูมิใจไทยยกพรรค จากนั้นได้แนะนำผู้สมัครทั้ง 5 เขต บอกเป็นลูกหลานมังกรทุกคน และพญามังกร ประภัตร โพสุธร ก็ยังอยู่ ดุดันพ่นไฟ วันนี้พามาเจอคนสุพรรณหางกระดิกดิ๊กๆ
อนุทินยังกล่าวถึงพี่น้องชาติพันธุ์ โดยระบุว่า หากไม่พูดถึงวันนี้คะแนนหายไป 100,000 คะแนน เพราะพี่น้องคือชาติพันธุ์เป็นคนไทยด้วยกัน สิทธิประโยชน์ต่างๆมีเหมือนกัน และพ่อแม่พี่น้องยังดำรงวัฒนธรรมอันงดงาม ทำให้เมืองสุพรรณเป็นเมืองที่มีวัฒนธรรมประเพณีอันงดงาม
อนุทิน กล่าวว่า 10 กว่าปีที่ผ่านมา ตั้งแต่บรรหารไม่อยู่ตนไม่เคยเข้ามา วุ่นวายและให้เกียรตินายวรวุธและพรรคชาติไทยพัฒนามาโดยตลอด หาบรรหารยังอยู่ วันนี้จะพูดว่า สุพรรณบุรีมีแต่จะชนะ ชนะ ชนะ เพราะมาอยู่รวมกันแล้ว
อนุทินกล่าวทิ้งท้ายว่า ขอสัญญาว่าจะทำให้จังหวัดสุพรรณบุรีเจริญ มั่นคงแข็งแกร่งยิ่งๆ ขึ้นไป ในทุกมิติ ดังนั้นจึงขอพี่น้องชาวสุพรรณบุรีจำไว้ในหัวใจ เลือกพรรคภูมิใจไทยเบอร์ 37 เพราะถ้าไม่เลือกทุกคนที่มาอยู่ตรงนี้หมากันหมด ถ้าพวกเราหมา(มา) ขนาดนี้อังเคิล ก็ไม่หมา(มา)
เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/