รวบหนุ่มบัญชีม้าเหยื่อสูญ 2.3 ล้าน อ้างถูกจ้าง 2 พัน พาไปสแกนหน้าที่เขมร!
เมื่อวันที่ 20 ม.ค. ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการตำรวจทางหลวง จับกุม นายอาทิตย์ อายุ 20 ปี ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ผู้ใดเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้ บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์โดยมิได้เจตนาใช้เพื่อตนหรือกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง หรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้เลขหมายโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของตน ทั้งนี้โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด, สนับสนุนในการฉ้อโกง” ตามหมายจับศาลจังหวัดหนองคายที่ 231/2568 ลงวันที่ 22 ส.ค.68 โดยจับกุมได้ที่บริเวณถนนกาญจนาภิเษก แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา มุ่งหน้าบางนา กรุงเทพฯ
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 17 ม.ค.68 ผู้เสียหายได้ถูกบุคคลอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ของบริษัทเครือข่ายสัญญาณโทรศัพท์ชื่อดังติดต่อมาโดยอ้างว่ามีคนนำข้อมูลผู้แจ้งไปเปิดบัญชี จึงจะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อมาเพื่อตรวจสอบข้อมูล ต่อมาได้มีการติดต่อ จากบุคคลที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หาดใหญ่ อ้างว่าผู้แจ้งมีความเกี่ยวโยงกับบัญชีม้า และให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบบัญชี หลังตรวจสอบเสร็จแล้วจะโอนเงินคืน หากไม่มีความเกี่ยวข้อง บัญชีปลายทางที่โอนไป ชื่อบัญชี นายอาทิตย์ เมื่อโอนเงินเสร็จกับไม่สามารถติดต่อบุคลที่อ้างเป็นเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด จึงรู้ตัวว่าตัวเองโดนหลอก
มาทราบข้อมูลภายหลังว่า บัญชีของนายอาทิตย์ มีการใช้ในการก่อเหตุหลายรูปแบบ เป็นหนึ่งในบัญชีที่ถูกใช้ก่อเหตุโดยใช้เป็นบัญชีเงินที่ได้รับจากผู้เสียหายมูลค่าความเสียหายรวมโดยประมาณ 2,300,000 บาท จึงมีการแจ้งความและออกหมายจับ กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมสืบทราบและติดตามจับกุมตัวได้ดังกล่าว ก่อนจะควบคุมตัวส่งสภ.ท่าบ่อ จว.หนองคาย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ และอ้างว่าถูกชักชวนจากชายไม่ทราบชื่อ ขณะเดินทางบริเวณย่านหนองจอก เสนอให้ทำงานโดยอ้างว่าเป็นงานทั่วไป ค่าจ้าง 2,000 บาท ก่อนถูกพาไปเปิดบัญชีธนาคารหลายแห่ง โดยตนไม่ได้เป็นผู้ถือสมุดบัญชีหรือบัตรเอทีเอ็มด้วยตนเอง ต่อมาถูกพาข้ามชายแดนผ่านช่องทางธรรมชาติ ไปยังประเทศกัมพูชา โดยมีกลุ่มบุคคลชาวกัมพูชาดูแลเพื่อไปสแกนใบหน้าเป็นเงินหลักแสนบาทหลายครั้ง แต่ไม่ทราบรายละเอียดปลายทางหรือที่มาแน่ชัดและได้รับผลประโยชน์เป็นเงินสด ธนบัตรใบละ 1,000 บาท จำนวน 2 ใบ ก่อนถูกส่งตัวกลับประเทศไทยในเวลาต่อมาจนกระทั่งมาถูกจับกุมตัว