'ษัษฐรัมย์' กังขากติกาเลือกตั้งบอร์ด สปส. ชุดใหม่ บีบฝ่ายลูกจ้าง
จากกรณี สำนักงานประกันสังคม ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อ “ร่างระเบียบกระทรวงแรงงานว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนเป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม พ.ศ. …”
ถือเป็นการปรับปรุงหลักเกณฑ์การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม โดยมีสาระสำคัญคือการเปลี่ยนรูปแบบการลงคะแนนของผู้ประกันตน จากเดิมที่สามารถเลือกผู้แทนได้ 7คน เหลือเพียง เลือกได้ 1 คนต่อ 1 สิทธิ
รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี กรรมการประกันสังคม สัดส่วนลูกจ้าง (กลุ่มประกันสังคมก้าวหน้า) ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ "ฐานทอล์ค" ทางช่องเนชั่นทีวี 22 ถึงการแก้ไขระเบียบการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ด สปส.) ชุดใหม่ โดยระบุว่ามีความพยายามเปลี่ยนหลักเกณฑ์หัวใจสำคัญจากเดิมที่ผู้ประกันตนสามารถลงคะแนนเลือกผู้สมัครได้แบบ "1 เลือก 7" ให้กลายเป็น "1 เลือก 1"
รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ระบุว่า วาระการดำรงตำแหน่งจะสิ้นสุดลงในวันที่ 13 กุมภาพันธ์นี้ แต่ปรากฏว่ามีความพยายามร่างระเบียบใหม่ให้ผู้ใช้สิทธิ 1คน เลือกผู้สมัครได้เพียงคนเดียว ซึ่งตนมองว่าเป็นการ สลายการทำงานเป็นทีม และสลายวาระการปฏิรูปที่ทีมลูกจ้างต้องการผลักดัน
ประชาธิปไตยแบบมีแต้มต่อ (Handicap)
ในประเด็นการเปลี่ยนเกณฑ์คะแนนนั้น รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ วิพากษ์วิจารณ์ว่าการให้เลือก 1 คน จะทำให้เกิดความลักลั่น เช่น ทีมที่ได้อันดับ 1 อาจได้คะแนนถึง 1 แสนเสียง แต่ทีมที่ได้อันดับ 7 ซึ่งอาจมีเพียง 5,000 เสียง กลับได้ที่นั่งในบอร์ดเท่ากันคือ 1 ที่นั่ง ซึ่งเป็นการทำให้เสียงของผู้ประกันตนถูกลดทอนคุณค่าลง และเป็นการกลับไปสู่ระบบการบริหารแบบเดิมที่กระทรวงแรงงานเคยเป็นมาตลอดหลายสิบปี
นอกจากนี้ รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ เล่าถึงที่มาของข้อเสนอเหล่านี้ว่า มาจากกรรมาธิการการแรงงานของวุฒิสภา (สว.) โดยประธานอนุกรรมการฯ คือผู้ที่ไม่ประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมปี 2566 แต่ได้เข้ามาเป็น สว. และพยายามเสนอเกณฑ์ที่อ้างว่าเปิดโอกาสให้ทีมเล็ก
โดย สว.ท่านนั้นระบุว่า “ถ้าเป็นการเลือกแบบเดิม จะทำให้ทีมเล็กๆ ขาดโอกาส เพราะจะทำให้คนที่ได้รับความนิยมในระดับประเทศมีโอกาสมากกว่า หรือพูดง่ายๆ ว่าเป็น "ประชาธิปไตยแบบมีแต้มต่อ (Handicap)" โดยใช้คำอธิบายว่าก็เปิดโอกาสให้ทีมเล็กๆ สามารถมีโอกาสได้
ในระเบียบตัวนี้มีการแบ่งซอยย่อยรายมาตรา และพยายามแบ่งแยกผู้ประกันตนออกไป ไม่สามารถที่จะส่งเป็นทีมได้ ส่งผลให้ไม่สามารถส่งทีมเข้าไปผลักดันวาระสำคัญได้
หวั่นดุลพินิจสกัดกั้นกลุ่มปฏิรูป
รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ยังแสดงความกังวลถึงร่างกฎกระทรวงใหม่ที่กำหนดคุณสมบัติผู้สมัครว่าต้องมี "จริยธรรมเป็นที่ประจักษ์" และ "มีความเป็นกลางทางการเมืองอย่างเด่นชัด" ซึ่งเป็นข้อถกเถียงข้อใหญ่
เนื่องจากเกณฑ์เดิมในปี 2566 มีความชัดเจนและไม่ต้องใช้ดุลยพินิจมาก เช่น ไม่เป็นกรรมการบริหารพรรค ไม่เป็นที่ปรึกษาพรรคการเมือง หรือไม่เคยเป็น ส.ส. , สมาชิกเทศบาล ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา แต่เกณฑ์ใหม่นี้เป็นการให้อำนาจคณะกรรมการที่สำนักงานตั้งขึ้นมาใช้ดุลยพินิจตัดสินว่าใครเป็นคนดีหรือไม่ดี ซึ่งอาจใช้เป็นเงื่อนไขในการจำกัดกลุ่มที่ต้องการเข้ามาปฏิรูปประกันสังคมครั้งใหญ่
เตือนกติกาใหม่ ทำ สปส. สุญญากาศ 8 เดือน
สำหรับไทม์ไลน์การเลือกตั้ง รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ระบุว่าหากใช้ระเบียบเดิม การเลือกตั้งจะสามารถเกิดขึ้นได้ไม่เกินเดือนเมษายนถึงพฤษภาคมปีนี้ แต่หากมีความพยายามร่างกฎใหม่ คาดว่าจะต้องมีการ รักษาการยาวนานไปจนถึงเดือนสิงหาคม ซึ่งจะทำให้เกิดสภาวะสุญญากาศในประกันสังคมนานถึง 7-8 เดือน
"เราไม่อยากรักษาการนาน เราอยากให้มีการเลือกตั้งไวโดยใช้วิธีการที่จำเป็น คือใช้ระเบียบเดิมแต่ปรับปรุงประสิทธิภาพให้ดีขึ้น มิเช่นนั้นจะเกิดสุญญากาศที่ไม่สามารถผลักดันประเด็นตรวจสอบกองทุนขนาด 2.8 ล้านล้านบาทได้" รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ กล่าวทิ้งท้าย